LNCrawler

บทที่ 85 แย่งชิง [1]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 85 แย่งชิง [1]

        ตอนนี้กองผลิตฉางซิงยังคงต้องทนอับอายขายหน้า

       หลังจากคนเหล่านั้นจากไป หลี่เกินเซิงก็ยังคงพูดตำหนิผ่านลำโพงต่อไปอีกครึ่งชั่วโมง

       "ตอนนี้ประชาชนทั่วประเทศกำลังเร่งรัดการผลิต พยายามก่อสร้างอย่างขยันขันแข็ง แต่ก็ยังมีบางคนที่คอยถ่วงความเจริญ คิดจะเก็งกำไรและฉวยโอกาส หากมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นในกองผลิตอีก จะต้องถูกลงโทษอย่างเด็ดขาด!"

       หลังจากอบรมเสร็จ ทุกคนก็สลายตัว

       ซูเจียวเจียวรู้สึกสงสัยในใจ ชาติที่แล้วเรื่องที่โจวเม่ยกับหลินเฟิงถูกจับไม่เคยเกิดขึ้น ทำไมชาตินี้ถึงมีเรื่องนี้เพิ่มขึ้นมาได้?

       ซูเจียวเจียวคิดอยู่นานก็ยังไม่เข้าใจ

       ช่างเถอะ ช่างมันเถอะ อย่างไรก็ตามอาหมิงของเธอปลอดภัยก็พอแล้ว

       ...

       หลี่เกินเซิงยังไม่ทันได้ดื่มน้ำ ก็ถูกเรียกให้ไปรับคนจากตัวอำเภออีกครั้ง

       คนที่ทำผิดคือยุวชน แต่สถานการณ์ไม่รุนแรงมาก แม้จะถูกปล่อยตัวกลับมา แต่หลังจากนี้จะต้องไปทำงานที่ไร่เกษตรกรรม

       งานในไร่เกษตรกรรมล้วนเป็นงานหนัก ยิ่งกว่าการทำไร่ทำนา

       ตลอดทาง โจวเม่ยก็ยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้น "พวกเราไม่ได้ขายของ แค่อยากจะซื้อเนื้อและของไหว้เจ้าเพื่อฉลองปีใหม่เท่านั้น สหกรณ์คนเยอะมาก ใครจะไปรู้ว่าพวกเราจะถูกจับได้ล่ะ"

       หลี่เกินเซิงได้แต่แหงนมองฟ้าด้วยความจนใจ "คนเป็นร้อยเป็นพันไม่โดน กลับกลายเป็นพวกคุณที่ซวยโดนจับเนี่ยนะ"

       โจวเม่ยอยากจะโต้เถียง แต่เมื่อมองเห็นหลินเฟิงที่อยู่ข้างๆ คำพูดหลายอย่างก็จุกอยู่ที่คอ สุดท้ายก็ต้องกลืนลงไป

       คำบางคำยังไม่ควรพูดสุ่มสี่สุ่มห้า

       เพราะมีคนนอกอยู่ด้วย!

       หลินเฟิงก็หมดเรี่ยวแรงเช่นกัน สีหน้าเคร่งเครียด คราวนี้คงแย่จริงๆ แล้ว!

       ไม่เพียงแต่ไม่ได้ซื้อของ แต่ยังต้องเสียชื่อเสียงเรื่องการเก็งกำไร ซึ่งจะต้องถูกบันทึกในแฟ้มประวัติส่วนตัว ต่อให้กลับเมืองไป หางานก็คงยากแล้ว

       ทั้งหมดเป็นเพราะโจวเม่ย ถ้าไม่ใช่เพราะเธอชวนไปซื้อของที่ตลาดมืดละก็ เขาคงไม่ถูกจับหรอก

       แต่เมื่อเห็นโจวเม่ยที่กำลังร้องไห้อย่างน่าสงสาร ดูเหมือนคนไร้สติ หลินเฟิงก็รู้ว่าต่อให้เขาพูดตำหนิหรือโทษเธอไปก็ไม่มีประโยชน์

       คงทำได้เพียงยอมรับชะตากรรมเท่านั้น

       หลี่เกินเซิงเดินนำหน้า เมื่อเห็นหลินเฟิงทิ้งห่างออกไปมาก เขาจึงค่อยๆ พูดกับโจวเม่ยเบาๆ ว่า "เธอไปทำงานที่ไร่เกษตรกรรมเดือนหนึ่งก่อนก็แล้ว หลังจากนั้นฉันจะหาโอกาสย้ายเธอออกมา"

       โจวเม่ยสะอื้นเบาๆ รู้ว่าไม่อาจเปลี่ยนแปลงชะตากรรมการไปไร่เกษตรกรรมได้ จึงได้แต่พยักหน้าเงียบๆ

       จากนั้นโจวเม่ยและหลินเฟิงก็กลับบ้านพักยุวชนด้วยความห่อเหี่ยวและหิวโหย วันนี้ก็ดึกมากแล้ว อีกไม่กี่วันก็จะถึงปีใหม่ หลี่เกินเซิงบอกว่าหลังจากผ่านปีใหม่ไปแล้ว วันที่สองของปีใหม่จะให้พวกเขาไปไร่เกษตรกรรม

       จ้าวอวี้เฟินมองโจวเม่ยกับหลินเฟิงกลับมา มองพวกเขาด้วยความเห็นใจแต่ไม่พูดอะไร

       เยว่เผิงไห่กลับรู้สึกโล่งใจเล็กน้อยที่ไม่ได้คบกับโจวเม่ย ไม่อย่างนั้นตอนนี้คนที่ถูกจับก็คือเขาเอง

       ราวกับต้องการยั่วโทสะโจวเม่ย เยว่เผิงไห่ประกาศเสียงดังว่า "วันที่หกเดือนอ้ายเป็นฤกษ์ดีของผมกับหงอวี้ ขอเชิญทุกท่านมาร่วมเป็นสักขีพยานด้วย!"

       โจวเม่ยที่กำลังจะเข้าห้องก็ถึงกับทรุดลงทันที อดไม่ได้ที่จะตะโกนเสียงแหลม "อะไรนะ? นายจะแต่งงานกับจางหงอวี้เหรอ?"

       เธอรู้จักจางหงอวี้ หล่อนเป็นลูกสาวคนเดียวของช่างไม้ในหมู่บ้าน หน้าตาธรรมดา ไม่ได้สวยแต่ก็ไม่ถึงกับน่าเกลียด ผิวคล้ำเล็กน้อย แต่เพราะพ่อของจางหงอวี้เป็นช่างไม้ จึงไม่ต้องลงไปทำงานในนาข้าว และยังได้รับเงินเดือนสามสิบเก้าหยวนทุกเดือน

       แม่ของจางหงอวี้ลงไปทำนาหาแต้มคะแนนงานทุกวัน แต่จางหงอวี้ยังมีพี่ชายสองคน พี่ชายคนโตแต่งงานแล้ว มีลูกสองคน พี่ชายคนโตเรียนรู้การเป็นช่างไม้จากพ่อ ก็ได้รับเงินเดือนด้วย

       ส่วนภรรยาของพี่ชายคนโตก็ไปทำงานในกองผลิตเมื่อไม่ยุ่ง และเมื่อไม่ยุ่งก็จะอยู่บ้านเลี้ยงลูก ซักผ้า ทำอาหาร

       พี่ชายคนรองของจางหงอวี้ไปเป็นทหาร ได้ยินมาว่ามีเงินเดือนกว่าห้าสิบหยวนทุกเดือน และจะส่งเงินกลับมาสี่สิบหยวนทุกเดือน จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้แต่งงาน

       ดังนั้นครอบครัวของจางหงอวี้มีเงินเดือนรวมกันกว่าหนึ่งร้อยหยวนทุกเดือน ซึ่งเพียงพอสำหรับค่าครองชีพของครอบครัวและยังมีเหลืออีกด้วย

       จางหงอวี้เรียนถึงแค่ชั้นมัธยมต้น เพราะผลการเรียนไม่ดี เธอจึงไม่อยากเรียนต่อ

       โจวเม่ยเห็นเยว่เผิงไห่ไปที่บ้านตระกูลจางบ่อยๆ ในช่วงนี้ แต่เธอก็ไม่คิดว่าเยว่เผิงไห่จะหลงรักจางหงอวี้ เพราะจางหงอวี้จะไปสวยเท่าเธอได้ยังไงกัน

       แต่ตอนนี้จู่ๆ ก็ได้ยินเยว่เผิงไห่บอกว่าเขาจะแต่งงานกับจางหงอวี้ โจวเม่ยจะไม่ตกใจได้อย่างไรกัน

       ยิ่งไปกว่านั้น เขายังพูดออกมาในช่วงที่เธอตกต่ำที่สุด!

       โจวเม่ยสงสัยว่าเยว่เผิงไห่จงใจยั่วโมโหเธอ! เพื่อแก้แค้นที่เธอไม่ยอมรับรักเขาในตอนนั้น!

       เยว่เผิงไห่มองโจวเม่ยอย่างดูถูก "ฉันจะแต่งงานกับหงอวี้ ทำไมเธอถึงตกใจขนาดนี้? ข้างๆ เธอไม่ใช่มีหลินเฟิงอยู่แล้วเหรอ?"

       โจวเม่ยกำลังจะบอกว่า ตนไม่ได้คบกับหลินเฟิง

       แต่แล้วโจวเม่ยก็นึกขึ้นได้ว่าหลังจากปีใหม่ ตนจะต้องไปไร่เกษตรกรรมกับหลินเฟิง แม้จะเป็นแค่เดือนเดียว แต่ชีวิตที่นั่นมันยากลำบากมาก หากทำให้หลินเฟิงโกรธตอนนี้ แล้วใครจะช่วยเธอทำงานล่ะ?

       ดังนั้นโจวเม่ยจึงมองเยว่เผิงไห่อย่างเงียบๆ แล้วเดินกลับห้องไป

       เมื่อกลับมาถึงห้อง โจวเม่ยก็ปิดประตูห้อง แล้วฟุบหน้าลงกับโต๊ะร้องไห้เสียใจสุดขีด ซูเจียวเจียวแต่งงานไปแล้ว ชีวิตก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้แม้แต่เยว่เผิงไห่ที่เคยตามจีบเธอก็ยังจะแต่งงาน เขาแต่งงานกับลูกสาวของช่างไม้จาง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าชีวิตในอนาคตจะดีมาก มีเพียงเธอเท่านั้นที่ชีวิตยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ

       โจวเม่ยไม่เข้าใจจริงๆ ว่า ทำไมทุกอย่างถึงกลายเป็นแบบนี้!

       ...

       เช้าวันรุ่งขึ้น หลิวเฉิงเหว่ยก็มาถึง

       วันนี้หลิวเฉิงเหว่ยแต่งตัวสะอาดเรียบร้อย อารมณ์แจ่มใส อาจเป็นเพราะอากาศหนาวในฤดูหนาว กองผลิตก็ไม่มีงานอะไรให้ทำมากนัก จึงไม่จำเป็นต้องแต่งตัวสกปรกเก่าๆ เหมือนเมื่อก่อน

       ซูเจียวเจียวจัดเตรียมอาหารให้เซียวหยวนซินนำกลับไป แม้เธอจะไม่ชอบคนในตระกูลหลิว แต่เซียวหยวนซินก็ต้องไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น ยังไงก็ต้องนำเนื้อสัตว์ ผัก หรือผลไม้กลับไปบ้าง ไม่อย่างนั้นเซียวหยวนซินคงจะถูกคนในตระกูลหลิวตำหนิอีกแน่ๆ

       เซียวหยวนซินรู้ใจซูเจียวเจียว แต่เธอปฏิเสธ "เมื่อวานเธอให้ฉันมาห้าสิบหยวน ฉันก็ซื้อของมาเยอะแล้ว ของเธอเอาไว้กินเองเถอะ"

       คราวนี้อีกฝ่ายไม่ยอมรับอะไรอีกแล้ว ซูเจียวเจียวก็ยอมแพ้ คิดว่าเซียวหยวนซินซื้อของไหว้เจ้ามาเยอะแยะ คงจะเพียงพอแล้ว

       ดังนั้นซูเจียวเจียวจึงกลับเข้าห้องไปหยิบเสื้อผ้าใหม่หลายชุดออกมา ในจำนวนนั้นมีชุดกันหนาวตัวใหม่ที่เธอตัดให้เด็กน้อยหลิวหยวนหยวน เป็นชุดใหม่สำหรับปีใหม่ และยังใช้เศษผ้าทำดอกไม้ติดผมสีแดงให้อีกด้วย

       เด็กน้อยหลิวหยวนหยวนชอบมาก เฝ้ารอให้ถึงปีใหม่อย่างใจจดใจจ่อ แล้วยังกอดซูเจียวเจียวและหอมแก้มทีหนึ่ง พูดด้วยน้ำเสียงน่ารักว่า "ขอบคุณค่ะคุณน้าสะใภ้"

       ซูเจียวเจียวตั้งใจตัดเย็บชุดกันหนาวตัวใหม่ให้เซียวหยวนซินด้วย เป็นเสื้อตัวสั้น สีค่อนข้างเข้ม ทำให้เลอะยาก

       รูปแบบการตัดเย็บนั้นทันสมัยที่สุด ย่อมสวยกว่าชุดที่ขายในสหกรณ์และห้างสรรพสินค้ามากมาย

       เซียวหยวนซินถอนหายใจอยู่ตลอดเวลา เธอเป็นหนี้บุญคุณน้องชายและน้องสะใภ้มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไรจะใช้คืนได้หมดนะ!

       สุดท้ายซูเจียวเจียวก็หยิบเสื้อคลุมผู้ชายตัวหนึ่งออกมาส่งให้หลิวเฉิงเหว่ย "พี่เขยคะ นี่สำหรับพี่เขยค่ะ"

       หลิวเฉิงเหว่ยรู้สึกตกใจที่ตัวเองก็ได้รับของด้วย เขาไม่กล้ารับ รีบโบกมือปฏิเสธ "ไม่เป็นไร ไม่ต้องหรอก"


!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน 
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^