บทที่ 89 พานพบอีกครา [1]
บทที่ 89 พานพบอีกครา [1]
วันที่สี่หลังเทศกาลปีใหม่ เซียวหยวนซินก็พาลูกสาวหลิวหยวนหยวนกลับมาอีกครั้ง
ทว่าคราวนี้หลิวหยวนหยวนดูหงอยเหงาเศร้าซึม ดวงตารื้นไปด้วยน้ำตา สวมใส่เสื้อกันหนาวเก่าๆ ผมเผ้ายุ่งเหยิง บนศีรษะมีดอกไม้ติดผมเพียงอันเดียว ส่วนอีกอันไม่รู้หายไปไหน ไม่รู้ว่าทำหล่นหาย หรือเกิดอะไรขึ้น
“หยวนหยวน เกิดอะไรขึ้นลูก? ทำไมถึงร้องไห้แบบนี้ล่ะคะ?”
ซูเจียวเจียวคว้ามือหลิวหยวนหยวนไว้ แล้วนั่งยองๆ ลงตรงหน้า ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เมื่อเห็นซูเจียวเจียว หลิวหยวนหยวนก็ราวกับได้เจอที่พึ่งพิง ก็ร้องไห้โฮออกมา “คุณน้า… ฮือๆๆ … พี่สาวจะแย่งเสื้อผ้าชุดใหม่ของหนูไปค่ะ แล้วก็แย่งดอกไม้ติดผมของหนูด้วย หนูไม่ให้ เธอก็เลยตีหนูค่ะ”
หลังเทศกาลปีใหม่หลิวหยวนหยวนก็อายุสี่ขวบแล้ว เธอพูดจาคล่องแคล่วกว่าแต่ก่อน และรู้เรื่องราวต่างๆ มากมายแล้ว
ซูเจียวเจียวได้ยินดังนั้น สีหน้าก็พลันเย็นชาลง แล้วหันไปถามเซียวหยวนซินว่าเกิดอะไรขึ้น
สีหน้าของเซียวหยวนซินก็ดูไม่ดีนัก เธอเล่าเรื่องราวคร่าวๆ ให้ฟังว่า เธอพาลูกสาวหลิวหยวนหยวนกลับไปฉลองปีใหม่ที่บ้าน แต่เพราะเสื้อผ้าใหม่และปิ่นปักผมดอกไม้ที่ซูเจียวเจียวมอบให้หลิวหยวนหยวนนั้นสวยงามเกินไป ทำให้หลิวจวีฟาง ลูกสาวคนโตของพี่สะใภ้ใหญ่เห็นแล้วอดอิจฉาไม่ได้
พี่สะใภ้ใหญ่ก็เลยแกล้งมาขอยืมเสื้อผ้าใหม่ โดยอ้างว่าจะกลับบ้านเกิดของเธอ และหลิวจวีฟางก็ไม่มีเสื้อผ้าใหม่ใส่ กลัวจะเสียหน้า เซียวหยวนซินบอกว่าเสื้อผ้าของหยวนหยวน หลานจวีฟางใส่ไม่ได้ เพราะจวีฟางอายุมากกว่าหยวนหยวนสามปีครึ่ง
พี่สะใภ้ใหญ่บอกว่าหลิวจวีฟางผอมบาง ตัวเล็ก หลิวหยวนหยวนก็ผอมบาง ตัวเล็กเช่นกัน ไม่ต่างกันมากนัก คงจะยัดๆ ใส่เข้าไปได้อยู่
แน่นอนว่าเซียวหยวนซินไม่ยอมให้ยืม ของที่ยืมไปแล้ว จะมีทางได้คืนหรือเปล่าก็ไม่รู้
ใครจะรู้ว่าถึงตอนนั้น เธอจะหาข้ออ้างอื่นๆ มายักยอกไปหรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้น นี่คือของขวัญปีใหม่ที่ซูเจียวเจียวมอบให้หลิวหยวนหยวนในฐานะคุณน้า เธอจึงยิ่งไม่ยอมให้
พี่สะใภ้ใหญ่โกรธจัด ตะโกนด่าทอว่าเธอขี้เหนียว แถมยังลามไปถึงหลิวหยวนหยวนอีกด้วย เมื่อวานขณะที่หยวนหยวนสวมชุดใหม่เล่นอยู่หน้าบ้าน หลิวจวีฟางก็จงใจขัดขา จนล้มคะมำลงไปในบ่อโคลน ชุดใหม่เปรอะเปื้อนไปด้วยดินโคลนจนหมดสภาพ
เซียวหยวนซินจึงต้องเก็บเสื้อผ้าไว้ เตรียมจะนำมาซักที่นี่ หากซักที่กองผลิตตระกูลหลิว แล้วไม่มีคนคอยเฝ้าละก็ รับรองว่าถูกพี่สะใภ้ใหญ่กับพวกแย่งไปแน่
จากนั้นวันนี้ ตอนที่เซียวหยวนซินพาลูกสาวหลิวหยวนหยวนออกไป หลิวจวีฟางก็ฉวยโอกาสตอนที่เซียวหยวนซินกำลังเก็บของ พยายามจะแย่งปิ่นปักผมดอกไม้ของหลิวหยวนหยวนไปใส่
หลิวหยวนหยวนตัวเล็ก แย่งสู้ไม่ได้ ปิ่นปักผมถูกแย่งไป ก็เลยร้องไห้แบบนี้
เซียวหยวนซินได้ยินเสียงร้องไห้ก็ออกมา แล้วบอกให้หลิวจวีฟางคืนปิ่นปักผมดอกไม้ให้ แล้วเด็กน้อยคนนั้นก็แกล้งร้องไห้โฮออกมา โดยบอกว่าคุณป้าสี่คนนี้รังแกคน ทำให้เธอถูกคุณย่าหลิวและพี่สะใภ้ใหญ่ด่าไปชุดใหญ่
เซียวหยวนซินก็ไม่อยากถูกรังแกอีกต่อไป เธอคิดถึงคำพูดของซูเจียวเจียวว่า ห้ามทนเก็บความขุ่นเคืองไว้ในใจ มิฉะนั้นพวกนั้นจะยิ่งได้คืบเอาศอก เธอจึงแสดงท่าทีที่แข็งกร้าว สั่งให้พวกนั้นคืนปิ่นปักผมให้
ใครจะรู้ว่าหลิวจวีฟางกลับตั้งใจดึงปิ่นปักผมดอกไม้จนขาดก่อนจะคืนให้ แล้วยังพูดอีกว่า “ปิ่นปักผมพังๆ แบบนี้ ใครจะไปอยากได้”
สิ่งนี้ทำให้เซียวหยวนซินโกรธจัด
อันที่จริงนอกจากเรื่องพวกนี้แล้ว ยังมีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อีกมากมาย ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก ก่อนปีใหม่ เธอเก็บของแห้งสำหรับเทศกาลไว้ในห้อง แต่บางครั้งที่เซียวหยวนซินออกไปเข้าห้องน้ำหรือซักผ้า ก็จะไม่ได้ลงกลอนประตู พอกลับมาก็จะเห็นพี่สะใภ้ใหญ่เข้ามาในห้องของเซียวหยวนซิน หากเธอไม่เห็นพอดีละก็ ของก็คงหายไปครึ่งหนึ่ง
ในวันส่งท้ายปีเก่า เซียวหยวนซินได้นำของออกมามากมาย เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวใหญ่ได้ฉลองปีใหม่ด้วยกันอย่างครึกครื้น แต่กลับถูกพี่สะใภ้ใหญ่พูดกระทบกระเทียบว่าน้อย ทำให้เธอโกรธจัดและโต้ตอบกลับไปอย่างรุนแรง
เพราะเซียวหยวนซินเก็บของไว้ในห้องทั้งหมดแล้วลงกลอนประตู คุณย่าหลิวจึงไม่สามารถเอาไปได้ หล่อนจึงด่าว่าเซียวหยวนซินไม่น้อย แต่เธอก็ไม่สนใจ ไม่ตอบโต้ ทำราวกับว่าคุณย่าหลิวกำลังผายลม โชคดีที่ตอนนี้แยกบ้านกันแล้ว ไม่ว่าคุณย่าหลิวจะไม่พอใจแค่ไหน ก็ไม่กล้าสั่งให้เธอทำงานอะไรอีกแล้ว
เพียงแต่บ้านนั้นยังคงอยู่อย่างไม่สบายใจนัก พี่น้องสี่ครอบครัวบวกกับคุณพ่อและคุณแม่สามี สิบกว่าคนเบียดเสียดกันอยู่ ทำอะไรก็ไม่สะดวก หากมีเงินสร้างบ้านเองได้ก็คงจะดี...
ตอนที่แยกบ้าน คุณย่าหลิวบอกว่าที่บ้านไม่มีเงินเก็บ มีเพียงข้าวของเครื่องใช้ หม้อไหจานชาม พวกนั้นถูกแบ่งไปหมดแล้ว
เซียวหยวนซินไม่เชื่อว่าไม่มีเงิน เธอรู้ว่าคุณย่าหลิวไม่ได้นำออกมา แต่ไม่รู้ว่าแอบไปช่วยเหลือบ้านใคร...
หากมีเงินเก็บในอนาคต เซียวหยวนซินต้องหาวิธีสร้างบ้านเองให้ได้
หลิวหยวนหยวนเห็นปิ่นปักผมอันเป็นที่รักของตัวเองพัง ก็ร้องไห้เสียใจมาตลอดทาง
พอใกล้ถึงบ้านของซูเจียวเจียว เธอก็หยุดร้องไห้
แต่ตอนนี้พอเห็นซูเจียวเจียวถามเธออย่างอ่อนโยน เด็กน้อยก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมาอีกครั้ง
คนในครอบครัวนั้นล้วนเป็นคนไม่ดี คุณย่าก็ไม่ดี คุณป้าก็ไม่ดี พี่ชายและพี่สาวก็ไม่ดี มีเพียงคุณน้าชายกับคุณน้าสะใภ้เท่านั้นที่ดีที่สุด เป็นคนที่รักเธอมากที่สุด
ซูเจียวเจียวฟังแล้วก็โกรธมากเช่นกัน แต่นี่เป็นเรื่องของครอบครัวหลิว และเป็นเรื่องของเด็กๆ เธอไม่สามารถเข้าไปทะเลาะด้วยได้ ทำได้เพียงปลอบหลิวหยวนหยวน “หยวนหยวนไม่ร้องไห้นะคะ ปิ่นปักผมพังก็ยังซ่อมได้นะ”
“คุณน้า คุณย่ากับคุณลุง พวกพี่ๆ เขาด่าหนูว่าขี้เหนียวค่ะ” หลิวหยวนหยวนร้องไห้เสร็จ ก็รู้สึกผิดและกลัวเล็กน้อย “แต่หนู หนูไม่ใช่คนขี้เหนียวสักหน่อย...”
ซูเจียวเจียวเอื้อมมือไปลูบหัวของเธอ “หยวนหยวนของเราไม่ใช่คนขี้เหนียวสักหน่อย หนูทำถูกแล้ว เสื้อผ้าใหม่และปิ่นปักผมดอกไม้เป็นของของหนู หนูอยากให้ใครยืมก็ให้ ไม่อยากให้ใครยืมก็ไม่ต้องให้ ใครก็ไม่มีสิทธิ์มาว่าหนูว่าเป็นคนขี้เหนียว หนูปกป้องของของตัวเอง หนูเก่งมาก หนูทำถูกแล้ว!”
หลิวหยวนหยวนไม่คิดว่าจะได้รับกำลังใจจากซูเจียวเจียว เธอจึงเผยรอยยิ้มเล็กๆ บนใบหน้าในที่สุด คุณน้าใจดีจัง!
คุณน้าสวย พูดจาอ่อนโยน เหมือนนางฟ้าตัวเล็กๆ เลย!
เธอชอบคุณน้าที่สุดเลย!
ซูเจียวเจียวเองก็คาดไม่ถึงว่าครอบครัวพี่สะใภ้ใหญ่จะไร้ยางอายขนาดนี้ แม้แต่ของเด็กสี่ขวบก็ยังคิดจะแย่ง! ยังใช้ลูกสาวสองคนของตัวเองไปแย่งอีก นี่มันไร้ยางอายเกินไปแล้ว! ลูกสาวสองคนก็ถูกสอนจนเสียคนไปแล้ว!
หลังจากนั้นไม่กี่วันก็เป็นไปอย่างสงบสุข เซียวหยวนซินพยายามเรียนรู้วิชาชีพจากซูเจียวเจียว และพยายามกลับไปที่กองผลิตตระกูลหลิวน้อยลง เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สบายใจที่ต้องเจอพวกเขา
ส่วนหลิวเฉิงเหว่ย หลังจากทำงานเสร็จทุกวัน ก็ต้องกลับบ้านมาซักผ้าและทำอาหารเอง เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหนื่อยล้า และยิ่งรู้สึกเห็นใจเซียวหยวนซินมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อก่อนหยวนซินเลิกงาน ก็ต้องกลับบ้านมาซักผ้าให้คนทั้งครอบครัว ทำอาหารให้คนทั้งครอบครัว เธอทำเช่นนี้มาสามปีแล้ว ส่วนเขาเพิ่งจะทำอาหารให้ตัวเองคนเดียว ซักผ้าให้ตัวเองคนเดียว ก็รู้สึกเหนื่อยแล้ว...
เมื่อมีเวลาว่าง หลิวเฉิงเหว่ยก็จะวิ่งมาที่กองผลิตฉางซิงเพื่อมาเยี่ยมเซียวหยวนซินและลูกสาว
ความสัมพันธ์ของคนทั้งสามก็ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก
หลังจากเสร็จสิ้นการเพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิ ชาวบ้านในหมู่บ้านก็เริ่มซ่อมถนน แม้ว่าในหมู่บ้านจะมีถนนเส้นหนึ่งที่เชื่อมต่อไปยังตัวอำเภอ แต่ถนนเส้นนั้นแคบและเต็มไปด้วยหลุมบ่อ เมื่อถึงหน้าฝนก็จะเต็มไปด้วยโคลน เดินทางลำบากมาก และเมื่อมีรถสวนมาก็ยากที่จะหลบหลีก
ครั้งที่แล้วมีรถคันหนึ่ง เพื่อหลีกทางให้กับรถแทรกเตอร์คันใหญ่ จึงพลัดตกลงไปในคูน้ำ คนที่อยู่บนรถไม่เป็นอะไร แต่คนขับเสียชีวิต
!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^