บทที่ 83 สัญญาณเตือนถึงกายแห่งโชคลาภ [1]
บทที่ 83 สัญญาณเตือนถึงกายแห่งโชคลาภ [1]
เฉกเช่นในอดีต เมื่อครั้งซูเจียวเจียวยังไม่ได้แต่งงานกับเซียวหยวนหมิง กองผลิตล้วนมีชายหนุ่มมากมายที่หมายปองเธอ
แต่เป็นที่น่าเสียดายยิ่ง ที่ซูเจียวเจียวตกเป็นของเซียวหยวนหมิงไปเสียแล้ว
ครั้งนี้เขาสาบานว่าจะต้องคว้าโจวเม่ยมาให้ได้
จะทำให้เธอแต่งงานกับเขาให้จงได้!
เขาไม่อยากแต่งกับหญิงชาวบ้านที่ไร้ซึ่งความรู้ มิหนำซ้ำยังหน้าตาอัปลักษณ์อีกด้วย
รถแทรกเตอร์โยกเยกไปมา ผู้คนเต็มคันเบียดเสียดกันจนขาของซูเจียวเจียวชาไปหมด แต่เธอก็ยังคงกอดหลิวหยวนหยวนไว้แน่น
ทว่าสิ่งที่ทำให้ซูเจียวเจียวรู้สึกกระอักกระอ่วนใจมากมายก็คือ การที่เธอพบว่าคนที่นั่งอยู่ข้างหลังนั้นคือฮั่วเจี้ยนจง
ทุกครั้งที่รถโคลงเคลง ก็มักจะทำซูเจียวเจียวเอนไปด้านหลัง บ่อยครั้งที่เกือบล้มลงไปในอ้อมแขนของฮั่วเจี้ยนจง
ยังดีที่ฮั่วเจี้ยนจงคอยพยุงแขนของซูเจียวเจียวไว้ได้ทัน เธอจึงไม่เสียท่าขายหน้า
ส่วนหลินเฟิงที่นั่งอยู่ริมสุดนั้นรู้สึกอิจฉาจับใจ หากรู้ก่อนหน้านี้ว่าควรมาให้เร็วกว่านี้สักหน่อย ก็อาจจะได้นั่งข้างซูเจียวเจียวก็เป็นได้ อย่างน้อยก็ยังดีกว่านั่งข้างลุงแก่ๆ ที่มีกลิ่นตัวเหม็นอับ!
หนึ่งชั่วโมงต่อมา รถก็มาถึงตัวอำเภอในที่สุด
ซูเจียวเจียวลุกขึ้นยืนพลันรู้สึกว่าขาชาไปทั้งสองข้าง ร่างกายพลันเซถลาไปด้านหลังอย่างไม่อาจควบคุม
มืออันแข็งแกร่งคู่หนึ่งประคองเอวของเธอไว้
ซูเจียวเจียวตกใจจนร่างยืนตรงทันที รีบถอยห่างจากฮั่วเจี้ยนจง พร้อมกล่าวขอโทษอย่างสุภาพและรักษาระยะห่าง “ขอบคุณค่ะ”
ฮั่วเจี้ยนจงเก็บมือกลับอย่างเฉยชา “ไม่เป็นไร” จากนั้นก็กระโดดลงจากรถแทรกเตอร์อย่างคล่องแคล่ว ก้าวขายาวๆ เดินจากไปก่อน
โจวเม่ยมองไปยังเงาร่างที่จากไปของฮั่วเจี้ยนจง แววตาฉายแววไม่พอใจ
ซูเจียวเจียวแต่งงานไปแล้วแท้ๆ แต่ทำไมฮั่วเจี้ยนจงถึงยังพูดคุยกับซูเจียวเจียวอย่างสุภาพอ่อนโยนเสมอ แต่กับเธอกลับทำหน้าบึ้งตึง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดกัน นี่เธอน่ารังเกียจถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?
“โจวเม่ย เธอเฝ้ามองอะไรอยู่หรือ?” หลินเฟิงลงจากรถ และเดินเข้ามาถามโจวเม่ย
โจวเม่ยถอนสายตากลับ หันไปยิ้มหวานให้หลินเฟิงทันที “ฉันกำลังรอคุณไปซื้อของที่สหกรณ์ด้วยกันไง”
“งั้นพวกเราไปกันเถอะ” หลินเฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ทางด้านซูเจียวเจียวและเซียวหยวนซินพาเธอหลิวหยวนหยวนลงจากรถ ก่อนจะไปส่งเสื้อผ้า
หลังจากส่งเสื้อผ้าครบทุกบ้านและได้รับค่าจ้างแล้ว ซูเจียวเจียว เซียวหยวนซิน และหลิวหยวนหยวนก็เริ่มเดินเล่น
เนื่องจากใกล้จะถึงเทศกาลตรุษจีนแล้ว ตัวอำเภอจึงคึกคักกว่าปกติ ผู้คนมากมายออกมาจับจ่ายซื้อของต้อนรับปีใหม่
โต๊ะจ่ายเงินของสหกรณ์เบียดเสียดไปด้วยผู้คน
ตลาดสดก็มีผู้คนพลุกพล่านเช่นกัน ผู้ที่มาซื้อเนื้อซื้อปลาก็ยืนต่อคิวยาวเหยียด เกรงว่าจะมาสายแล้วซื้อไม่ได้เนื้อปลา
ซูเจียวเจียวพบว่าตนไม่สามารถแทรกตัวเข้าไปได้ และก็ไม่อยากจะเบียดเสียดเข้าไป จากนั้นซูเจียวเจียวก็เหลือบไปเห็นหลินเฟิงและโจวเม่ยกำลังยืนเข้าคิวอยู่ โจวเม่ยทำหน้ายู่ยี่ด้วยความไม่พอใจ บรรดาป้าๆ ลุงๆ ที่แย่งปลาแย่งเนื้อก็ไม่สนใจว่าโจวเม่ยจะแต่งตัวสวยงามแค่ไหน
จะงามเลิศเลอ ก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรนี่
จะเสกเนื้อให้กินเพิ่มได้หรือไง?
ดังนั้น ไม่นานโจวเม่ยก็ถูกเบียดจนตัวเหม็นคลุ้งไปหมด
ซูเจียวเจียวเห็นผู้คนมากมายก็เลยไม่เข้าไป
ช่วงนี้อาหมิงแอบทำงานเหล่านั้น ทำให้ที่บ้านไม่ขาดเนื้อ และไม่ขาดปลาเลย
ของที่อาหมิงหามานั้น เพียงใช้เงินก็ซื้อได้ ไม่ต้องใช้บัตรแลก ราคาแพงกว่าในตลาดสดเล็กน้อย แต่เขาขายให้หงฉีเย่ จึงสามารถรับของได้ในราคาถูก
เมื่อคืนตอนสี่ทุ่ม อาหมิงเพิ่งออกไปทำงาน และกลับมาตอนหกโมงเช้า ตัวเขามีหยาดน้ำค้างเกาะหนาเตอะ สองมือเย็นเฉียบ แต่ก็ยังพูดซื่อๆ ว่าไม่หนาวเลยสักนิด
ซูเจียวเจียวกลัวว่าจะรบกวนการพักผ่อนของเขา จึงไม่ได้เรียกเขา แต่แอบออกมากับเซียวหยวนซินและหลิวหยวนหยวน
ทั้งสองต่อแถว และในที่สุดก็ถึงรอบของเธอ ซูเจียวเจียวซื้อเมล็ดแตงโม ถั่วลิสง และขนมหวานสำหรับเทศกาลตรุษจีนที่สหกรณ์ เตรียมพร้อมสำหรับปีแห่งความอุดมสมบูรณ์
ตอนเที่ยง ซูเจียวเจียว เซียวหยวนซิน และหลิวหยวนหยวน ไปกินเกี๊ยวที่ร้านอาหารรัฐสวัสดิการ
เกี๊ยวที่นี่แป้งบาง ไส้เยอะ และรสชาติอร่อย หลิวหยวนหยวนชอบที่สุด ทุกครั้งที่มาเด็กน้อยจะกินได้เยอะมาก
ซูเจียวเจียวก็ชอบเกี๊ยวที่นี่ กินไปชามใหญ่จนท้องป่อง สุดท้ายซดน้ำแกงจนหมดเกลี้ยง
ทั้งสามกินอิ่มหนำสำราญ เมื่อออกจากร้านอาหารก็เห็นเซียวหยวนหมิงยืนอยู่ไม่ไกล
ซูเจียวเจียวขยี้ตานึกว่าตัวเองมองผิด แต่เมื่อยืนยันว่าถูกต้องแล้ว เธอก็วิ่งเข้าไปหาเขา “อาหมิง ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่? ตอนนี้คุณน่าจะกำลังนอนอยู่ที่บ้านไม่ใช่หรือคะ?”
เซียวหยวนหมิงรับของจากมือซูเจียวเจียว พลางจับมือเธอไว้ “ผมไม่ได้บอกให้พวกคุณเรียกผมมาด้วยหรือไงตอนที่มาตัวอำเภอ? ทำไมถึงไม่เรียกผมล่ะ?”
ซูเจียวเจียวตอบ “ก็ฉันอยากให้คุณได้นอนหลับพักผ่อนเยอะๆ ไงล่ะ”
เซียวหยวนหมิงบีบมือเล็กๆ นุ่มนิ่มของซูเจียวเจียว “ช่วงเทศกาลตรุษจีน คนในตลาดเยอะมาก ผมไม่ไว้ใจเลย”
เซียวหยวนซินหยอกเย้า “ฉันว่านายไม่ไว้ใจน้องสะใภ้คนเดียวต่างหาก”
หลิวหยวนหยวนปรบมือตาม “น้าชายกลัวน้าสะใภ้จะถูกลักพาตัวไปค่ะ”
เซียวหยวนหมิงยื่นมือไปบีบแก้มเล็กๆ นุ่มนิ่มของหลิวหยวนหยวน “ยายจอมซนนี่”
หลิวหยวนหยวนแลบลิ้นอย่างซุกซน “ฮิฮิ…”
ซูเจียวเจียวบีบมือเขาตอบกลับ ด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ
เซียวหยวนหมิงถาม “พวกคุณยังมีอะไรที่ต้องซื้ออีกหรือเปล่า?”
ซูเจียวเจียวส่ายหน้า “ของที่ต้องซื้อก็ซื้อเกือบครบแล้ว ตอนนี้ก็ไม่ขาดอะไรแล้วละค่ะ”
เซียวหยวนหมิงกล่าว “อย่างนั้นก็ดี” เขาเหลียวมองไปรอบๆ แล้วเอียงตัวกระซิบข้างหูซูเจียวเจียว “หรือว่าคุณกับพี่สาวจะกลับไปก่อนดีไหม ผมจะไปทำธุระต่ออีกหน่อย”
ซูเจียวเจียวรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร เธอกำลังจะพยักหน้า พลันบังเกิดความรู้สึกหวิวโหวงในอกราวกับใจจะขาด ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมากำหัวใจเอาไว้ ทำให้ซูเจียวเจียวรู้สึกกระวนกระวายอย่างประหลาด
ซูเจียวเจียวเหมือนจะรู้สึกอะไรบางอย่าง จึงคว้ามือเซียวหยวนหมิงไว้ “อาหมิง วันนี้ไม่ต้องไปได้ไหมคะ?”
เซียวหยวนหมิงเห็นเธอทำหน้าลำบากใจก็รีบโอบไหล่เธอด้วยสีหน้ากังวล “เจียวเจียว คุณเป็นอะไรไป? ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า? ให้ผมพาคุณไปสถานีอนามัยตอนนี้เลยดีไหม”
ซูเจียวเจียวสัมผัสได้ถึงความรู้สึกใจสั่นคลอนที่เริ่มเลือนหาย ทว่าในใจยังคงรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง เธอส่ายหน้าเบาๆ “ฉันไม่ได้เป็นอะไร เพียงแต่รู้สึกว่าวันนี้มีลางร้าย คุณอย่าไปเลยจะดีกว่า”
เดิมทีเซียวหยวนหมิงได้รับปากหงฉีเย่ไว้ แต่เมื่อได้ยินซูเจียวเจียวพูดเช่นนั้น เขาก็ไม่อยากให้เธอต้องเป็นห่วง จึงพยักหน้า “เข้าใจแล้ว ผมจะฟังคุณ แล้วจะไม่ไปทั้งนั้น แต่ผมต้องไปบอกเย่หย่งกับพวกเขาก่อน”
เซียวหยวนหมิงเดินเข้าไปในตรอกแห่งหนึ่ง ไม่รู้ว่าเขาไปที่ไหน หลังจากนั้นไม่นานเขาก็เดินกลับมา จับมือซูเจียวเจียวอีกครั้ง “ผมบอกพวกเขาแล้ว ตอนนี้ผมจะเดินเป็นเพื่อนพวกคุณสักพัก ซื้อของเสร็จแล้วเราก็กลับบ้านกัน”
เมื่อได้ยินเซียวหยวนหมิงบอกว่าจะไม่ไปแล้ว ซูเจียวเจียวก็ยิ้มอย่างสบายใจ จากนั้นความรู้สึกไม่สบายใจก็หายไป
“ดีเลย เราเดินเล่นอีกหน่อยแล้วค่อยกลับบ้านเถอะ”
เซียวหยวนซินรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เห็นน้องชายและน้องสะใภ้มีความรักใคร่กลมเกลียวกันเช่นนี้
พวกเซียวหยวนหมิงทั้งสี่คนเดินเล่นในตลาดสักพัก ซื้อของต้อนรับปีใหม่อีกเล็กน้อย เวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงช่วงบ่ายแล้ว
ขณะที่ซูเจียวเจียวและคนอื่นๆ กำลังจะเดินทางกลับ ทันใดนั้นก็เกิดความวุ่นวายขึ้นเบื้องหน้า ซูเจียวเจียวสอบถามจึงได้รู้ว่ารัฐกำลังกวาดล้างพวกนักเก็งกำไร และกลุ่มคนจำนวนหนึ่งก็ถูกจับกุมไปแล้ว!
!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^