LNCrawler

ลุยไฟครั้งที่ ๓ [๑/๔]

เมรีลุยไฟ Ebook — novel.dek d.com · All chapters

ลุยไฟครั้งที่ ๓ [๑/๔]

ลุยไฟครั้งที่ ๓

 

เป็นอีกครั้งที่เมรีต้องตื่นจากห้วงนิทราเพราะเสียงของนาฬิกาปลุก หลังควานมือคว้าโทรศัพท์มาปิดเสียงที่รบกวนการนอน จิตใต้สำนึกก็สั่งให้เปิดเข้าไปที่แอปพลิเคชันสีฟ้าอย่างเฟซบุ๊ก ที่ก่อนนอนก็รีเฟรชดูหลายต่อหลายครั้งว่าสรัลรับแอดตนหรือยัง เช้านี้เปลือกตาที่หนักอึ้งยังไม่ทันจะเปิดได้เต็มที่ก็รีบเข้ามาเช็กความเคลื่อนไหวเป็นอันดับแรก

หล่อนหรี่ตามองเพราะแสบตาจากแสงของหน้าจอ ก่อนพบว่าผู้กองหน้าขรึมยังไม่รับแอดของตน

เมรีนอนแผ่หลาบนเตียงอย่างคนสิ้นไร้เรี่ยวแรงจะใช้ชีวิต

ผู้ชายบนโลกนี้มีเป็นล้าน ทำไมต้องจุ่มได้คนเย่อหยิ่งอย่างสรัลด้วยก็ไม่รู้

นอนหมดอาลัยตายอยากได้ไม่กี่นาทีเธอก็ต้องตื่นไปจัดการธุระส่วนตัวเพื่อปฏิบัติหน้าที่พี่เลี้ยงของวิเวียน ใช้เวลาไม่นานเธอก็พาตัวเองออกจากบ้านเพื่อไปยังบ้านของคุณโสพิศ ที่ตอนเข้ามาในซอยเล็ก ๆ ดันเจอเอสยูวีคันคุ้นตากำลังเคลื่อนตัวออกจากแพวรางกูรพอดิบพอดี

เขาชะลอให้มอเตอร์ไซค์จากทางเอกผ่านก่อนเพราะตัวเองเป็นทางโท จังหวะที่มอเตอร์ไซค์แล่นผ่านหน้ารถยนต์คันโก้ เมรีไม่ลืมหันไปฉีกยิ้มให้สารถีที่เธอรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นสรัล

แค่ได้เห็นหน้าเขาความเศร้าหมองในใจก็มลายสิ้น เรื่องที่เขายังไม่รับแอดนั้นก็ช่างหัวมันปะไร

ทว่าส่งยิ้มทักทายได้ไม่กี่วินาทีก็ต้องรีบดึงหน้ากลับมามองทางเมื่อรถเริ่มส่าย ดีแค่ไหนยังประคองไว้ได้ไม่จิ้มกำแพงบ้านคนอื่นเสียก่อน จากนั้นก็ขี่ตรงไปเรื่อย ๆ โดยมีเอสยูวีสัญชาติญี่ปุ่นขับตามหลัง

เธอเปิดไฟเลี้ยวเพื่อจอดที่หน้าบ้านของคุณโสพิศ ในขณะที่สรัลขับตรงไปทางถนนเลียบชายหาด

หลังรับวิเวียนขึ้นรถแล้วหล่อนก็พาเจ้าหมาแดงไปยังสถานที่เดียวกันกับผู้กองหน้าเข้ม ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีก็มาถึงที่หมาย จัดการสวมสายจูงให้วิเวียนโดยไม่ลืมผูกไว้กับข้อมือตัวเอง จากนั้นก็พาเจ้าหน้าขนออกตัววิ่งอย่างไม่เร่งรีบ ทักทายประชาชนคนรักโกลเด้นไปเรื่อยทางกระทั่งเจอกับแผ่นหลังกว้างของผู้กองสรัลแห่งชุดสืบสภ.ปากน้ำปราณ

“สวัสดีค่ะอาสาม”

เธอดัดเสียงเล็กน้อย ชะโงกหน้าไปส่งยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตรเหมือนที่ทำเป็นประจำทุกวัน

“อรุณสวัสดิ์ค่ะผู้กอง เมื่อกี้จากวิเวียน ส่วนอันนี้จากหนูเอง”

เขายังคงใช้สายตาไร้อารมณ์ในการมองกัน

“ครับ”

“เมื่อกี้หนูเห็นผู้กองขับรถออกจากบ้านพอดี”

ส่วนเขาเห็นคนใช้รถใช้ถนนด้วยความประมาทจนเกือบลงข้างทาง

“หนูไม่ได้เป็นสตอล์กเกอร์นะคะ ถึงหนูจะรู้ว่านั่นเป็นบ้านผู้กองเพราะได้ยินสารวัตรกับเจ๊พรคุยกันตั้งแต่วันนั้น แต่หนูก็ไม่ได้ตามสะกดรอยผู้กองแต่อย่างใด หนูแค่ไปรับวิเวียนที่บ้านคุณโสพิศแล้วมันต้องผ่านแพวรางกูรพอดีน่ะค่ะ”

“ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร”

“แหะ ๆ ก็กลัวว่าผู้กองจะเข้าใจผิดแล้วมองหนูไม่ดี”

ชายหนุ่มเอ่ยเสียงแผ่วจนจับใจความไม่ได้ “ผมก็ไม่เคยมองคุณดีอยู่แล้ว”

“คะ? ผู้กองว่าอะไรนะคะ”

“เปล่าครับ”

คนน้องตั้งกระทู้ถาม “วันนี้ผู้กองเลิกงานกี่โมงเหรอคะ”

“...”

“...”

แม้จะปล่อยให้ความเงียบโรยตัวลงมาปกคลุมอยู่เกือบนาที แต่สุดท้ายก็ตอบคำถามของคนตัวเล็ก

“ถ้าไม่เข้าเวรก็เลิกปกติ”

“แล้วเข้าเวรไหมคะ”

สรัลเพียงแต่ส่ายหน้า

“เยี่ยม” ดวงตาสุกใสเป็นประกาย ต่างจากเมื่อเช้านี้นักที่ตื่นมาพบว่าอีกฝ่ายยังไม่รับแอด นั่นทำเธอเศร้าหมองจนแววตาไม่สดใส “วันนี้เป็นวันหยุดของหนูค่ะ ไม่ต้องไปทำงานที่ร้านเจ๊พร เพราะงั้นวันนี้หนูว่างทั้งวัน เย็นนี้หลังผู้กองเลิกงานเราไปหาอะไรกินกันไหมคะ เสร็จแล้วค่อยไปที่สนามบาส มันมีร้านผัดไทยกุ้งสดอยู่ร้านหนึ่ง อร่อยมาก ๆ เลยค่ะ ถ้าผู้กองหาร้านไม่เจอเดี๋ยวหนูแชตไปบอก ไม่ต้องห่วงนะคะ ถึงไม่ได้เป็นเพื่อนแต่ก็แชตคุยกันได้ค่ะ โอเคไหมคะ?”

สรัลไม่ได้พูดอะไร เขาแค่วิ่งไปตามทางโดยมีเมรีพูดอยู่ข้างหูอย่างกับนกกระจอกแตกรังในความรู้สึกของฝ่ายชาย ความตั้งใจของเขาคือวิ่งฟังเสียงคลื่น อยู่กับธรรมชาติเพื่อหาความสงบในจิตใจให้ผ่อนคลายจากงานที่หนักอึ้ง จึงไม่ได้ใช้แอร์พอดเพื่อฟังเพลง

แต่เห็นทีพรุ่งนี้คงต้องใช้บ้างแล้ว...

 

ตกเย็นวันเดียวกันนั้นเมรีที่ใช้วันหยุดในการซักผ้า เก็บบ้านและทำ ‘อะไรบางอย่าง’ ก็พาตัวเองออกไปยังร้านผัดไทยเจ้าเก่าของปากน้ำปราณ เธอไปตั้งแต่ร้านกำลังตั้ง จึงขันอาสาช่วยป้าเจ้าของร้านในการตั้งร้านด้วยเลย

“วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอรัม”

“วันหยุดจ้ะป้า”

“อ้อ แล้ววันหยุดแทนที่จะพักสบาย ๆ  ยังมาช่วยป้าอีก”

“คนกันเองทั้งนั้น อะไรช่วยกันได้ก็ช่วยกันเถอะค่ะ สังคมจะได้น่าอยู่”

หญิงวัยกลางคนส่งยิ้มบาง ๆ ให้คู่สนทนา ที่ไม่ว่าใคร ๆ ได้รู้จักก็เป็นต้องเอ็นดูเจ้าหล่อนกันทั้งนั้น ทั้งชอบช่วยเหลือคนอื่น ไหว้วานก็ง่าย นิสัยใจคอก็ดี แล้วยังขยันขันแข็ง

เด็กดีขนาดนี้พ่อแม่ดันทิ้งได้ลงคอ...

ก่อนจะซื้อน้ำปั่นร้านข้าง ๆ ให้หญิงสาวคราวลูกหนึ่งแก้ว

หล่อนยกมือไหว้ด้วยความนอบน้อม “ขอบคุณค่ะป้า”

“ก็อุตส่าห์ช่วยป้า เอ้า ไปนั่งรอเถอะ เดี๋ยวป้าทำให้ วันนี้อยากกินอะไรล่ะ”

“อืม” เมรีลากเสียงยาว “ที่จริงหนูนัดคนอื่นไว้ด้วย ถ้าเขามาหนูค่อยสั่งได้ไหมคะ”

เจ้าของร้านหยั่งเชิง “แฟน?”

สาวเจ้ายิ้มเขินอาย ยกมือมาลูบท้ายทอยป้อย ๆ

“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะ”

คู่สนทนาพยักหน้าส่ง ๆ  ก่อนว่า “ถ้าจะสั่งก็เรียกป้าแล้วกัน”

“ค่ะ”

พอดีกับที่มีลูกค้าคนอื่นมา ป้าเจ้าของร้านจึงง่วนอยู่กับการทำอาหาร

มือเรียวล้วงเข้าไปในกระเป๋าผ้าก่อนคว้าโทรศัพท์มาถือไว้ แตะเข้าไปที่แอปพลิเคชันยอดนิยมของชาวโลกอย่างเฟซบุ๊ก ก่อนเข้าไปยังหน้าโพรไฟล์ของคนที่อยู่ชื่อแรกในรายการค้นหาอย่าง Saran Ratchakitwarangkun ที่ก็ยังไม่ได้เป็นเพื่อนกัน แต่เธอก็ไม่คิดจะกดยกเลิกคำขอ เลือกที่จะแตะนิ้วไปที่การส่งข้อความแทน

 

Mayree Amornsiri: สวัสดีค่ะผู้กอง

Mayree Amornsiri: หนูรัมเองนะคะ

Mayree Amornsiri ส่งรูป

Mayree Amornsiri: ร้านอยู่ตรงนี้ค่ะ หน้าเซเว่น

Mayree Amornsiri: ถ้าผู้กองจะกินอะไรสั่งไว้ก่อนก็ได้นะคะ ตอนมาถึงแล้วจะได้กินเลย

 

หญิงสาวทอดสายตามองท้องถนนหวังเห็นเอสยูวีคันคุ้นตาแล่นเข้ามาในครรลองจักษุ เมื่อไม่เห็นรถคันดังกล่าวจึงเคลื่อนสายตาไปมองของที่อยู่ในกระเป๋าผ้า

ตอนที่ยังอาศัยอยู่ในบ้านเด็กกำพร้า เมรีมักหางานเสริมทำอยู่เสมอเพื่อให้ตัวเองมีเงินมาจับจ่ายใช้สอย ทำงานพาร์ตไทม์ตามร้านอาหารบ้าง เฝ้าร้านให้คนรู้จักบ้าง รวมไปถึงหาของมาขายเอากำไร ทั้งกระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า นาฬิกา ลูกค้าก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล พวกเด็กในโรงเรียนนั่นแล

นอกจากนั้นยังเคยทำเคสมือถือขายด้วย เป็นเคสเรซิ่นที่ใช้ดอกไม้ใบหญ้าตามธรรมชาติ แต่ก่อนฮิตสุด ๆ  เดี๋ยวนี้อะไร ๆ ก็เปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย ความชอบของคนหมู่มากก็เปลี่ยนไปด้วย

แต่เมรีก็ทำอยู่ดี แค่ไม่ได้ทำขายแล้ว อย่างเคสที่ใช้อยู่ก็เป็นเคสที่ทำเอง เคสที่อยู่ในกระเป๋าก็ด้วย ลายแบบนี้มีแค่ชิ้นเดียวในโลกเท่านั้น ถ้าใช้รับรองไม่ซ้ำใครแน่นอน

ทุก ๆ วันหยุดเมรีจะใช้มันไปกับการซักผ้าและเก็บกวาดบ้าน หลังทำทุกอย่างเสร็จก็ง่วนอยู่กับการทำเคสเรซิ่นใบสน

สรัลแปลว่าต้นสน และเธอก็ดันรู้พอดีว่าเขาใช้มือถือรุ่นไหน ตอนนี้มันจึงนอนอยู่ในกระเป๋าผ้าของตน

สายตาคู่งามยังคงมองถนนอย่างมีความหวัง แต่จนแล้วจนรอดเอสยูวีของสรัลก็ไม่ขับผ่านมาสักที ข้อความที่ส่งไปก็ยังไม่ถูกอ่าน

ท้ายที่สุดเธอก็เอ่ยปากสั่งอาหารกับคุณป้าเจ้าของร้าน

“ป้าคะ ของหนูเอาเป็นผัดไทยกุ้งสดค่ะ”

“กี่จาน”

“จานเดียวค่ะ”

คู่สนทนามองหญิงสาวคราวลูกนิ่ง ๆ  เมรีได้แต่ไหวไหล่เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการจะสื่ออะไร

“เขา...ไม่ว่างแล้วน่ะค่ะ”

°. ﹏ ⋆ ﹏ ⋆ ﹏ .°

“ไม่ได้ร้องค่ะอุนแม่ ฝุ่นเข้าตา”

4bee3cc762e3c1e691a395412c69d43b.jpg