LNCrawler

บทที่ 87 แย่งชิง [3]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 87 แย่งชิง [3]

        “นั่นสิ! หลิวเกาเป็นหลานของแม่นะ กินลูกอมของเธอไปแค่ไม่กี่เม็ดมันจะเป็นอะไรไป” คุณย่าหลิวเอ่ยพลางคว้าลูกอมกำมือหนึ่งยัดใส่มือของหลิวเกาโดยไม่ฟังคำคัดค้านใดๆ

       หลิวเการีบยัดมันใส่กระเป๋าเสื้อทันที มือยังกุมกระเป๋าแน่น ราวกับกลัวเซียวหยวนซินจะแย่งมันกลับไป

       เซียวหยวนซินโกรธจนหน้าเขียวคล้ำ แต่ก็ไม่กล้าแสดงออก เธอก็รีบยัดของกินทั้งหมดกลับคืนลงในถุง “คุณแม่คะ ของพวกนี้เก็บไว้กินตอนปีใหม่ค่ะ ตอนนี้ยังไม่ถึงปีใหม่เลย เอาออกมาทานตอนนี้แล้วปีใหม่จะเอาอะไรกินคะ ถ้าเพื่อนบ้านมาเยี่ยมบ้านเรา เขาจะต้องคิดว่าเราจนถึงขนาดไม่มีแม้แต่เมล็ดแตงโมกับลูกอมไว้ต้อนรับแขกแน่นอนค่ะ”

       คุณย่าหลิวได้ยินดังนั้นก็เห็นด้วยทันที เธอจึงกลอกตาไปมา “ถ้าอย่างนั้นก็เอามาให้ฉันเก็บไว้สิ รับรองว่าจะไม่มีใครขโมยกินแน่นอน”

       เซียวหยวนซินกลอกตาในใจอย่างอดไม่ได้ เธอไม่เชื่อหรอก ด้วยนิสัยรักหลานของแม่สามี ถ้าหลิวเกาและหลิวจิ้นอยากได้ดาวบนฟ้า เธอก็คงจะพยายามหามาให้ แม้แต่เมล็ดแตงโมและลูกอมพวกนี้ ถ้าให้แม่สามีเก็บรักษาไว้ รับรองว่าไม่เกินสองวันก็คงหมดเกลี้ยง!

       หลิวเกาได้ลูกอมไปแล้ว แต่หลิวจิ้นและลูกสาวทั้งสองของพี่สะใภ้ใหญ่หลิวกลับยังไม่ได้อะไรเลย พวกเขาจึงมองตาละห้อย เซียวหยวนซินแม้จะไม่เต็มใจ แต่ก็จำใจหยิบลูกอมออกมาหนึ่งกำมือ แบ่งให้คนละห้าเม็ด

       หลิวจิ้นที่ได้ลูกอมไปแล้วก็ยังคงบ่นอย่างไม่พอใจ “แค่ห้าเม็ดเอง ทำไมน้อยจัง! หลิวเกาได้ตั้งเยอะแยะ!”

       หลิวจิ้นเป็นลูกชายของพี่รองหลิว

       เซียวหยวนซินแค่นเสียง “ถ้าคิดว่าน้อยก็คืนมา!”

       พูดจบก็ยื่นมือไปจะเอาคืน หลิวจิ้นเห็นดังนั้นก็รีบกุมกระเป๋าเสื้อแน่นแล้ววิ่งหนีไป

       หลิวจวีฟาง ลูกสาวคนโตของพี่สะใภ้ใหญ่หลิวอายุแปดขวบแล้ว เธอมองเซียวหยวนซินแวบหนึ่งแล้วก็ออกจากห้องไป เหลือเพียงหลิวจวีเซียง ลูกสาวคนเล็กของพี่สะใภ้ใหญ่หลิวที่เอ่ยขึ้นมาอย่างแผ่วเบาว่า “ขอบคุณค่ะคุณป้า”

       สีหน้าของเซียวหยวนซินจึงดูดีขึ้นเล็กน้อย อย่างน้อยก็ยังมีเด็กดีอยู่คนหนึ่ง เธอเพียงกลัวว่าด้วยวิธีการอบรมสั่งสอนของพี่ใหญ่หลิวและพี่สะใภ้ใหญ่หลิว ไม่ว่าเด็กจะดีแค่ไหนก็คงถูกอบรมสั่งสอนให้เสียคนได้

       เซียวหยวนซินยัดถุงทั้งหมดซ่อนไว้ใต้เตียง แล้วหันไปมองคุณย่าหลิว “ของของฉัน ฉันจะเก็บไว้เอง”

       เธอมองไปที่พี่สะใภ้ใหญ่หลิว รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า “พี่สะใภ้ใหญ่คะ ฉันได้ยินเฉิงเหว่ยบอกว่าวันนี้พี่สะใภ้ใหญ่ไปตัวอำเภอตั้งแต่เช้า ได้ยินมาว่าซื้อเมล็ดแตงโมกับลูกอมกลับมาเยอะแยะเลยไม่ใช่เหรอคะ”

       พี่สะใภ้ใหญ่หลิวเห็นว่าเซียวหยวนซินเปลี่ยนมาเล่นงานตนเอง ก็รีบกล่าว “ฉันจะไปมีเงินซื้อของต้อนรับปีใหม่จากไหนกันเล่า ฉันแค่ไปจ่ายภาษีธัญพืชเท่านั้นเอง ไม่ได้ซื้ออะไรสักหน่อย ฉันไม่มีเงินซื้อเลย”

       หลิวเฉิงเหว่ยที่เงียบมาตลอด เห็นว่าในห้องวุ่นวายและเสียงดังมาก แม่ของตนก็เอาแต่จ้องของที่ตนเองนำกลับมา ไม่ได้สนใจหยวนซินเลย เขาก็รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย จึงกล่าวว่า “แม่ครับ พี่สะใภ้ครับ ผมกับหยวนซินเพิ่งกลับมาเองทุกคนออกไปก่อนเถอะ พวกเราอยากพักผ่อนสักหน่อย”

       คุณย่าหลิวจ้องมองลูกชายของตนอย่างไม่พอใจ นับตั้งแต่เซียวหยวนซินเคยหนีออกจากบ้านเมื่อครั้งที่แล้ว และกลับมาหลังจากผ่านไปยี่สิบวัน ลูกชายคนเล็กของเธอก็เปลี่ยนไป เขาเอาแต่ปกป้องเซียวหยวนซินทุกเรื่อง ไม่แม้แต่จะสนใจแม่แก่ๆ อย่างเธออีกแล้ว สมแล้วที่ว่า “แต่งงานมีสะใภ้ แล้วลืมแม่สินะ”

       คุณย่าหลิวกล่าว “พักผ่อนอะไรกัน ไม่รีบไปทำอาหารเช้าอีก? ชักช้าเดี๋ยวจะไม่มีอะไรกินนะ!” คำพูดนี้พุ่งเป้าไปที่เซียวหยวนซิน

       เซียวหยวนซินหัวเราะ “คุณแม่คะ พวกเราแยกบ้านกันแล้ว อาหารของฉันกับเฉิงเหว่ย พวกเราจะทำเองค่ะ คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”

       คุณย่าหลิวถึงกับชะงักงัน วาจาที่เคยใช้ตอกกลับคนอื่นได้เสมอ บัดนี้กลับไม่สามารถใช้ได้แล้ว

       พี่สะใภ้ใหญ่หลิวก็หน้าบึ้ง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ทันใดนั้นดวงตาของเธอก็เป็นประกายขึ้น เธอเห็นเสื้อผ้าที่หลิวเกาและคนอื่นๆ พลิกออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจวางอยู่บนเตียง

       เธอรีบหยิบขึ้นมา แล้วลองทาบบนตัว เสื้อแขนยาวผ้าฝ้ายสตรีตัวนี้ดูเข้ากับรูปร่างเป็นอย่างดี ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นเสื้อผ้าใหม่ของเซียวหยวนซิน

       ตัวเธอเองก็ยังไม่มีเสื้อผ้าใหม่ใส่เลย เซียวหยวนซินจะมีเสื้อผ้าใหม่สวยๆ แบบนี้ได้อย่างไร!

       พี่สะใภ้ใหญ่หลิวจึงรีบนำเสื้อแขนยาวผ้าฝ้ายตัวใหม่ไปให้คุณย่าหลิว พร้อมกล่าวประจบประแจงว่า “คุณแม่ดูสิคะ เสื้อแขนยาวผ้าฝ้ายตัวใหม่นี้สวยจริงๆ ค่ะ คุณแม่ใส่แล้วต้องเข้ากันพอดีแน่นอน ดูท่าทางแล้วเป็นของที่หยวนซินนำมามอบให้คุณแม่ด้วยความกตัญญูนะเนี่ย”

       สีหน้าบึ้งตึงของคุณย่าหลิวในที่สุดก็ดีขึ้นเล็กน้อย เธอยิ้มแล้วเอื้อมมือจะไปหยิบเสื้อแขนยาวผ้าฝ้ายตัวใหม่ แต่เซียวหยวนซินกลับคว้าไปเสียก่อน

       เซียวหยวนซินรีบยัดเสื้อผ้ากลับเข้าไปในถุง “เสื้อผ้าตัวนี้เป็นของที่น้องสะใภ้ของฉันให้มาค่ะ”

       สีหน้าของคุณย่าหลิวชะงักไป

       พี่สะใภ้ใหญ่หลิวหัวเราะ “อ๋อ! เป็นของที่น้องสะใภ้เธอให้มานี่เอง ใช่สิ เกือบจะลืมไปเลยว่าน้องสะใภ้เธอเป็นช่างตัดเสื้อ ถ้างั้นเธอก็รีบเอาเสื้อผ้าของแม่มาให้สิคะ จะได้ให้แม่มีเสื้อผ้าใหม่ใส่ต้อนรับปีใหม่ไง”

       เซียวหยวนซินกล่าว “ฉันได้เงินเดือนแค่สามหยวนต่อเดือนทุกวันก็ต้องกินข้าวแล้ว ก็ต้องจ่ายค่าอาหารให้แล้ว จะมีเงินที่ไหนไปทำเสื้อผ้าใหม่ให้คุณแม่ล่ะ”

       พี่สะใภ้ใหญ่หลิวแปลกใจ “เธออยู่บ้านน้องชาย ก็ต้องจ่ายค่าอาหารด้วยเหรอ?”

       เซียวหยวนซินแค่นเสียง “เธอลองกลับไปอยู่บ้านน้องชายสักครึ่งปีสิ แล้วดูซิว่าเธอต้องจ่ายเงินไหม เขาจะให้เธอกินอยู่โดยไม่จ่ายเงินได้ยังไง?”

       ไม่ใช่ว่าเซียวหยวนซินจงใจพูดแบบนี้ แต่เป็นเพราะทันทีที่พวกเขาได้รู้ว่าเจียวเจียวดีกับเธอมากแค่ไหน พวกเขาก็จะเหมือนยุงลายที่เข้ามาดูดเลือด ไม่ดูดจนเงินทองและของของเธอหมดเกลี้ยงก็คงไม่ยอมหยุด เธอเคยประสบกับเรื่องนี้มาแล้ว

       มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะหยุดยั้งพวกเธอไม่ให้คิดจะเอาเปรียบเซียวหยวนซินอีก

       พี่สะใภ้หลิวเอ่ยอย่างเหยียดหยาม “นึกว่าพวกเขาจะดีเด่อะไรนักหนา ที่แท้ก็แค่นี้” เธอหยุดเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อ “บ้านน้องสะใภ้เธอต้องมีผ้าเหลือใช้เยอะแยะแน่นอน ทำไมไม่ให้น้องสะใภ้เธอตัดเสื้อให้แม่สักตัวล่ะ? น่าจะไม่ต้องใช้เงินทอง เพียงลงแรงเล็กน้อยก็เสร็จแล้ว”

       “ผ้าทุกชิ้น ทางกองผลิตเขาคำนวณไว้หมดแล้ว แม้แต่เศษผ้าเล็กๆ น้อยๆ ก็ต้องคืนหมด เสื้อแขนยาวผ้าฝ้ายตัวใหม่ของฉันตัวนี้ น้องสะใภ้ของฉันลงทุนควักเงินตัวเองทำให้นะคะ ฉันไม่ได้ใส่เสื้อผ้าใหม่มากี่ปีแล้ว? ตั้งแต่ฉันแต่งเข้าบ้านหลิว ก็ไม่เคยใส่เสื้อผ้าใหม่ในวันปีใหม่เลย นี่เป็นของขวัญปีใหม่ที่น้องสะใภ้ของฉันให้มา ใครก็อย่าหวังที่จะแย่งไปได้” เซียวหยวนซินมีท่าทีที่เด็ดเดี่ยวอย่างมาก สีหน้าของคุณย่าหลิวยิ่งดูแย่ลงไปอีก

       เซียวหยวนซินไม่ต้องการให้เรื่องราวดูเลวร้ายจนเกินไป เธอจึงกล่าวว่า “คุณแม่คะ คุณแม่มีลูกชายตั้งสี่คน การแสดงความกตัญญูก็ไม่ควรเป็นหน้าที่ของบ้านฉันแค่คนเดียวใช่ไหมคะ แบบนี้ดีกว่า ให้ลูกชายทั้งสี่คนของคุณแม่รวบรวมเงินกันทำเสื้อผ้าใหม่ให้คุณแม่กับคุณพ่อคนละชุดดีไหมคะ ค่าผ้าและบัตรแลกผ้าพวกเราก็แบ่งกันจ่ายเท่าๆ กัน ส่วนค่าแรงตัดเย็บก็แบ่งกันจ่ายเท่าๆ กัน แบบนี้บ้านละนิดละหน่อยก็คงไม่เยอะเท่าไร คุณแม่คิดว่าเป็นยังไงบ้างคะ?”

       เซียวหยวนซินพูดพลางเลิกคิ้วมองพี่สะใภ้ใหญ่หลิว “เก่งแต่คิดคำนวณ เก่งแต่พูดใช่ไหม”

       เมื่อก่อนเธอคิดแต่จะประนีประนอม ครอบครัวปรองดอง สิ่งทั้งปวงย่อมเจริญรุ่งเรือง จำต้องอดกลั้นเพียงเท่านั้น

       ตอนนี้เซียวหยวนซินเข้าใจแล้วว่า ไม่มีช่วงเวลาไหนที่ควรจะอดทน ถ้ายิ่งอดทน คนอื่นก็จะยิ่งคิดว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด

       พี่สะใภ้ใหญ่หลิวได้ยินดังนั้นก็โกรธจนแทบกระอักเลือด เซียวหยวนซินคนนี้ยิ่งนับวันยิ่งจัดการยากขึ้นเรื่อยๆ ทำไมตอนนี้ถึงได้เจ้าเล่ห์นัก?

       พี่สะใภ้ใหญ่หลิวหันไปมองคุณย่าหลิวที่ดูเหมือนจะสนใจคำพูดนั้น ก็รีบกล่าว “แม่คะ ฉันกับเฉิงกังไม่มีเงินติดตัวเลยค่ะ จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้แม่กับพ่อได้คะ พวกเรามีลูกตั้งสามคนนะคะ”


!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน 
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^