ลุยไฟครั้งที่ ๔ [๒/๔]
ลุยไฟครั้งที่ ๔ [๒/๔]
“ชอบ”
“ไม่ชอบ”
“ชอบ”
“ไม่ชอบ”
เป็นเรื่องละ...
สิ้นคำนั้นภายในห้องนอนสี่เหลี่ยมก็ไร้เสียงใสกังวานของหญิงสาว หลงเหลือเพียงเสียงพัดลมที่ยังทำงานของมันได้อย่างดี
นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มทอดมองไปยังกลีบกุหลาบสีแดงสดที่กองเรี่ยราดอยู่บนพื้นห้อง เรือนคิ้วสวยได้รูปขมวดเข้าหากันจนหน้าผากมนเกิดรอยย่น กลีบปากล่างถูกเม้มแน่น
ก่อนที่ดวงตาสุกใสจะเคลื่อนมาไว้ยังกลีบเลี้ยงสีเขียว
น่า...กลีบดอกกับกลีบเลี้ยง อย่างไรเสียก็ ‘กลีบกุหลาบ’ เหมือนกัน
เมรีเริ่มต้นเด็ดกลีบเลี้ยงของดอกกุหลาบกลีบแรกออก พร้อมเอ่ยเสียงแผ่ว
“ชอบ”
ตามด้วยกลีบเลี้ยงกลีบที่สอง
“ไม่ชอบ”
“ชอบ”
“ไม่ชอบ”
และแล้วก็มาถึงกลีบเลี้ยงกลีบสุดท้าย “ชอบ”
ดอกกุหลาบที่เคยมีกลีบสีแดงสดประดับคู่กับกลีบเลี้ยงสีเขียว บัดนี้คงเหลือไว้เพียงเกสร กับรอยยิ้มกรุ้มกริ่มของหญิงสาวที่ผลเสี่ยงทายจากกลีบกุหลาบเป็นไปดั่งใจปอง
แม้จะต้องพึ่งพากลีบเลี้ยงทั้งห้ากลีบด้วยก็ตาม...
วันนี้ที่ร้านอัมพรโภชนามีดอกไม้สำหรับตกแต่งห้องรับรองมาส่ง ดอกเก่า ๆ ที่เริ่มเหี่ยวจึงถูกปลดระวาง อันที่จริงหากใช้ดอกไม้ปลอมก็คงไม่ต้องเสียเงินค่าดอกไม้บ่อย ๆ แต่ห้องรับรองมีไว้สำหรับคนระดับสูง แค่ซื้อดอกไม้สวย ๆ หอม ๆ ไม่กี่บาทไม่ทำให้ขนหน้าแข้งเจ้าของร้านอาหารร่วงแม้แต่เส้นเดียว
เมรีขอมาหนึ่งดอก แล้วเจ๊พรก็ดันใจดี
ตอนอยู่สนามบาสหัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงอย่างกับจะกระเด็นกระดอนออกมานอกอก เธออยากให้เขาแต่ก็ไม่ได้ทำตามใจปรารถนา เพราะลึก ๆ ก็กลัวว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยกับเคสใบสนที่ตั้งใจทำอย่างดี แต่มันไม่เป็นที่ต้องการของผู้รับ แม้แต่ผ้าเย็นก็ไม่ได้ซื้อไปฝากเขา จะมีก็แค่ของบวรกิตคนเดียว
สุดท้ายกุหลาบดอกนี้จึงกลายเป็นกิจกรรมเสี่ยงทายของคนแอบรัก ที่น่าจะเป็นโรคความดันทุรังสูงร่วมด้วย
เมรีคว้าโทรศัพท์มาเปิดแอปพลิเคชันยอดนิยม แตะไปยังชื่อแรกที่อยู่ในคำค้นหา แล้วก็เจอกับภาพเดิม ๆ ที่บอกว่าเขายังคงไม่รับแอด ไหนข้อความที่เคยส่งไปก็ไม่แม้แต่จะถูกเปิดอ่าน
ความหวังของเธอริบหรี่ลงทุกวัน หรือจริง ๆ แล้วมันอาจจะไม่เคยมีอยู่ตั้งแต่แรก
เธอถอนหายใจยาว เตรียมกดปิดหน้าจอเพื่อเข้านอน แต่แจ้งเตือนที่เด้งขึ้นกลับเรียกความสนใจไปได้เสียก่อน
ไม่ใช่แจ้งเตือนที่บอกว่าสรัลรับแอด ไม่ใช่แจ้งเตือนว่าสรัลตอบข้อความ แต่เป็นข้อความของคนที่ยังไม่เคยคุยกันผ่านเมสเซนเจอร์อย่างน้องเล็กของชุดสืบ
Gee Jirayu: น้องรัมครับ
Mayree Amornsiri: โดนชุดสืบทักมาอย่างนี้หนูแทบระลึกถึงความผิดตั้งแต่ตอนหกขวบเลยค่ะ
Mayree Amornsiri: หนูไม่ได้เสพ ไม่ได้ขาย ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดค่ะหมวด
Gee Jirayu: 555
Gee Jirayu: ไม่ใช่แบบนั้นครับ
Mayree Amornsiri: แล้วผู้หมวดมีอะไรหรือเปล่าคะ จะห้าทุ่มแล้ว นึกว่านอนแล้วซะอีก
Gee Jirayu: กำลังจะนอนแต่นึกอะไรขึ้นได้เลยทักมาหาก่อน
Gee Jirayu: ว่าแต่ผมทักไปนี่ไม่ได้รบกวนอะไรใช่ไหม
Mayree Amornsiri: ไม่รบกวนเลยค่ะ หนูยังไม่นอน
Mayree Amornsiri: แล้วผู้หมวดมีอะไรเหรอคะ
Gee Jirayu: พรุ่งนี้วิ่งเสร็จไปกินปาท่องโก๋ร้านที่น้องรัมบอกด้วยกันไหมครับ อยู่ ๆ ก็นึกอยากกิน
Mayree Amornsiri: ได้เลยค่ะ พรุ่งนี้เจอกันนะคะ
Gee Jirayu: ครับ ฝันดีครับ
Mayree Amornsiri: ฝันดีเช่นกันค่ะ
Gee Jirayu ส่งสติกเกอร์
ช่วงเช้าตรู่ถนนเลียบชายหาดยังคงคึกคักเช่นเดิม สมาชิกแก๊งวิ่งยามเช้าของเมรีกับวิเวียนมาวิ่งกันครบทุกคนไม่มีใครคิดอู้
ปกติเธอจะเป็นคนจูงวิเวียน แต่พอมีสองหมวดมาวิ่งด้วยพวกเขาก็ชอบแย่งงานเธอ เรื่องนี้จะให้คุณโสพิศรู้ไม่ได้เด็ดขาด ประเดี๋ยวเธอจะตกงานเพราะคุณแม่น้องวิเวียนจะไปจ้างสองหมวดแทน
เบื้องหน้าคือคู่หูที่พาหมาแดงวิ่ง ส่วนเธอก็วิ่งช้า ๆ ขนาบข้างไปกับผู้กองสรัล
“เดี๋ยววิ่งเสร็จหนูกับพวกผู้หมวดจะแวะร้านปาท่องโก๋ที่ตลาด ร้านนั้นแหละค่ะ ที่แถมให้ผู้กอง” เธออธิบายพอสังเขปเพราะเกรงว่าเขาจะไม่รู้ว่าหมายถึงร้านไหน “ผู้กองจะไปด้วยกันไหมคะ”
เขาไม่ตอบในทันที แต่ก็ไม่ได้ปล่อยให้คำถามของเธอเป็นหมัน
“ว่าจะแวะซื้อน้ำเต้าหู้ให้ม้าพอดี”
หล่อนนิ่งไปอย่างใช้ความคิด “ม้าที่ไหนกินน้ำเต้าหู้เหรอคะ”
สายตาขวาง ๆ ถูกส่งมาให้เธอ
“แม่ผม”
คำสั้น ๆ นั้นส่งให้เมรีหลุดหัวเราะ ก่อนจะยื่นมือไปตีที่ต้นแขนหนั่นอย่างคนบ้าจี้
“หนูก็นึกว่าม้าฮี้กับ ๆ โอ๊ย ตลกอะ”
แต่คนถูกตีทำเพียงทิ้งหางตามองเธอ เจ้าของอุ้งมือเรียวเล็กที่ยื่นไปประทุษร้ายเขาจึงต้องดึงกลับมาพร้อมรอยยิ้มเจื่อน ๆ ที่ประดับบนดวงหน้าสะคราญ
สาวเจ้าเอ่ยเสียงอ่อย “ขอโทษค่ะ มือมันไปเอง”
แล้วทั้งห้าชีวิตก็วิ่งไปจนสุดทางก่อนจะวนกลับมาทางเดิม เมื่อวิ่งเรียกเหงื่อได้พอสมควรก็พากันไปยังตลาดเช้าเพื่อไปซื้อปาท่องโก๋ตามที่จิรายุตั้งใจไว้
ระหว่างยืนรอคิวหน้าร้าน น้องเล็กของชุดสืบก็อาสาถือสายจูงของวิเวียนให้
เธอส่งให้แต่โดยดี ก่อนจะหยอกเย้าอีกฝ่าย “ถ้าหมวดจีกับหมวดเธียรช่วยจูงวิเวียนทุกวัน เห็นทีค่าจ้างคงต้องหารสามแล้วล่ะค่ะ”
คู่สนทนารับมุก “เอาเลขบัญชีผมไปเลยไหมครับ”
ธนากรเสริม “ของผมด้วย”
คนตัวเล็กที่เป็นฝ่ายชง พอมีคนรับก็แกล้งเบะปากใส่คล้ายตั้งท่าจะร้องไห้
“ถ้าหารสามจริง ๆ หนูคงต้องกินมาม่าทุกวัน”
บทสนทนาดำเนินไปตามครรลอง กระทั่งสรัลที่ซื้อคนแรกซื้อเสร็จเป็นที่เรียบร้อยจึงเตรียมตัวเดินกลับไปที่รถ แต่ท่อนขายาวกลับต้องหยุดเพราะมีเสียงใสรั้งไว้
“จะกลับเลยเหรอคะผู้กอง”
เขาชำเลืองมองไปทางเจ้าของคำถาม “ครับ”
“ขับรถกลับดี ๆ นะคะ ไว้เจอกันที่สนามค่ะ”
อีกสองหมวดก็ไม่ลืมที่จะทำความเคารพหนุ่มรุ่นพี่
คล้อยหลังการไปของสรัล เมรีก็ได้ทีสั่งของที่ตัวเองต้องการ ทั้งปาท่องโก๋และน้ำเต้าหู้ โดยไม่ลืมสั่งเผื่อสองแม่ลูกที่อยู่ข้างบ้านด้วย แม้ว่าป้าบัวกับบวรกิตจะไม่ได้สั่ง แต่อะไรที่เธอรู้ว่าทั้งสองชอบก็แค่ซื้อไปฝาก ไม่จำเป็นต้องถามว่ากินหรือไม่
“วันนี้มากันเยอะเชียว”
“มาวิ่งน่ะค่ะ เดี๋ยวนี้คนหันมาวิ่งกันเยอะขึ้น” เธอไม่ลืมแนะนำตัวให้พี่เจ้าของร้านรู้จักคู่หูแห่งชุดสืบ “นี่หมวดจีค่ะ แล้วนั่นก็หมวดเธียร เป็นตำรวจที่ปากน้ำบ้านเรานี่แหละ”
ทั้งสามจึงทำความเคารพกันอย่างมีมารยาทและเป็นกันเอง
เจ้าของร้านว่า “ฝากร้านพี่ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะผู้หมวด ถ้าคิดถึงปาท่องโก๋ร้อน ๆ กับน้ำเต้าหู้อร่อย ๆ ก็คิดถึงร้านพี่นะคะ”
“ได้เลยครับ”
ครู่สั้น ๆ เมรีก็ได้ของที่สั่งมาไว้ในครอบครอง เธอเปิดมือถือเตรียมสแกนจ่าย ปากก็เอื้อนเอ่ยเพื่อถามเจ้าของร้าน
“ของหนูเท่าไรคะ”
แม่ค้าส่ายหน้าพัลวัน “ไม่ต้อง ผู้กองจ่ายให้แล้ว”
°. ﹏ ⋆ ﹏ ⋆ ﹏ .°
“เผื่อน้องลืม พี่เป็นทายาทแพปลา”

ต่อไปนี้จะอัปทุกวันค่ะ