บทที่ 88 แย่งชิง [4]
บทที่ 88 แย่งชิง [4]
เซียวหยวนซินกล่าวทันควัน “พี่สะใภ้ใหญ่คะ นี่ก็ใกล้ปีใหม่แล้ว คุณแม่ก็เหนื่อยกับการดูแลบ้านของพี่กับบ้านของพี่รองมาครึ่งปีแล้ว พี่จะไม่มีเงินเหลือแม้แต่นิดเดียวเลยเหรอคะ ปกติฉันก็ได้ยินพี่พูดถึงเรื่องความกตัญญูบ่อยที่สุดแล้ว นี่พี่คงไม่ได้แค่พูดลอยๆ หรอกใช่ไหมคะ”
พี่สะใภ้ใหญ่หลิวเงยหน้าถลึงตาใส่เซียวหยวนซิน สีหน้าของเธอดูเหมือนอยากจะบีบคอเซียวหยวนซินให้ตายคามือ
เธอโกรธจนจะบ้าตายอยู่แล้ว!
เมื่อวานเพิ่งจะแบ่งธัญพืช และส่วนที่เหลือจากแต้มคะแนนงานก็ได้รับเงินมาแล้ว เมื่อรวมเงินของเธอกับเฉิงกังก็มีเพียงหนึ่งร้อยห้าสิบหยวนเท่านั้น หลังจากซื้อของและชำระหนี้แล้ว ยังมีเสื้อผ้าใหม่สำหรับเด็กในวันปีใหม่ และของขวัญสำหรับเทศกาลปีใหม่อีก ในมือของเธอจึงแทบไม่เหลือเงินแล้ว
เธอเองก็ยังไม่กล้าซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ตัวเองเลย แล้วยังจะต้องซื้อให้ยัยเฒ่าคนนี้อีกเหรอ?
ฝันไปเถอะ!
คุณย่าหลิวเห็นท่าทีไม่พอใจของพี่สะใภ้ใหญ่หลิว ก็พลันโมโหขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล “นางคนขี้เหนียว! เปล่าประโยชน์ที่ฉันช่วยดูแลบ้านของแกมาครึ่งปี หลิวเกาของแกกินของดีๆ ที่ฉันให้ไปตั้งเท่าไรแล้ว”
พี่สะใภ้ใหญ่หลิวกล่าว “หลิวเกาก็เป็นหลานรักของคุณแม่นี่คะ ไม่ใช่ลูกชายของฉันคนเดียวเสียหน่อย…”
ทั้งสองคนพลันโต้เถียงกันขึ้นมา
หลิวเฉิงเหว่ยรีบห้ามปรามให้ทั้งสองคนไปทะเลาะกันในลานบ้าน เมื่อเซียวหยวนซินเห็นว่าพวกเขาทุกคนออกไปแล้ว ก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก การอยู่ในบ้านหลังนี้มันช่างอึดอัดเหลือเกิน มีแต่เรื่องการคำนวณผลประโยชน์อยู่ทุกหนทุกแห่ง
การอยู่บ้านน้องชายและน้องสะใภ้นั้นสบายและผ่อนคลายเสียจริง ไม่มีเรื่องคำนวณผลประโยชน์ มีแต่ความจริงใจ
ไม่นานนัก หลิวเฉิงเหว่ยก็กลับเข้ามา สีหน้าของเขาดูอมขมเล็กน้อย ใบหูของเขาแดงก่ำ เห็นได้ชัดว่าถูกหยิกมา
เขาขยับริมฝีปากอย่างลังเล “หยวนซิน ถ้าอย่างนั้น… ของคุณ…”
ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปาก เซียวหยวนซินก็ขัดขึ้นเสียก่อน "อย่าริอ่านคิดจะพูดว่าให้เอาเสื้อผ้าใหม่ของฉันไปให้แม่คุณใส่นะ ไม่มีทางเสียหรอก! นี่คือเสื้อผ้าใหม่ที่เจียวเจียวตัดเย็บให้ฉันนะ! คุณจะกตัญญูต่อคุณแม่ก็เรื่องของคุณ แต่จงจำไว้ว่าอย่าเอาของของฉันไปปรนเปรอใคร!"
หากแม่สามีดีกับเธอตั้งแต่แรกละก็ เธอก็เต็มใจที่จะนำสิ่งดีๆ ไปมอบให้ท่าน
แต่หลายปีที่ผ่านมาหล่อนปฏิบัติต่อเซียวหยวนซินเช่นไรกัน? เพียงเพราะเธอให้กำเนิดลูกสาว หลายปีมานี้หล่อนก็เอาแต่ด่าว่าเธอไม่มีประโยชน์ รู้แต่จะให้กำเนิดลูกสาว ในวันที่สองหลังจากเซียวหยวนซินคลอดลูก หล่อนก็บังคับให้เธอลุกไปซักผ้าทำอาหารแล้ว ในวันที่สี่ก็ต้องลงไปทำนาแล้ว จะยิ่งไม่ต้องพูดถึงการฆ่าไก่ตัวเมียมาบำรุง หรือเธอจะกินน้ำตาลทรายแดงกับไข่เลย เมื่อไม่มีสารอาหาร แล้วเซียวหยวนซินจะเอาที่ไหนมาให้นมลูกได้เล่า?
เมื่อไม่มีนมให้ลูก ลูกสาวของเซียวหยวนซินก็ยิ่งอ่อนแอหนักเข้าไปอีก
โชคดีที่ตอนนั้นอาหมิงมักจะไปล่าสัตว์ที่ภูเขาด้านหลังแล้วนำมาให้ทุกวัน แต่ที่ตกถึงท้องของเซียวหยวนซินนั้นกลับมีน้อยนิด ทุกอย่างถูกแบ่งไปจนหมด ไม่มีใครสนใจความเป็นความตายของเธอเลย ยิ่งไม่มีใครสนใจความเป็นความตายของลูกสาวเธอ
หลังจากนั้นเซียวหยวนซินก็ให้อาหมิงหยุดนำมาให้ แต่อาหมิงเพื่อบำรุงร่างกายของเธอ เพื่อดูแลหยวนหยวน ก็จะไปล่าสัตว์ทุกสองสามวัน แล้วนำมาต้มเป็นน้ำแกง อุ้มน้ำแกงเดินข้ามภูเขาเป็นระยะทางหลายกิโลเมตรเพื่อนำมาให้เธอ
เมื่อนึกถึงหลิวเกาที่อ้วนท้วน และหยวนหยวนที่ผอมโซ เซียวหยวนซินก็โกรธแทบตาย เรื่องพวกนี้เธอจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต!
ตอนนี้อยากให้เซียวหยวนซินกตัญญู อยากแย่งเสื้อผ้าใหม่ของเธอละก็ ไม่มีทางเสียหรอก!
หลิวเฉิงเหว่ยงุนงงไปครู่หนึ่ง แล้วกล่าว “อืม ที่คุณพูดถูกแล้วจริงๆ”
เมื่อเขาเงยหน้าขึ้น ก็สบเข้ากับดวงตาแดงก่ำของเซียวหยวนซิน ความรู้สึกเคว้งคว้างพลันจู่โจม
หลิวหยวนหยวนที่ก่อนหน้านี้ไม่กล้าส่งเสียง เด็กน้อยถอดรองเท้าแล้วยืนบนเตียง ค่อยๆ กอดคอเซียวหยวนซิน “คุณแม่ไม่ร้องไห้นะคะ พอหยวนหยวนโตขึ้น จะตัดเสื้อผ้าสวยๆ ให้คุณแม่ทุกวันเลย”
เมื่อมองดูลูกสาวที่น่ารักและฉลาดหลักแหลมเช่นนี้ ความเศร้าในใจของเซียวหยวนซินก็พลันลดลงไปมาก เธอเช็ดน้ำตา แล้วกอดหลิวหยวนหยวนไว้ในอ้อมแขน “หยวนหยวนของแม่น่ารักจริงๆ”
หลิวหยวนหยวนออกจากอ้อมแขนของเธอ ถลึงตาใส่หลิวเฉิงเหว่ย “ไม่ทำให้คุณพ่อหรอกค่ะ คุณพ่อใจร้าย ทำให้คุณแม่ร้องไห้”
หลิวเฉิงเหว่ยเดินเข้าไปใกล้ “หยวนซิน เมื่อกี้ผมผิดไปแล้ว ผมรับรองว่าจะไม่พูดแบบนี้อีกแล้ว ผมรู้ว่าหลายปีมานี้คุณต้องทนทุกข์ทรมานมามากจริง ๆ หลังจากนี้ผมจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้คุณมีชีวิตที่ดีขึ้นนะ”
เซียวหยวนซินมองเขาด้วยสายตาที่โกรธจัด “คุณพูดแบบนี้มากี่ครั้งแล้ว? มีครั้งไหนบ้างที่แม่คุณไม่ได้ร้องไห้ต่อหน้าคุณ แล้วทำเหมือนกับว่าฉันไปรังแกหล่อน?”
“ก็ดูสิ ตอนนี้ผมก็ไม่ได้เข้าข้างเธออีกแล้วไง” หลิวเฉิงเหว่ยลูบหน้าผากด้วยความปวดหัว
เซียวหยวนซินโกรธจัดจนนั่งลงบนเตียง “พอแล้ว คุณไปทำอาหารเถอะ ฉันกับหยวนหยวนหิวแล้ว”
หลิวเฉิงเหว่ยส่งเสียง ‘อืม’ ออกมา จากนั้นก็เดินเข้าครัวไปทำอาหารอย่างว่าง่าย
เมื่อมองดูแผ่นหลังของหลิวเฉิงเหว่ย เซียวหยวนซินก็ถอนหายใจ แต่งงานกับผู้ชายแบบนี้ เธอจะทำอย่างไรได้เล่า?
โชคดีที่เฉิงเหว่ยยังมีทางแก้ไขได้บ้าง ไม่อย่างนั้นชีวิตนี้ก็คงจะอยู่ต่อไปไม่ได้จริงๆ
…
สามวันก่อนถึงวันปีใหม่ เซียวหยวนหมิงไปที่ตัวอำเภออีกครั้ง โดยบอกว่าจะไปรับค่าแรง
เมื่อเขากลับมา ก็ได้รับเงินมาเป็นปึกใหญ่
ซูเจียวเจียวลองนับดู ปรากฏว่ามีเกือบสองพันหยวน ในนั้นมีธนบัตรหนึ่งหยวน สองสามเหมา ห้าหยวน สิบหยวน ยี่สิบหยวน และห้าสิบหยวนด้วย
ซูเจียวเจียวตกใจ “คุณเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะขนาดนี้ละเนี่ย?”
เซียวหยวนหมิงหัวเราะ “นี่เป็นเงินที่ผมหามาได้ในช่วงสิบวันหลัง เพราะก่อนหน้านี้ฉีเย่บอกว่าจะรอให้ทำงานจนถึงวันสิ้นปีค่อยจ่ายเงิน แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องนี้ขึ้นมา ก็เลยหยุดทำงาน หลังจากนั้นก็เลยจ่ายเงินให้ก่อน ในนั้นมีสองร้อยหยวน เป็นค่าเหนื่อยที่ฉีเย่ให้มาน่ะ”
ซูเจียวเจียวเข้าใจว่าการทำงานประเภทนี้มีความเสี่ยงสูง ฉีเย่ก็เป็นคนที่มีความสามารถ เขาดึงดูดใจคนด้วยวิธีนี้ ดูเหมือนว่าฉีเย่ที่เป็นหัวหน้าจะได้รับเงินมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ความเร็วในการหาเงินของผู้ชายของเธอก็รวดเร็วมาก เกือบสองพันหยวนภายในสิบวัน! เทียบเท่ากับค่าแรงของคนอื่นหลายปีเลยทีเดียว!
นี่มันเป็นเครื่องจักรทำเงินชัดๆ!
ไม่แปลกใจเลยว่าชาติที่แล้วหลังจากเธอหย่ากับเขาแล้วกลับไปเรียนมหาวิทยาลัย เขาก็ยังให้เงินก้อนโตแก่เธอ ซึ่งเพียงพอให้เธอเรียนจบมหาวิทยาลัยและมีค่าครองชีพ…
ตอนนั้นเธอมีแต่ความต้องการที่จะหนีออกจากที่แห่งนี้ หนีจากข้างกายเขา ไม่ได้คิดเลยว่าเขาแอบหาเงินมาได้เท่าไร และการหาเงินเหล่านั้นมันอันตรายแค่ไหน…
ชาตินี้เธอจะต้องวางแผนอนาคตของพวกเขาให้ดี จะไม่ปล่อยให้เงินทุกหยวนที่เขาหามาได้สูญเปล่า
ตอนนี้คนในกองผลิตต่างก็คิดว่าอาหมิงของเธอกำลังกินบุญเก่า กินเงินเดือนที่เธอหามาได้ แต่ความจริงแล้วอาหมิงของเธอหาเงินได้มากกว่าเธอหลายเท่า
ในคืนวันส่งท้ายปีเก่า ซูเจียวเจียวทำอาหารแปดจาน มีความหมายถึงความเจริญรุ่งเรืองในปีหน้า เพื่อความเป็นสิริมงคล
มีไก่ตัวเมียตุ๋นเนื้อนุ่ม หมูอบไอน้ำ ปลาทอดราดน้ำจิ้ม ผัดซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน ผักสามอย่าง และอาหารกึ่งคาวกึ่งหวานอีกหนึ่งอย่าง
อาหารทั้งหมดซูเจียวเจียวเป็นคนทำเอง ส่วนเซียวหยวนหมิงก็คอยช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ
แม้ว่าตอนนี้ฝีมือการทำอาหารของเซียวหยวนหมิงจะพัฒนาขึ้นมาก แต่ก็จำกัดอยู่แค่อาหารธรรมดาๆ ส่วนอาหารที่ซับซ้อน เขาก็ยังทำไม่ได้ เมื่อเทียบกับฝีมือการทำอาหารของซูเจียวเจียวแล้วก็ยังคงสู้ไม่ได้อย่างแน่นอน
ทั้งสองคนนั่งลงข้างโต๊ะแปดเซียนในห้องโถงกลางบ้าน และรินเหล้าข้าวให้ตัวเองคนละแก้ว ช่างเป็นช่วงเวลาที่แสนสุขสบาย
สุดท้ายอาหารแปดจาน ทั้งสองคนก็กินไม่หมด ยังเหลืออีกมากพอสมควร
ตอนนี้อากาศหนาว อาหารสามารถเก็บไว้ได้อีกหนึ่งถึงสองวันก็ไม่มีปัญหา
ในยุคหลังๆ ผู้คนไม่นิยมกินอาหารเหลือ เพราะไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ในยุคที่ขาดแคลนเสื้อผ้าและอาหารเช่นนี้ ผู้คนก็ไม่กล้าเสียดายอาหาร ทุกคนก็ใช้ชีวิตแบบนี้มาตลอด
แต่ในยุคนี้ทุกคนกินไม่อิ่ม จึงไม่ค่อยมีอาหารเหลือ ซึ่งก็มีแต่ช่วงสองวันของเทศกาลปีใหม่นี้เท่านั้นที่ฟุ่มเฟือยเล็กน้อย
!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^