LNCrawler

บทที่ 94 ดินถล่ม! [1]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 94 ดินถล่ม! [1]

        ซูเจียวเจียวตั้งใจจะไปช่วยตามหาด้วย แต่เซียวหยวนหมิงยืนกรานไม่ยอมเด็ดขาด เพราะตอนนี้ฝนตกหนักมาก อีกทั้งใกล้จะมืดค่ำแล้ว อาจจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันได้ง่ายๆ

       ซูเจียวเจียวจึงทำได้เพียงกำชับให้เซียวหยวนหมิงระมัดระวังตัว และบอกว่าจะรอเขากลับบ้าน

       ไม่นาน ร่างของเซียวหยวนหมิงก็หายลับไปในสายฝนยามค่ำคืน

       ซูเจียวเจียวรู้สึกเป็นกังวลอย่างมาก ถึงขนาดอ่านหนังสือไม่เข้าหัว ฝนข้างนอกตกหนักขนาดนี้ อีกทั้งฟ้าก็ยิ่งมืดลงทุกที จะไปตามหาคนเจอได้อย่างไรกัน?

       เซียวหยวนซินเข้ามาปลอบประโลม “เจียวเจียว อย่ากังวลไปเลย อาหมิงจะต้องปลอดภัย ไม่เป็นอะไรหรอก”

       ซูเจียวเจียวพยักหน้า แต่หัวใจกลับหนักอึ้ง

       เพราะชาติที่แล้วไม่ได้เกิดเรื่องโจวเม่ยและหลินเฟิงถูกจับในคดีเก็งกำไร จึงไม่มีเรื่องที่โจวเม่ยและหลินเฟิงถูกส่งไปทำงานที่ไร่เกษตรกรรม และยิ่งไม่มีเรื่องที่หลินเฟิงหนีไป…

       เหตุการณ์เหล่านี้ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันราวกับปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีก ทำให้ซูเจียวเจียวยิ่งไม่เข้าใจว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นอีก…

       เธอรู้สึกหวาดกลัวและเป็นกังวลเล็กน้อย แต่โชคดีที่ไม่ได้เกิดอาการใจสั่นและหวาดกลัวอย่างที่เคยเป็นครั้งก่อน

       เธอก็ไม่แน่ใจว่าอาการใจสั่นและหวาดกลัวที่เกิดขึ้นครั้งก่อนนั้นเป็นลางบอกเหตุจริงๆ หรือเปล่า…

       ซูเจียวเจียวเฝ้ารอด้วยความกระวนกระวายใจ ได้แต่ภาวนาให้อาหมิงปลอดภัย และทุกคนสามารถหาหลินเฟิงเจอและกลับมาโดยเร็ว

       เมื่อท้องฟ้ายิ่งมืดมิดลงเรื่อยๆ แต่เซียวหยวนหมิงก็ยังไม่กลับมา ไม่เพียงแต่เซียวหยวนหมิงเท่านั้น แม้แต่ชาวบ้านที่ออกไปช่วยตามหาก็ยังไม่มีใครกลับมาเลย

       ก่อนหน้านี้หลี่เกินเซิงได้เรียกชายฉกรรจ์กว่าสิบคนในกองผลิต ซึ่งล้วนเป็นผู้ที่ทำงานเก่งกาจ พวกเขาถูกส่งไปตามหาตามสถานที่ต่างๆ ทั้งในตัวตำบล ตัวอำเภอ สถานีรถไฟ และหลังเขา ทว่าก็ยังไม่พบใครเลย

       เดิมทีคิดว่าจะหาเจอในไม่ช้า แต่เมื่อถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข่าวคราวใดๆ

       ฝนยังคงเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลยแม้แต่น้อย

       หลี่เกินเซิงเห็นว่าหามานานแล้วแต่ก็ยังไม่เจอใคร และคิดว่าฝนตกหนักเกินไปแล้ว จึงจะให้ทุกคนกลับไปพักผ่อน พอดีกับที่หลี่ต้าเฉวียนถือรองเท้าข้างหนึ่งมายังหลี่เกินเซิงพลางกล่าวว่า “หัวหน้าหลี่ครับ พวกเราเจอรองเท้าข้างหนึ่งในร่องน้ำครับ”

       หลี่เกินเซิงรับรองเท้ามาแล้วพบว่าดินโคลนบนรองเท้านั้นยังใหม่มาก เขาจึงกล่าวว่า “รองเท้าคู่นี้ต้องเป็นของหลินเฟิงไม่ผิดแน่ แล้วเจอจากร่องน้ำที่ไหน?”

       หลี่ต้าเฉวียนตอบว่า “ตรงทางที่จะขึ้นไปหลังเขาครับ”

       หลี่เกินเซิงอุทานในใจว่าไม่ดีแล้ว “ทางไปหลังเขาเป็นทางที่เดินยากที่สุด ยามค่ำคืนจะมืดมาก แถมฝนยังตกหนัก ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา คงจะแย่แน่ๆ ทุกคนรีบตามผมขึ้นไปหาบนเขาเดี๋ยวนี้เลย!”

       ในทันที หลี่เกินเซิงก็พาผู้คนขึ้นไปตามหา

       ทางด้านซูเจียวเจียว เธอนั่งรอจนเกือบเที่ยงคืนแล้วก็ยังไม่มีใครกลับมา ความไม่สบายใจในใจก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นานขนาดนี้แล้วยังไม่กลับมา คงจะเกิดอะไรขึ้นแล้วกระมัง?

       ซูเจียวเจียวเดินวนไปวนมาด้วยความกระวนกระวายใจ สุดท้ายก็อดใจไม่ไหว เธอคว้าเสื้อคลุมกันฝนมาสวม และสวมหมวกฟางแล้วรีบวิ่งออกจากบ้านไป เซียวหยวนซินพยายามห้ามแล้วก็ยังห้ามไม่อยู่

       เซียวหยวนซินตั้งใจจะวิ่งตามออกไป แต่พอนึกถึงหยวนหยวนวัยสี่ขวบที่อยู่บ้านเพียงลำพัง ก็วางใจไม่ได้ เธอจึงจำใจต้องรอคอยอยู่ที่บ้าน

       ซูเจียวเจียวกำลังเดินอยู่กลางทาง ก็ได้พบกับเว่ยหงปิงที่กำลังรีบร้อนเดินเคาะประตูตามบ้านต่างๆ เธอจึงรีบหยุดเขาไว้ “ยุวชนเว่ยคะ ทุกคนยังไม่กลับมาเลยหรือ?”

       เว่ยหงปิงเห็นว่าเป็นซูเจียวเจียว จึงปาดน้ำฝนบนใบหน้าแล้วตอบเสียงดัง “ยังเลยครับ หลินเฟิงวิ่งหนีไปทางหลังเขา พวกเราตามขึ้นไปหาบนเขา แต่ฝนตกหนักมากจนเกิดดินถล่มครับ ตอนนี้สถานการณ์ฉุกเฉิน ผมไม่มีเวลาพูดกับเธอมากนัก ผมต้องรีบไปเรียกคนมาช่วยก่อน”

       เว่ยหงปิงกล่าวจบก็รีบจากไปทันที

       ซูเจียวเจียวได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ดวงตากลมโตดำขลับเบิกโพลง

       อะไรนะ? ดินถล่ม?

       ที่หลังเขา!

       ซูเจียวเจียวไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอออกตัววิ่งตรงไปยังหลังเขาทันที เว่ยหงปิงรีบร้อนไปเรียกคนมาช่วย จึงไม่ได้สังเกตเห็นว่าซูเจียวเจียวมุ่งหน้าไปยังหลังเขา

       เมื่อซูเจียวเจียวมาถึงหลังเขา ก็พบว่ามีผู้คนยืนอยู่เป็นจำนวนมาก หลี่เกินเซิงก็อยู่ในกลุ่มคนเหล่านั้น ตอนนี้เขากำลังสั่งให้คนหลายคนช่วยกันจัดการดินโคลนและหินที่ถล่มลงมาเพื่อเปิดทาง แต่พอจัดการได้นิดหน่อย ก็มีดินโคลนและหินจำนวนมากถล่มลงมาอีก ทำให้หลี่เกินเซิงรีบสั่งให้ทุกคนถอยออกไป ห้ามเคลียร์อีก มิฉะนั้นอาจจะถูกฝังทั้งเป็นได้

       ทุกคนถอยออกไปยืนอยู่ห่างๆ ได้แต่ยืนมองหลังเขาที่มืดมิดด้วยความไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร

       ซูเจียวเจียวมองหาเซียวหยวนหมิงท่ามกลางฝูงชน แต่ก็ไม่พบตัวเธอจึงรีบวิ่งไปหาหลี่เกินเซิงแล้วถามว่า “หัวหน้าหลี่คะ เซียวหยวนหมิงล่ะคะ เขาไม่เห็นอยู่ที่นี่เลย?”

       “ยุวชนซู? คุณมาได้อย่างไร?” หลี่เกินเซิงกล่าวด้วยความตกตะลึง

       ซูเจียวเจียวยังคงถามเสียงดัง “หัวหน้าหลี่คะ เซียวหยวนหมิงล่ะคะ เขาอยู่ไหน? เขาอยู่ที่ไหนคะ?”

       หลี่เกินเซิงถอนหายใจ “เฮ้อ… เซียวหยวนหมิงติดอยู่ที่หลังเขา ตอนนี้เกิดดินถล่ม พวกเราเข้าไปไม่ได้ พวกเขาก็ออกมาไม่ได้ แต่คุณไม่ต้องเป็นห่วง เขาไม่เป็นอะไรหรอก…”

       อันที่จริงคำพูดนี้หลี่เกินเซิงเองก็พูดออกมาด้วยความไม่มั่นใจ เพราะเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าเซียวหยวนหมิงจะเป็นอะไรหรือเปล่า!

       แต่ในช่วงเวลาคับขันเช่นนี้ เขาก็ทำได้เพียงบอกว่าเซียวหยวนหมิงไม่เป็นอะไร มิฉะนั้นซูเจียวเจียวจะต้องต่อว่าเขาแน่ๆ!

       เมื่อได้ยินหลี่เกินเซิงพูดเช่นนั้น หัวใจของซูเจียวเจียวก็ไม่ได้เบาใจลงเลย ตรงกันข้าม กลับยิ่งเป็นกังวลและกระวนกระวายใจมากขึ้นไปอีก

       อาหมิงติดอยู่ที่หลังเขาหรือ?

       เขาจะเป็นอะไรไหม? ตอนที่ดินโคลนถล่มลงมา เขาหนีพ้นหรือเปล่า?

       ซูเจียวเจียวคิดถึงแต่เซียวหยวนหมิงในใจของเธอเท่านั้น ไม่ได้! เธอจะปล่อยให้อาหมิงอยู่คนเดียวในหลังเขาไม่ได้!

       ชาติที่แล้วเธอเคยสูญเสียอาหมิงไปแล้วครั้งหนึ่ง!

       ครั้งนั้นเธอเห็นเขานอนตัวเย็นอยู่ในโรงเก็บศพ คลุมด้วยผ้าขาว นอนอย่างโดดเดี่ยว

       เจ้าหน้าที่โรงเก็บศพโทรมาบอกให้เธอไปรับศพ ตอนแรกเธอก็ไม่เชื่อ คิดว่าเป็นเรื่องแกล้งกัน ผู้ชายที่รักเธอปานจะกลืนกินอย่างเขาน่ะหรือจะตายไปง่ายๆ แบบนี้?

       รู้ไหมว่าก่อนหน้านั้นเพียงวันเดียว พวกเขาก็เพิ่งจะถ่ายรูปแต่งงานกันเสร็จ

       เขาบอกว่า “เจียวเจียว ตอนที่คุณแต่งงานกับผมครั้งแรก เราไม่มีอะไรเลย ไม่มีงานเลี้ยงแต่งงาน ไม่มีชุดเจ้าสาว แม้แต่ของหมั้นก็ไม่มี ครั้งนี้ผมจะต้องจัดงานแต่งงานที่สมบูรณ์แบบให้คุณให้ได้”

       พวกเขาซื้อบ้านใหม่ด้วยกัน ซื้อของใช้สำหรับแต่งงานด้วยกัน จองโรงแรมจัดงานเลี้ยงด้วยกัน ถ่ายรูปแต่งงานด้วยกัน

       แต่พอหันกลับมา เขากลับเสียชีวิตไปแล้ว

       แต่เธอก็ยังคงไม่เชื่อว่าเขาจะตาย

       เธอเข้าไปกอดศพของเขาในโรงเก็บศพ ร้องไห้เป็นเวลานานจนดวงตาเกือบจะบอด

       คนอื่นบอกเธอว่า เขาดื่มเหล้าไปนิดหน่อย แล้วพอดีเห็นคนตกน้ำ จึงกระโดดลงไปช่วยคน และจมน้ำเสียชีวิต…

       พวกเขาบอกว่าเขาเป็นวีรบุรุษที่ช่วยเด็กที่จมน้ำได้สองคน แต่ตัวเองกลับไม่สามารถขึ้นมาได้

       แต่เธอก็ยังคงไม่เชื่อ อาหมิงของเธอนั้นเก่งกาจและมีความสามารถมากขนาดนั้น เขาใช้ชีวิตอยู่ริมแม่น้ำมาตั้งแต่เด็ก ว่ายน้ำเก่งมาก เขาจะช่วยคนอื่นได้ แต่ตัวเองกลับขึ้นมาไม่ได้ได้อย่างไรกัน!

       แต่ไม่ว่าเธอจะร้องไห้เสียใจแค่ไหน เขาก็ไม่มีวันกลับมาแล้ว

       หลังจากกลับมาเกิดใหม่ ซูเจียวเจียวก็มองว่าเขามีค่ามากกว่าสิ่งอื่นใดในชีวิตของเธอ แม้กระทั่งมีค่ามากกว่าชีวิตของเธอเอง


!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน 
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^