LNCrawler

บทที่ 93 หลินเฟิงหนีไปแล้ว

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 93 หลินเฟิงหนีไปแล้ว

        “พี่สะใภ้นี่ดีกับอาหมิงจริงๆ เลยนะ ถึงกับเอาของอร่อยๆ มาส่งให้พวกเรากินด้วย”

       “แน่นอนอยู่แล้ว ก็ดูเอาสิว่าพี่สะใภ้กับอาหมิงรักกันขนาดไหน”

       “เฮ้อ... น่าอิจฉาจังเลย!”

       ทุกคนต่างพากันหยอกล้ออย่างสนุกสนาน

       เมื่อเซียวหยวนหมิงได้ยินว่าซูเจียวเจียวมา เขาก็เงยหน้าขึ้นมองทันที จึงเห็นซูเจียวเจียวกำลังเดินมาจากที่ไกลๆ ในมือถือถังใบหนึ่งที่คลุมด้วยผ้าขาวบางสะอาด เพื่อป้องกันฝุ่น

       เซียวหยวนหมิงรีบทิ้งงานในมือและเดินไปหาซูเจียวเจียว เขารับถังจากมือเธอมาถือไว้พลางกล่าวว่า “ผมบอกแล้วไงว่าอากาศร้อนๆ แบบนี้ไม่ต้องมาส่งข้าวส่งน้ำให้ผมหรอกนะ ระวังคุณจะไม่สบายเอา”

       เมื่อเซียวหยวนหมิงรับของไป ซูเจียวเจียวก็รู้สึกเบาขึ้นทันที เธอเผยรอยยิ้มบางๆ “ช่วงนี้ฉันไม่ค่อยมีงานทำน่ะค่ะ ว่างๆ ก็เลยมาหา”

       เซียวหยวนหมิงยกถังไปวางในที่ร่มและสะอาด จากนั้นก็จับมือซูเจียวเจียวขึ้นมาดู ปรากฏว่ามือของเธอแดงก่ำเป็นรอยถลอก

       มือของเธอเล็กและบอบบางนัก

       แม้น้ำถั่วเขียวครึ่งถังนี้จะไม่หนักสำหรับเขา แต่สำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างซูเจียวเจียว การหิ้วมาไกลถึงสองลี้ก็คงไม่เบาเลยทีเดียว

       เมื่อเห็นรอยถลอกบนมือของคนรัก เซียวหยวนหมิงก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวดในใจ

       เขากุมมือของเธอไว้แล้วนวดเบาๆ ไม่หยุดหย่อน “ยังเจ็บอยู่ไหม?”

       เจียวเจียวบอบบางขนาดนี้ หิ้วมาไกลขนาดนี้ แถมยังโดนแดดแรงๆ คงเหนื่อยแย่แล้ว

       “คุณนวดแบบนี้ก็ดีขึ้นเยอะแล้วล่ะ” ซูเจียวเจียวกล่าวพลางยิ้ม ดวงตาทั้งคู่สุกใสราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า จ้องมองเขาตาไม่กะพริบ

       “ต่อไปไม่ต้องออกมาแล้วนะ พักผ่อนอยู่บ้านเถอะ” เซียวหยวนหมิงกำชับ

       ซูเจียวเจียวใช้มือข้างหนึ่งเท้าคาง อีกข้างให้เขานวดเบาๆ แล้วกล่าวพลางยิ้มอย่างร่าเริงว่า “เข้าใจแล้วค่ะ”

       เมื่อเห็นท่าทางของเธอ เซียวหยวนหมิงก็ส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ ทุกครั้งที่เขากล่าวเช่นนี้ เธอก็จะรับปากอย่างว่าง่าย แต่พอถึงวันรุ่งขึ้น เธอก็ยังคงมาส่งอาหารให้เขาอยู่ดี จนเขานั้นไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้ว

       ลู่เหว่ยหมินและเหล่าพี่น้องเห็นเซียวหยวนหมิงกับซูเจียวเจียวรักกันมากขนาดนี้ ก็รู้สึกอิจฉาจับใจ

       หลังจากนวดมือให้จนรอยแดงจางหายไป ซูเจียวเจียวก็บอกให้เซียวหยวนหมิงไปดื่มน้ำถั่วเขียว

       เซียวหยวนหมิงตักขึ้นมาหนึ่งชาม แล้วป้อนให้เธอก่อน “คุณเดินตากแดดมาตลอดทาง คงจะหิวน้ำมากแน่ๆ ดื่มก่อนสิ”

       ซูเจียวเจียวหัวเราะพร้อมกับตบกระติกน้ำบนตัวเธอ “ฉันเตรียมน้ำมาด้วย และดื่มมาตลอดทางเลย คุณดื่มเถอะค่ะ”

       เซียวหยวนหมิงจึงเริ่มดื่มอย่างว่าง่าย

       ซูเจียวเจียวเรียกลู่เหว่ยหมินและทุกคนที่กำลังสร้างถนนให้มาดื่มน้ำถั่วเขียวเพื่อคลายร้อน

       เมื่อได้ยินว่ามีน้ำถั่วเขียวดื่ม ทุกคนก็วางงานในมือลงแล้วมารวมตัวกัน

       แต่ละคนนำกระติกน้ำของตัวเองมาเติม น้ำถั่วเขียวถูกต้มแบบเจือจาง แต่ใส่น้ำตาลเยอะทำให้มีรสหวาน แถมยังแช่น้ำแข็งในบ่อน้ำ ทำให้ดื่มแล้วเย็นชื่นใจ!

       ทุกคนต่างกอดกระติกน้ำของตัวเอง นั่งดื่มใต้ร่มเงาไม้ช้าๆ รู้สึกเย็นสบายขึ้นมาก และมีอารมณ์ที่จะคุยเล่นกัน

       แน่นอนว่าคำชมเชยที่ซูเจียวเจียวจะได้รับก็มีมากมาย

       “ยุวชนซูใจดีจริงๆ”

       “ยุวชนซูเป็นภรรยาที่ดีและรู้จักดูแลสามี”

       แม้บางคำชมจะออกแนวประจบประแจง แต่ก็เป็นคำชมที่ออกมาจากใจจริง เพราะทุกครั้งที่ซูเจียวเจียวมาส่งอาหารให้เซียวหยวนหมิง เธอก็จะเผื่อแผ่มาให้พวกเขาด้วยเสมอ

       บางครั้งก็เป็นหมั่นโถวนึ่งคนละสองลูก

       บางครั้งก็เป็นน้ำแกงเห็ดหูหนูขาวคนละชามเล็กๆ

       บางครั้งก็เป็นซาลาเปาไส้ผัก คนละชิ้น...

       ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไป ทุกคนต่างก็ได้รับความเอื้อเฟื้อจากซูเจียวเจียว และรู้ว่าซูเจียวเจียวไม่ใช่คนขี้เหนียว

       เธอไม่เพียงแต่ใจกว้างเท่านั้น แต่ยังใจดีและเข้ากับคนง่ายอีกด้วย

       แต่ก่อนเซียวหยวนหมิงไม่มีเพื่อนเลยนอกจากพี่น้องอย่างลู่เหว่ยหมิน ไม่มีใครในหมู่บ้านที่พูดคุยกับเขามากนัก แต่ในช่วงนี้ทุกคนก็เริ่มสนิทกับเซียวหยวนหมิงมากขึ้น

       บางครั้งเมื่อเจอหน้ากันบนถนนก็จะทักทายกัน ท่าทีของทุกคนต่อเซียวหยวนหมิงก็เปลี่ยนไปมากโดยไม่รู้ตัว

       ที่จริงแล้วซูเจียวเจียวก็สังเกตเห็นเรื่องพวกนี้ เธอหวังให้อาหมิงสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในหมู่บ้าน และหวังว่าเขาจะมีบุคลิกที่เปิดเผยมากขึ้น

       เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ บุคลิกของอาหมิงเปิดเผยมากขึ้นจริงๆ ตอนนี้บางครั้งเขาก็ยังพูดเล่นกับลู่เหว่ยหมินและคนอื่นๆ สองสามคำ

       ซูเจียวเจียวหยิบไข่ต้มออกจากกระเป๋ากางเกง แล้วยื่นให้เขา “กินไข่เพิ่มพลังหน่อยนะคะ”

       เซียวหยวนหมิงแกะเปลือกไข่แล้วจะป้อนให้เธอ ซูเจียวเจียวกัดไปหนึ่งคำ จากนั้นก็หยิบไข่อีกฟองออกมาอย่างรวดเร็ว แกะเปลือกเสร็จอย่างรวดเร็ว “มีอีกฟอง เรากินกันคนละฟองนะ”

       บางครั้งซูเจียวเจียวจะนำไข่มาให้เขากิน แต่เขาก็จะแกะไข่แล้วป้อนเธอเสมอ ดังนั้นซูเจียวเจียวจึงต้องเตรียมไข่มาสองฟองเสมอ คนละฟอง

       คนอื่นๆ นอกจากนั้น ไม่มีใครได้รับไข่เลย

       เพราะไข่มันแพงมาก ไม่เหมือนหมั่นโถวนึ่งหรือซาลาเปาผัก ที่ทำเพิ่มอีกสองสามชิ้นก็ได้

       ทว่าทุกคนก็ไม่ใช่คนที่ไม่รู้จักบุญคุณ การได้ดื่มน้ำถั่วเขียวอร่อยๆ โดยไม่ต้องจ่ายอะไรก็พอใจมากแล้ว

       ทุกคนคุยกันสักพักก็กลับไปทำงานต่อ

       เซียวหยวนหมิงอยู่เป็นเพื่อนซูเจียวเจียวอีกครู่หนึ่ง แล้วก็กลับไปทำงานต่อ ทุกคนยังบอกให้เซียวหยวนหมิงอยู่เป็นเพื่อนซูเจียวเจียวอีกสักพัก ไม่ต้องรีบร้อน

       ซูเจียวเจียวสัมผัสได้ถึงความเอื้อเฟื้อของทุกคน จึงเผยรอยยิ้มอันสดใส “ที่บ้านฉันยังมีงานค้างอยู่ ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ”

       เซียวหยวนหมิงกำชับให้เธอระวังระหว่างทาง

       ซูเจียวเจียวโบกมือให้เขาพร้อมรอยยิ้ม “ฉันรู้แล้วน่า”

       เซียวหยวนหมิงละสายตาจากเธออย่างอาลัยอาวรณ์จนกระทั่งร่างของซูเจียวเจียวลับหายไป

       ลู่เหว่ยหมินหัวเราะเยาะ “อาหมิง พี่สะใภ้ลับตาไปแล้ว พี่ก็ยังมองอีกนะ พี่นี่จะกลายเป็นรูปปั้นหินยืนมองภรรยาอยู่แล้วนะ”

       “อาหมิง พี่อยู่กับพี่สะใภ้ทุกวันยังไม่พออีกเหรอ?”

       “ฮ่าๆๆ อาหมิงคงอยากอยู่กับพี่สะใภ้ตลอด 24 ชั่วโมงละมั้ง อยู่กับพวกเราผู้ชายเหม็นๆ แบบนี้มันจะไปดีได้ยังไงกัน”

       เซียวหยวนหมิงแกล้งจ้องมองพวกเขาอย่างดุร้าย “ไปทำงานกันได้แล้ว”

       “ครับ!”

       …

       เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ก็มาถึงช่วงต้นเดือนห้า

       เดือนห้าเป็นช่วงฤดูฝน ถนนที่กำลังก่อสร้างเหลือเวลาอีกสามวันก็จะแล้วเสร็จ แต่ฝนกลับตกไม่หยุด ทุกคนจึงถูกบังคับให้หยุดงาน

       งานในช่วงฤดูฝนมีน้อย โดยเฉพาะเมื่อฝนตกหนักขนาดนี้ ทุกคนจึงไม่ได้ไปทำงาน พักผ่อนอยู่ที่บ้าน

       ซูเจียวเจียวทำงานบ้านไปสักพัก แล้วก็มานั่งอ่านหนังสือกับเซียวหยวนหมิงข้างหน้าต่าง

       เพราะฝนตก แสงสว่างจึงไม่ดีนัก ซูเจียวเจียวจึงจุดตะเกียงน้ำมันก๊าด มิฉะนั้นแสงจะมืดเกินไป และจะทำให้สายตาเสีย

       เซียวหยวนซินกำลังตัดเสื้อผ้าอยู่ในห้องทางทิศตะวันตก ส่วนหลิวหยวนหยวนถอดรองเท้าและถุงเท้าเล่นอยู่บนเตียง

       พอถึงสี่โมงเย็น ก็มีคนจากไร่เกษตรกรรมมาบอกว่าหลินเฟิงหนีไปแล้ว โดยเอาเสื้อผ้าสองชุดกับเงินเก็บเล็กน้อยติดตัวไปด้วย

       หลี่เกินเซิงรีบฝ่าสายฝนหนักไปตามบ้านต่างๆ เพื่อเรียกคนให้ออกตามหาหลินเฟิง

       ทุกคนจึงต้องสวมเสื้อกันฝนและหมวกฟาง ออกไปตามหาคน


!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน 
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^