LNCrawler

บทที่ 97 ทุกคนต่างก็เป็นบ้า [2]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 97 ทุกคนต่างก็เป็นบ้า [2]

        โจวเม่ยถึงกับอึ้งไปในทันที

       แม้ก่อนหน้านี้จะเคยทะเลาะกับซูเจียวเจียว แต่ซูเจียวเจียวไม่เคยลงไม้ลงมือกับเธอเลย

       เมื่อโจวเม่ยได้สติ เธอก็โกรธจัด “เธอกล้าตบฉันหรือ…”

       ยังไม่ทันพูดจบ ใบหน้าของเธอก็ถูกฟาดเข้าอีกครั้งเต็มๆ

       ซูเจียวเจียวนั่งคร่อมอยู่บนตัวเธอ กดโจวเม่ยจนลุกไม่ขึ้นเลย

       ซูเจียวเจียวบีบคออีกฝ่ายอย่างแรง ดวงตาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “โจวเม่ย ฉันเตือนแล้วไม่ใช่หรือว่าอย่ามายั่วโมโหฉัน! ท่าทางเธอคงจะขี้ลืมน่าดู! ตอนนี้ผู้ที่หายไปยังไม่รู้ชะตากรรม ทุกคนล้วนเป็นกังวล แต่เธอกลับยังกล้าสาปแช่งพวกเขา! ฉันจะบีบคอเธอให้ตายคามือเดี๋ยวนี้แหละ!”

       โจวเม่ยถูกบีบคอจนหายใจไม่ออกพูดอะไรไม่ได้ เธอเห็นซูเจียวเจียวที่นั่งคร่อมอยู่ข้างบน ดวงตาสีแดงก่ำ ใบหน้าซีดเซียว ผมเผ้ายุ่งเหยิง ในตอนนี้โจวเม่ยรู้สึกกลัวจริงๆ

       ซูเจียวเจียวบ้าไปแล้ว!

       เมื่อคนรอบข้างได้สติ พวกเขาก็รีบเข้ามาห้ามปราม แยกซูเจียวเจียวออกจากโจวเม่ย

       เมื่อโจวเม่ยเป็นอิสระ เธอก็รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น และหลบหนีไปไกลๆ

       เมื่อทุกคนรู้ว่าโจวเม่ยพูดอะไรไป แต่ละคนก็มองโจวเม่ยด้วยสายตาดูถูก หลี่จินฮวาซึ่งเป็นคนชอบอาละวาดอยู่แล้ว พอได้ยินว่าโจวเม่ยสาปแช่งแม้กระทั่งลูกชายของเธอ เธอก็โกรธจัดและทะเลาะกับโจวเม่ยในทันที

       ทั้งสองปะทะฝีปากกันไปมา แล้วก็ลงไม้ลงมือกันอีก

       สุดท้ายโจวเม่ยก็ถูกข่วนหน้า เสื้อผ้าถูกกระชากขาด ผมเผ้ายุ่งเหยิง เธอก็โกรธจนกลับไปยังบ้านพักยุวชน

       คนที่นี่ล้วนเป็นคนบ้า!

       ทุกคนล้วนเป็นคนบ้า!

       รู้แบบนี้ไม่น่าออกมาช่วยเลย!

       …

       หลังจากซูเจียวเจียวสงบสติอารมณ์ลง เธอก็กลับไปยังบริเวณที่ดินถล่มอีกครั้ง ตะโกนเรียกชื่อเซียวหยวนหมิงพลางหาเบาะแสที่เป็นไปได้ทั้งหมด

       ท้องฟ้าเต็มไปด้วยสายฝนอีกครั้ง ละอองฝนโปรยปราย

       ซูเจียวเจียวมองไปรอบๆ ด้วยความมึนงง สับสน และหมดหวัง เธอไปทุกที่แล้วก็ยังไม่พบอาหมิง น้ำตาไหลรินอีกครั้งอย่างไม่อาจห้าม

       จ้าวอวี้เฟินและเว่ยหงปิงมาเกลี้ยกล่อมให้เธอพักผ่อนบ้าง เธอทำงานมาทั้งคืนโดยไม่ได้หลับตาเลย ดวงตาแดงก่ำไปหมดแล้ว

       แต่ซูเจียวเจียวกลับปฏิเสธพลางส่ายหน้า “ไม่ ฉันพักไม่ได้! ฉันยังหาอาหมิงไม่เจอเลยนะ!”

       จ้าวอวี้เฟินและเว่ยหงปิงเห็นว่าเกลี้ยกล่อมซูเจียวเจียวไม่ได้ ก็ทำได้แค่เดินตามหลังเธอไป

       ส่วนเซียวหยวนซินได้ฝากหลิวหยวนหยวนไว้ให้ป้าหวังข้างบ้านดูแล เธอก็เข้าร่วมการขุดหาคนด้วยเช่นกัน

       ซูเจียวเจียวเดินขึ้นลงบนเส้นทางที่ดินถล่มมาแล้วกว่าสิบเที่ยว เธอคาดการณ์ความเป็นไปได้ทั้งหมดในใจ แม้ตัวจะล้มจนเปื้อนโคลนไปหมด เธอก็ไม่สนใจเลย

       เซียวหยวนซินเห็นซูเจียวเจียวที่พยายามอย่างหนัก ก็เอื้อมมือไปคว้าเธอไว้ “เจียวเจียว ตัวเธอเย็นเฉียบไปหมดแล้วนะ ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปเธอจะต้องป่วยแน่ๆ! กลับบ้านไปอาบน้ำอุ่น แล้วนอนพักสักหน่อยเถอะ เปลี่ยนเสื้อผ้าสะอาดๆ นะ ที่นี่ให้ฉันจัดการเอง”

       ซูเจียวเจียวสะบัดมือเซียวหยวนซินออก “พี่หยวนซินอย่าดึงฉันไว้เลย ฉันต้องไปหาเขานะคะ”

       เซียวหยวนซินจับมือเธอไว้แน่น ดวงตาของเธอแดงก่ำ น้ำตาไหลออกมาแล้ว “อาหมิงเป็นน้องชายของฉัน ฉันเป็นห่วงเขาไม่ต่างจากเธอเลย แต่ฉันไม่อยากให้เธอเป็นอะไรไปอีกคน”

       ซูเจียวเจียวรู้สึกมึนหัว เธอเม้มปากแน่น สะบัดมือเซียวหยวนซินออก “ฉันไม่เป็นไร! พี่ปล่อยมือฉันเดี๋ยวนี้นะคะ!”

       ในขณะที่ทั้งสองกำลังยื้อยุดกันอยู่ ซูเจียวเจียวและเซียวหยวนซินก็ล้มลงบนดินโคลนและหินที่ถล่มลงมาด้วยกัน

       รอบๆ มีเสียงตกใจดังขึ้น

       ซูเจียวเจียวตกลงมาจากที่สูง กลิ้งไปหลายตลบจนกระทั่งหยุดลงในหลุมโคลนเล็กๆ

       เซียวหยวนซินก็ล้มคะมำครั้งใหญ่ เธอก็ไม่สนใจความเจ็บปวดเลย รีบคลานมาหาซูเจียวเจียว “เจียวเจียว เจียวเจียว เธอเป็นยังไงบ้าง! ฉันไม่ได้ตั้งใจ…”

       เซียวหยวนซินเอื้อมมือไปประคองซูเจียวเจียวขึ้นมาพลางแสดงสีหน้าสำนึกผิด หากไม่ใช่เพราะเธอดึงซูเจียวเจียวละก็ เธอคงไม่ล้มลงไปแบบนี้

       จ้าวอวี้เฟินและเว่ยหงปิงก็ตกใจมาก รีบวิ่งเข้ามากันทุกคน

       ซูเจียวเจียวที่ล้มลงจนตาพร่ามัว แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลย ทว่าในตอนนี้ดวงตาของเธอกลับสว่างไสว

       ซูเจียวเจียวขัดจังหวะเสียงของทุกคน ดวงตาทั้งคู่ที่ดำขลับและสุกใสราวกับมีเปลวไฟลุกโชน “ทุกคนเงียบก่อน... ได้ยินเสียงอะไรไหม!”

       เซียวหยวนซินและคนอื่นๆ ได้ยินเช่นนั้นก็หุบปากลงทันที ทุกคนพากันเงียบและตั้งใจฟัง ผ่านไปสักพักทุกคนก็ส่ายหน้า “ไม่มีเสียงอะไรเลย”

       จ้าวอวี้เฟินย่อตัวลงข้างซูเจียวเจียว “เจียวเจียว พวกเราไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย”

       เว่ยหงปิงก็คิดเช่นเดียวกัน พลางพยักหน้าเห็นด้วย “ฉันก็ไม่ได้ยิน”

       “ชู่! พวกนายอย่าเพิ่งพูดอะไร!” ซูเจียวเจียวกล่าว เธอนอนราบลงบนพื้นตรงที่เพิ่งล้มลงไป ใบหูแนบกับพื้นโคลน และตั้งใจฟังเสียง จากนั้นเธอก็ได้ยินเสียง ‘ตึงๆๆ’

       ซูเจียวเจียวตะโกนด้วยความตื่นเต้น “ข้างใต้มีเสียง! พวกเขาต้องอยู่ข้างล่างนี่แน่ๆ! ต้องอยู่ข้างล่างนี่แน่ๆ! ยุวชนเว่ย นายรีบไปเรียกหัวหน้าหลี่กับเลขาธิการเฉินพาคนมา!”

       แม้เว่ยหงปิงจะไม่ได้ยินเสียงอะไร แต่เมื่อซูเจียวเจียวพูดแบบนั้น บางทีข้างล่างอาจจะมีคนจริงๆ ก็ได้?

       แม้จะมีโอกาสเพียงเล็กน้อย ก็ต้องลองดู

       ทันใดนั้น หลี่เกินเซิงและเลขาธิการเฉินก็พาคนมาถึง

       เลขาธิการเฉินกล่าวว่า “คุณแน่ใจนะว่าข้างล่างนี่มีเสียง?”

       ซูเจียวเจียวพยักหน้าอย่างมั่นใจ “แน่ใจค่ะ! ฉันได้ยินจริงๆ มีเสียงอะไรบางอย่างกำลังเคาะหิน! ฉันคิดว่าต้องเป็นอาหมิงกับคนอื่นๆ อยู่ข้างล่างนี่แหละค่ะ พวกเขากำลังส่งสัญญาณให้เรา!”

       “เข้าใจแล้ว! ทุกคนขุดตรงนี้! ระมัดระวังกันด้วย!” เลขาธิการเฉินสั่งให้ทุกคนเริ่มขุดที่นี่ทันที

       ฮั่วเจี้ยนจงก็อยู่ในที่เกิดเหตุ เขาตรวจสอบพื้นที่ดูแล้วกล่าวว่า “เลขาธิการเฉิน ดินที่นี่อ่อนมาก เราต้องขุดจากด้านข้าง ถ้าขุดตรงกลางตรงๆ อาจจะถล่มลงมาได้ง่ายๆ”

       เลขาธิการเฉินเมื่อครู่นี้รีบร้อนที่จะช่วยคน เลยไม่ได้คิดมาก พอฮั่วเจี้ยนจงเตือนสติ เขาก็นึกถึงปัญหานี้ขึ้นมาทันที

       เขาสั่งให้ทุกคนกระจายตัวออกไป ไม่ให้รวมกลุ่มกัน จากนั้นก็ปรึกษาหารือกับฮั่วเจี้ยนจง หลี่เกินเซิงและคนอื่นๆ ว่าจะเริ่มขุดจากตรงไหน

       ไม่นานทุกคนก็ตกลงกันได้ โดยมีฮั่วเจี้ยนจงและเว่ยหงปิงเป็นผู้นำกลุ่ม

       แต่ดินโคลนที่ถล่มลงมานี้หนามาก การขุดลงไปไม่ใช่เรื่องง่าย แถมยังมีหินก้อนใหญ่ๆ จำนวนมาก การขุดจึงทำได้ยากลำบากมาก

       ชีวิตคนเป็นเรื่องสำคัญ

       แม้ทุกคนจะเหนื่อยล้าจากการขุด แต่ก็ไม่มีใครบ่นว่าเหนื่อยหรือท้อถอยเลย

       เพียงสิบนาทีที่ขุดลงไป บริเวณนี้ก็กลายเป็นหลุมลึก

       หลี่เกินเซิงกำลังจะบอกว่าข้างล่างนี่ต้องไม่มีคนแน่ๆ แต่แล้วเขาก็ได้ยินเสียง ‘ตึงๆๆ’ ดังขึ้นมาจริงๆ

       หลี่เกินเซิงเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ แล้วก็ดีใจ “ข้างล่างนี่มีคนจริงๆ! เร็วเข้า เร็วเข้า! ทุกคนขุดต่อไป!”

       เลขาธิการเฉินกล่าวว่า “ทุกคนระมัดระวังด้วย อย่าให้เกิดการถล่มซ้ำอีก”

       ซูเจียวเจียวก็รู้สึกตื่นเต้นมากในใจ พลางคิดในใจให้ทุกคนขุดให้เร็วขึ้น และภาวนาว่าจะไม่เกิดการถล่มอีก

       สิ่งที่ทำให้เธอดีใจก็คือ กระบวนการขุดเป็นไปอย่างราบรื่น!

       ไม่มีการถล่มอีกแล้ว ดินโคลนที่ขุดออกไปเผยให้เห็นแผ่นหินสีเขียวขนาดใหญ่

       แผ่นหินนี้มีความยาวเกือบหนึ่งเมตรครึ่ง และกว้างครึ่งเมตร

       และเสียง ‘ตึงๆๆ’ ที่ดังขึ้นก็มาจากด้านหลังแผ่นหินนี้เอง

       “อาหมิง อาหมิง!”


!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน 
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^