บทที่ 92 คนไม่ทำร้ายฉัน ฉันไม่ทำร้ายคน
บทที่ 92 คนไม่ทำร้ายฉัน ฉันไม่ทำร้ายคน
โจวเม่ยจ้องมองซูเจียวเจียวด้วยแววตาไม่เป็นมิตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นเสื้อผ้าสวยงามที่ซูเจียวเจียวสวมใส่ ผมสีดำขลับที่มัดรวบครึ่งศีรษะเป็นทรงที่เธอไม่เคยเห็น ผิวพรรณของซูเจียวเจียวขาวผ่องดุจหิมะ ใต้คิ้วเรียวสวยมีดวงตาดำขลับเปล่งประกาย
โจวเม่ยดูเหมือนจะได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยออกมาจากตัวซูเจียวเจียว แล้วหันมามองตัวเองที่เหมือนต้นหญ้าในโคลนตม ช่างดูไม่น่ามองเอาเสียเลย...
ทั้งสองราวกับอยู่คนละโลก
โจวเม่ยรู้สึกไม่ยอมแพ้ผุดขึ้นมาในใจทันที เธอจ้องซูเจียวเจียวด้วยสายตาอาฆาตแค้น “เห็นฉันตกต่ำขนาดนี้ สมใจเธอแล้วใช่ไหมล่ะ?”
ซูเจียวเจียวมองเธออย่างงุนงง “ฉันไม่เข้าใจที่เธอพูด ชีวิตของเธอก็เป็นเธอเองที่ใช้ไม่ใช่เหรอ? แล้วมันเกี่ยวกับฉันตรงไหน?”
นิ้วมือใต้แขนเสื้อของโจวเม่ยกำแน่น เธอกล่าวอย่างขุ่นเคือง “เธอก็แค่อยากเห็นฉันเป็นตัวตลกใช่ไหม? เห็นฉันน่าสมเพชแบบนี้แล้ว เธอก็มีความสุขใช่ไหม?”
ซูเจียวเจียวอดไม่ได้ที่จะกระตุกมุมปากเล็กน้อย เธอเห็นความริษยาที่พลุ่งพล่านในดวงตาของโจวเม่ย จึงยกมุมปากขึ้นแล้วกล่าวอย่างเย็นชา “โจวเม่ย ฉันคิดว่าเธอยังไม่เข้าใจสิ่งหนึ่งนะ? ฉันกับเธอไม่ได้มีเรื่องบาดหมางกัน แล้วทำไมฉันจะต้องมีความสุขเมื่อเห็นเธอลำบากด้วยล่ะ? เว้นเสียแต่ว่าเธอจะคิดแบบนั้นในใจ อยากให้ฉันลำบากแล้วเธอจะมีความสุข น่าเสียดายที่ความเป็นจริงไม่เป็นไปตามที่เธอหวัง”
“อีกอย่าง การที่ฉันได้แต่งงานกับเซียวหยวนหมิง ก็เป็นเพราะเธอครึ่งหนึ่งนะ อย่าลืมสิว่าเธอเป็นคนบอกฉันว่าถ้าฉันแต่งงานกับเซียวหยวนหมิง ฉันก็ไม่ต้องออกไปทำงานในไร่นา เซียวหยวนหมิงเป็นผู้ชายที่แข็งแรงที่สุดในหมู่บ้านของเรา เป็นคนที่ทำงานเก่งที่สุดด้วย แต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉันต้องขอบคุณเธอนะ อาหมิงของฉันเป็นสุดยอดสามีจริงๆ ตั้งแต่แต่งงานกับอาหมิง ฉันแทบไม่ต้องทำงานบ้านเลย”
“แล้วอีกเรื่องหนึ่ง เหตุผลที่เธอถูกส่งไปทำงานในไร่เกษตรกรรมก็เพราะเธอค้ากำไรเกินควร และถูกจับได้เอง จะโทษใครได้! ไม่ใช่ฉันที่สั่งให้ไปทำสักหน่อย! พูดถึงเรื่องนี้แล้ว หลินเฟิงน่าสงสารที่สุดเลยนะ เขาถูกเธอดึงเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ตอนนี้เธอออกมาจากไร่เกษตรกรรมแล้ว แต่หลินเฟิงยังคงต้องทำงานหนักอยู่ในนั้น เมื่อไรเธอจะช่วยหลินเฟิงออกมาจากที่นั่นได้ล่ะ? แต่ถ้าหลินเฟิงรู้เรื่องบางอย่างของเธอละก็ สงสัยคงอยากจะบีบคอเธอให้ตายไปเลยก็ได้?”
“เจียวเจียว นี่เธอ!!”
โจวเม่ยโกรธจนดวงตาแดงก่ำ เบิกตากว้างจ้องมองซูเจียวเจียวอย่างอาฆาตแค้น แต่กลับไม่สามารถพูดอะไรเพื่อโต้แย้งได้เลย
ซูเจียวเจียวรู้เรื่องระหว่างเธอกับหลี่เกินเซิงจริงๆ ด้วย!
หลังจากเข้าไปในไร่เกษตรกรรม เพื่อให้หลินเฟิงช่วยเธอทำงาน โจวเม่ยจึงจำใจคบกับหลินเฟิง
หลินเฟิงตระหนักดีว่าสถานะของตนเองในตอนนี้ไม่สู้ดีนัก อนาคตคงยากที่จะหาใครมาเคียงข้าง จึงยึดติดกับโจวเม่ยไม่ปล่อย แต่ในใจก็แอบแค้นโจวเม่ย ถ้าไม่ใช่เพราะเธอละก็ เขาคงไม่ถูกลงโทษ ไม่ถูกปรับหรอกจริงไหม?
แม้การทำงานในกองผลิตจะลำบาก แต่ก็ยังดีกว่าไร่เกษตรกรรมเยอะ!
ในไร่เกษตรกรรม หลินเฟิงต้องถางป่าทุกวัน มือของเขาเต็มไปด้วยตุ่มพุพอง เมื่อตุ่มพองแตกก็เจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม เลือดไหลไม่หยุด แม้แต่ตอนอาบน้ำหรือกินข้าว มือของเขาก็ยังสั่น
ดังนั้นในเวลากลางคืน หลินเฟิงจึงระบายความคับแค้นใจและความโกรธทั้งหมดใส่โจวเม่ย หลินเฟิงอารมณ์เสียมากขึ้นเรื่อยๆ และมักจะทุบตีและด่าว่าเธอเสมอ
โจวเม่ยก็ไม่กล้าพูดอะไร ส่วนเรื่องพรหมจรรย์ เธออาศัยจังหวะที่หลินเฟิงเหนื่อยจนหลับไป แอบกรีดนิ้วตัวเองแล้วป้ายเลือดลงไป ดังนั้นหลินเฟิงจึงไม่รู้ว่าเธอเสียพรหมจรรย์ไปนานแล้ว
หากหลินเฟิงรู้เข้าละก็ เขาคงทุบตีเธอจนตายแน่นอน!
แต่โชคดีที่ตอนนี้เธอออกมาจากไร่เกษตรกรรมแล้ว ไม่ต้องทนรับอารมณ์ของหลินเฟิงอีกต่อไป
ดวงตาของโจวเม่ยเต็มไปด้วยคำเตือน “ซูเจียวเจียว เธอไม่ควรพูดจาเหลวไหล!”
ซูเจียวเจียวเผชิญหน้ากับสายตาที่บิดเบี้ยวของเธออย่างไม่เกรงกลัว “คนไม่ทำร้ายฉัน ฉันก็ไม่ทำร้ายคน”
หลังจากกล่าวคำพูดที่เย็นชา ซูเจียวเจียวก็เดินจากไป
ซูเจียวเจียวเดินมาถึงห้องประชุมของกองผลิต และพบว่าในห้องประชุมไม่ได้มีเพียงหลี่เกินเซิงเท่านั้น แต่ยังมีเลขาธิการเจียงอยู่ด้วย
ซูเจียวเจียวมองหลี่เกินเซิงแล้วถาม “หัวหน้าหลี่ คุณมีอะไรจะคุยกับฉันหรือคะ?”
ตอนนี้เป็นเวลากลางวัน เธอออกมาคนเดียวก็ไม่กลัวอะไร อาหมิงกำลังสร้างถนนอยู่นอกหมู่บ้าน ได้ข่าวว่าใกล้จะสร้างเสร็จแล้ว อีกครึ่งเดือนก็คงจะแล้วเสร็จ
หลี่เกินเซิงกล่าว “เรื่องจักรเย็บผ้าที่คุณเคยพูดถึง เลขาธิการเจียงได้สอบถามความเห็นจากคณะกรรมการระดับสูงแล้ว พวกเขาตกลงที่จะซื้อจักรเย็บผ้ากลับมาหนึ่งเครื่อง แต่คุณต้องระวังอย่าทำมันเสียหายนะ...”
ซูเจียวเจียวได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกประหลาดใจ พวกเขาตกลงจริงหรือ?
แต่เขายังพูดไม่ทันจบ เลขาธิการเจียงก็จ้องมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำเตือน
หลี่เกินเซิงจึงหุบปากทันที
เลขาธิการเจียงมองซูเจียวเจียวด้วยสีหน้าอ่อนโยนและรอยยิ้ม “ครั้งที่แล้วคุณกับสหายเซียวหยวนหมิงช่วยสหายอู๋เฟิ่งเสียไว้ คณะกรรมการระดับสูงจึงทราบว่ากองผลิตฉางซิงยังต้องการจักรเย็บผ้าเพิ่มอีกหนึ่งเครื่อง พวกเขาก็ไม่ลังเลที่จะตกลงทันที และกองผลิตของเราก็ไม่ต้องออกเงินด้วยซ้ำ เป็นครอบครัวตระกูลอู๋ที่ออกเงินและบัตรแลกสิ่งของให้ โดยกล่าวว่าเป็นของขวัญขอบคุณที่คุณกับสหายเซียวหยวนหมิงช่วยชีวิตเธอไว้”
ซูเจียวเจียวเผยสีหน้าประหลาดใจ เธอก็ว่าทำไมหลี่เกินเซิงถึงตกลงง่ายดายเช่นนี้! ที่แท้เป็นครอบครัวตระกูลอู๋ที่ส่งมาให้นี่เอง!
เธอเคยได้ยินเกี่ยวกับฐานะของครอบครัวตระกูลอู๋อยู่บ้าง อู๋เฟิ่งเสียที่ถูกช่วยชีวิตไว้ เป็นลูกสาวของอู๋จวิ้น ผู้บังคับการสถานีตำรวจคนใหม่ในตัวเมืองมณฑล การหาบัตรอุตสาหกรรมย่อมไม่ใช่เรื่องยาก
ดังนั้นครั้งที่แล้วจึงสามารถมอบรางวัลให้อาหมิงได้อย่างรวดเร็ว ทั้งคำชมเชยและเงินรางวัล
“แต่ครั้งที่แล้วในงานประกาศเกียรติคุณ คณะกรรมการระดับสูงก็ได้มอบเงินรางวัลให้อาหมิงแล้ว จักรเย็บผ้าเครื่องนี้ เราคงรับไม่ได้หรอกค่ะ”
แม้ซูเจียวเจียวจะอยากได้มาก แต่ก็ไม่สามารถรับของคนอื่นมาได้ง่ายๆ
เลขาธิการเจียงกล่าว “ครอบครัวตระกูลอู๋ไม่จำเป็นต้องใช้ของเหล่านี้ ในเมื่อส่งมาให้แล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะส่งกลับไปอีก คุณรับไว้เถอะครับ ถ้าอยากจะขอบคุณครอบครัวตระกูลอู๋จริงๆ คุณก็สามารถตัดเสื้อผ้าที่คุณทำเองให้พวกเขาเป็นของขวัญตอบแทนได้”
ซูเจียวเจียวฟังแล้วก็เห็นด้วย เธอจึงจำใจรับไว้
ไม่นานนัก จักรเย็บผ้าเครื่องใหม่ก็ถูกนำมาไว้ที่บ้านของซูเจียวเจียว และตั้งไว้ในห้องด้านทิศตะวันตกที่เซียวหยวนซินอาศัยอยู่
เมื่อมีจักรเย็บผ้าเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเครื่อง เซียวหยวนซินก็มีความสุขมาก เธอบอกว่าจะแบ่งรายได้จากการรับงานส่วนตัวให้ซูเจียวเจียวด้วยในอนาคต เพราะจักรเย็บผ้าเครื่องนี้เป็นของขวัญที่เจียวเจียวได้รับมา
ซูเจียวเจียวก็จะมอบงานง่ายๆ ให้เซียวหยวนซิน เพื่อให้เธอได้ฝึกฝนมากขึ้น
ซูเจียวเจียวจึงมีเวลาว่างมากขึ้น
ตอนนี้เป็นปลายเดือนเมษายนแล้ว อากาศเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะคนที่ทำงานหนักก็จะเหงื่อออกท่วมตัว
ซูเจียวเจียวต้มน้ำถั่วเขียวหม้อใหญ่ ใส่ความหวานด้วยน้ำตาลกรวด รอจนเย็นแล้วจึงนำไปให้เซียวหยวนหมิงดื่ม เพื่อดับร้อน
โชคดีที่สถานที่สร้างถนนอยู่ไม่ไกล ซูเจียวเจียวถือถ้วยน้ำแกงถั่วเขียวที่เย็นแล้ว เดินไปสองลี้ก็เห็นกลุ่มคนที่กำลังทำงานกันอย่างกระตือรือร้นอยู่ไกลๆ
บรรดาหนุ่มๆ ถอดเสื้อเปลือยท่อนบน ผิวพรรณถูกแดดเผาจนดำคล้ำ เหงื่อไคลไหลทั่วตัว
ซูเจียวเจียวเห็นเซียวหยวนหมิงท่ามกลางฝูงชนในทันที เขาก็ถอดเสื้อเปลือยท่อนบนเช่นกัน เผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องสีทองแดงที่เปล่งประกายภายใต้แสงแดด
กล้ามเนื้อหน้าท้องแปดมัดของเขาแข็งแรงดุจหินผา
กล้ามเนื้อแขนของเขาก็แน่นแข็งเช่นกัน ดูแล้วเต็มไปด้วยพละกำลัง
ซูเจียวเจียวเดินยังไม่ถึง พวกลู่เหว่ยหมินก็เริ่มแซวขึ้นมาแล้ว “อาหมิง พี่สะใภ้เอาของอร่อยมาส่งให้อีกแล้ว”
!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^