บทที่ 96 ทุกคนต่างก็เป็นบ้า [1]
บทที่ 96 ทุกคนต่างก็เป็นบ้า [1]
พอฟ้าสาง ฝนก็หยุดตกเสียที
ท้องฟ้ามัวซัว ทั่วทั้งผืนฟ้าและแผ่นดินล้วนเทาทึม แต่ก็ยังดีที่ฟ้าสางแล้ว พอจะมองเห็นสถานการณ์รอบข้างได้บ้าง
ทุกคนต่างพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง
เพราะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง วันนี้กองผลิตจึงหยุดงาน หลี่เกินเซิงถึงกับไปที่ตัวตำบลเพื่อขอความช่วยเหลือจากกองผลิตอื่นๆ แม้แต่เลขาธิการเฉินก็ยังมาด้วยตนเอง
เมื่อเซียวหยวนซินเห็นว่าฟ้าสว่างแล้ว แต่ซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนหมิงกลับยังไม่กลับมา เธอก็รีบร้อนอุ้มหลิวหยวนหยวนมุ่งหน้าไปทางภูเขาด้านหลังทันที
เมื่อคืนเธอเป็นกังวลจนนอนไม่หลับ ตื่นมาพร้อมกับรอยคล้ำใต้ตาเช่นเดียวกัน
แต่พอเธอเห็นซูเจียวเจียว เธอก็ถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะ
เมื่อวานเจียวเจียวยังดูสดใสและร่าเริงสวยงามน่ารักอยู่เลย แต่พอล่วงไปเพียงหนึ่งคืน ใบหน้าของเจียวเจียวกลับซีดขาวผิดปกติ ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ดูน่ากลัวอย่างยิ่ง
เมื่อเห็นซูเจียวเจียวในสภาพเช่นนี้ นิ้วมือที่เซียวหยวนซินกำลังอุ้มหลิวหยวนหยวนอยู่ก็กระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เธอมองหาอาหมิงในกลุ่มคน แต่ก็ไม่พบร่างของเขา
หัวใจของเซียวหยวนซินยิ่งร้อนรนมากขึ้นไปอีก เมื่อครู่ตอนอยู่บนถนน เธอได้ยินป้าๆ หลายคนพูดกันว่าภูเขาด้านหลังดินถล่ม แถมยังมีคนถูกฝังอยู่ด้วย
ริมฝีปากของเธอสั่นระริก ดวงตาจ้องมองซูเจียวเจียวอย่างไม่กะพริบ “เจียวเจียว อาหมิงล่ะ? อาหมิงไม่ได้อยู่กับเธอเหรอ?”
ซูเจียวเจียวพยายามรวบรวมสติ ส่ายหน้าตอบ “ไม่ค่ะ อาหมิงน่าจะติดอยู่ที่ภูเขาด้านหลัง”
หากกายานำโชคของเธอเป็นจริง ครั้งนี้เธอไม่ได้รู้สึกใจเต้นรัวอย่างหวาดผวา อาหมิงคงไม่เป็นอะไรหรอกจริงไหม?
ใบหน้าของเซียวหยวนซินซีดขาวลงอย่างเห็นได้ชัด น้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาในดวงตา แต่เธอก็อดกลั้นไว้ไม่ให้ร้องไห้
หากเธอร้องไห้ออกมาละก็ เจียวเจียวก็จะยิ่งรู้สึกแย่ลงไปอีก อีกทั้งอาหมิงจะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน!
“เจียวเจียว เธอไม่ต้องกังวลนะ อาหมิงจะต้องกลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอน” เซียวหยวนซินวางหลิวหยวนหยวนลงบนพื้น แล้วเอื้อมมือไปกอดซูเจียวเจียว
หลิวหยวนหยวนก็กอดขาของซูเจียวเจียวไว้ด้วย เสียงเล็กๆ ใสๆ ของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “น้าสะใภ้ คุณน้าจะกลับบ้านเร็วๆ นี้ค่ะ”
ซูเจียวเจียวรู้สึกสบายใจขึ้นมากจากความปวดใจ เธอเอื้อมมือไปลูบหัวหลิวหยวนหยวน แล้วเอ่ยว่า “หยวนหยวนพูดถูกแล้ว เขาจะกลับมาอย่างปลอดภัย”
เมื่อคนมากงานก็สำเร็จ ดินโคลนที่ถล่มลงมาตรงนี้ในที่สุดก็ถูกเปิดทางออกมาได้ แต่ก็เป็นเพียงทางเดินเล็กๆ ที่สามารถเดินสวนกันได้เพียงสองคน แถมยังเดินยากลำบากอย่างยิ่ง แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีทางเดินไม่ใช่หรือ?
คนข้างล่างก็ยังคงช่วยกันขุดต่อไป เพื่อดูว่ามีใครถูกฝังอยู่อีกหรือไม่
โชคดีที่ไม่มีศพถูกขุดพบเพิ่มอีก ทุกคนต่างก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เลขาธิการเฉินและหลี่เกินเซิงปรึกษาหารือกัน แล้วจัดตั้งทีมกู้ภัยสามกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีสิบคน เพื่อขึ้นเขาไปค้นหา โดยมีหลี่เกินเซิงเป็นผู้นำกลุ่ม
เลขาธิการเฉินนำคนข้างล่างขุดและจัดการทำความสะอาดพื้นที่ต่อไป
เลขาธิการเฉินไม่กล้าปล่อยให้คนขึ้นเขาไปมากเกินไป แม้ตอนนี้ฝนจะหยุดตกแล้ว แต่ทางเดินบนเขาที่เพิ่งถูกดินถล่มมานั้นอ่อนนุ่มมาก มีโอกาสสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายๆ เกรงว่าจะเกิดดินถล่มซ้ำสอง
คนน้อยลงก็ปลอดภัยขึ้น
ซูเจียวเจียวเห็นทุกคนขึ้นเขา จึงรีบสวมเสื้อกันฝน สวมหมวกสาน แล้วตามขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ปะปนไปในกลุ่ม
ตอนแรกหลี่เกินเซิงและคนอื่นๆ ไม่ได้สังเกต แต่พอพวกเขาเห็น ก็พบว่าซูเจียวเจียวได้ปีนตามพวกเขาขึ้นไปบนเส้นทางที่เพิ่งถูกจัดการเรียบร้อย
หลี่เกินเซิงจึงจำใจให้ซูเจียวเจียวตามไป โดยกำชับให้คนข้างๆ ช่วยกันดูแลเธอด้วย
หลี่เกินเซิงนำคนออกค้นหาทางด้านหลัง แต่ก็ไม่พบเซียวหยวนหมิงและคนอื่นๆ
เมื่อคืนนอกจากเซียวหยวนหมิงแล้ว ยังมีอีกห้าคนที่ยังไม่กลับมา แม้แต่หลินเฟิงก็ยังหาไม่เจอ
ซูเจียวเจียวก็เดินตามหาไปทั่วภูเขาด้านหลัง แต่ก็ไม่พบใคร ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อคืนฝนตกหนัก ร่องรอยหลายอย่างจึงถูกชะล้างหายไปหมด
หลี่เกินเซิงและคนอื่นๆ พากันสงสัย “เป็นไปได้ไหมว่าเมื่อคืนพวกเขาเจอว่าที่นี่ถล่ม เลยอ้อมไปทางอื่น?”
ซูเจียวเจียวส่ายหน้า “ไม่น่าจะเป็นไปได้ค่ะ ถ้าอ้อมไปทางอื่น ป่านนี้ก็น่าจะกลับมาแล้ว มีความเป็นไปได้เดียวก็คือ!”
เธอไม่ได้พูดต่อจนจบ แต่ทุกคนก็เข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่
นั่นคือ เซียวหยวนหมิงและคนอื่นๆ อาจถูกฝังอยู่ในดินโคลนที่ถล่มลงมา!
แม้พวกเขาจะจัดการเก็บกวาดเส้นทางออกมาได้แล้ว แต่พื้นที่ที่ถล่มลงมานั้นกว้างใหญ่มาก ยังมีอีกส่วนใหญ่ที่ยังไม่ได้ถูกเก็บกวาด
เมื่อนึกถึงว่ามีคนหกคนรวมถึงเซียวหยวนหมิงที่ยังไม่กลับมา หากทั้งหกคนถูกฝังอยู่ใต้ดินโคลนล่ะก็ เรื่องนี้คงเป็นเรื่องใหญ่แน่!
หลี่เกินเซิงถึงกับขาอ่อน เขารีบเอ่ยว่า “กลับไป! กลับไป! เร่งกำลังคนช่วยคนให้เร็วขึ้น!”
ซูเจียวเจียวก็รีบเดินตามกลับไปทางเดิม
ข้างล่างภูเขา ผู้คนยังคงขุดต่อไป บ้างก็ตะโกนเรียกหาญาติพี่น้องของตัวเองไม่หยุด
ครั้งนี้คนที่ยังไม่กลับมาพร้อมกับเซียวหยวนหมิง ยังมีลู่เหว่ยหมิน และหลี่เอ้อร์โก่วอีกด้วย
ครอบครัวของลู่เหว่ยหมินพากันร้องไห้เสียใจจนแทบขาดใจ
หลี่จินฮวาก็ร้องไห้ปานจะขาดใจ เธอกระชากเสื้อผ้าของหลี่เกินเซิง “ทุกอย่างเป็นเพราะแก ไอ้คนสารเลว! หากแกไม่ได้ชวนเอ้อร์โก่วไปช่วยเหลือละก็ เขาคงไม่ประสบเคราะห์เช่นนี้! ถ้าเอ้อร์โก่วเป็นอะไรไป ฉันจะให้แกชดใช้ด้วยชีวิต!”
หลี่เกินเซิงโมโหจนเส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปน “ยายแก่บ้านี่! ตอนนี้ผมไม่มีเวลามาทะเลาะกับคุณหรอกนะ! ตอนนี้ผมต้องไปช่วยคน!”
หลี่เกินเซิงสะบัดมือของหลี่จินฮวาออก แล้วรีบจากไป
ซูเจียวเจียวเองก็แทบยืนไม่อยู่ คล้ายจะหมดสติ เธอกัดฟันกลั้นความรู้สึก เตือนตนเองให้สงบสติอารมณ์
“ซูเจียวเจียว เธออย่าได้ใจไปนักเลย ดูสิ เพราะความลำพองใจจนเกินงามจนแม้แต่ฟ้ายังไม่เห็นด้วย เลยคิดจะพรากเซียวหยวนหมิงไป”
เสียงของโจวเม่ยดังขึ้นจากด้านหลัง
ซูเจียวเจียวหันกลับไปมอง ก็เห็นโจวเม่ยยืนอยู่ไม่ไกลจากด้านหลังของเธอ ริมฝีปากของอีกฝ่ายเผยรอยยิ้มเย็นชาที่แฝงไปด้วยความร้ายกาจ ดูท่าจะกำลังดูเรื่องสนุกอยู่
เป็นเช่นนั้นจริงๆ
เมื่อคืนโจวเม่ยก็ได้ยินข่าวว่าดินถล่ม
เมื่อคืนเว่ยหงปิงมาตามคน ก็เรียกแต่ยุวชนชาย ไม่ได้เรียกยุวชนหญิง สงสัยจะรู้ว่าผู้หญิงตัวเล็กแรงน้อย ช่วยอะไรไม่ได้มากนัก
ผิดกับจ้าวอวี้เฟินที่โง่เง่าคนนั้น ที่ลุกขึ้นมาช่วย
เธอจะไม่ทำเรื่องโง่ๆ แบบนั้นหรอก การนอนในผ้าห่มอุ่นๆ ไม่ดีกว่าหรือ?
นอนจนถึงเช้าวันนี้ โจวเม่ยก็มาช่วยงาน โดยบอกว่าจะมาดูว่ามีอะไรให้ช่วยหรือไม่ แต่จริงๆ แล้วเธอกลับไม่ได้ช่วยอะไรเลย เธอเพียงดื่มน้ำขิงไปหนึ่งชาม และข้าวต้มขาวอีกหนึ่งชามใหญ่
จากนั้นโจวเม่ยก็ได้ยินคนพูดกันว่าเซียวหยวนหมิงและคนอื่นๆ อาจถูกฝังอยู่ และตอนนี้ก็ยังหาไม่พบ หัวใจของเธอก็พลันรู้สึกดีขึ้นทันที ความหงุดหงิดที่สะสมมาหลายเดือนพลันมลายหายไปสิ้นในทันใด
โดยเฉพาะเมื่อเห็นซูเจียวเจียวในสภาพที่หมดอาลัยตายอยาก ล้มคลุกคลานเต็มไปด้วยโคลน โจวเม่ยก็ยิ่งรู้สึกสะใจเหลือเกิน
ไม่คิดเลยว่าซูเจียวเจียวก็มีวันนี้!
สมน้ำหน้าจริงๆ!
ซูเจียวเจียวมองจ้องเธอด้วยสายตาเย็นชา “โจวเม่ย เธอจะเกลียดฉันก็เกลียดไป แต่ถ้าเธอกล้าพูดแบบนี้อีกครั้ง อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ!”
โจวเม่ยยิ้มเยาะอย่างดูแคลน “เซียวหยวนหมิงตายไปแล้ว เธอยังปากดีอีกเหรอ? หึๆ เธอก็เตรียมตัวเป็น…”
แม่ม่าย
คำสุดท้ายยังไม่ทันหลุดจากปาก ซูเจียวเจียวก็พุ่งเข้าใส่โจวเม่ยราวกับคนเสียสติ ผลักอีกฝ่ายลงไปนอนกับพื้น แล้วเงื้อฝ่ามือตบไปที่ใบหน้าของโจวเม่ยอย่างแรง!
!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^