LNCrawler

ลุยไฟครั้งที่ ๔ [๓/๔]

เมรีลุยไฟ Ebook — novel.dek d.com · All chapters

ลุยไฟครั้งที่ ๔ [๓/๔]

ค่ำคืนนี้ศาลเจ้าเก่าแก่คู่ชุมชนชาวประมงประดับประดาไปด้วยเต็งลั้งห้อยระย้าทั่วบริเวณ จนแสงโดยรอบกลายเป็นสีแดงตัดกับแผ่นฟ้าที่พระอาทิตย์คล้อยต่ำลับเหลี่ยมเขา ท้องนภาเปลี่ยนเป็นสีเข้ม แต่ผู้คนกลับไม่ยอมหลับใหลไปกับราตรี เลือกที่จะมาสักการบูชาเจ้าพ่อที่ศาลเจ้า

หลังเลิกงานเมรีก็กลับบ้านไปอาบน้ำแต่งตัว ก่อนจะเดินทางมาที่ศาลเจ้ากับป้าบัว ส่วนบวรกิตจะตามมาทีหลัง รวมถึงหมวดจีและหมวดเธียรด้วย

“คนเยอะเนอะรัม”

“ค่ะ คึกคักมาก”

“แหม รู้อย่างนี้น่าจองที่ขายของ คงจะได้หลายบาท”

เจ้าหล่อนหันไปมองหญิงวัยกลางคน “งานหน้าค่อยขายก็ได้”

ป้าบัวได้แต่ไหวไหล่ให้เด็กสาวข้างบ้าน พอดีกับที่หันไปเจอคนรู้จักจึงปลีกตัวไปคุย

เมรีที่ยืนอยู่คนเดียวก็ตัดสินใจเดินเข้าไปไหว้เจ้าพ่อเพื่อขอพร เพราะทุกครั้งที่มาที่นี่เธอต้องขอพรตลอด แต่ที่ยังไม่ได้คงเป็นเพราะมีคนมาขอท่านมากท่านเลยต้องให้ตามคิว กว่าจะถึงคิวเธอก็เลยนานหน่อย

ระหว่างนั้นสายตาคู่งามก็สอดส่องไปมารอบ ๆ เพื่อมองหาใครบางคนที่ตนก็ไม่รู้ว่าจะมาหรือไม่ เขาเคยบอกว่าไม่แน่ใจ และเธอก็ไม่ได้ถามซ้ำ ครั้นจะให้ทักไปถามก็ไม่กล้าเสียแล้ว เมื่อข้อความเก่ายังไม่แม้แต่จะถูกเปิดอ่าน

แต่หาอย่างไรก็ไม่เจอคนที่อยากพบหน้า

เขาคงไม่ได้มากระมัง...

เมรีนึกเสียดายเพราะวาดภาพค่ำคืนนี้ออกมาประหนึ่งนิยายรักโรแมนติก เธอกับเขาจะไหว้ขอพรด้วยกัน เสี่ยงเซียมซีอย่างที่ใคร ๆ ก็ทำ แล้วดูเชิดสิงโตอยู่ข้างกัน ต่อให้เขาไม่พูดอะไรด้วยแต่แค่มีคนคนนี้อยู่ข้างกายเธอก็สุขใจแล้ว

แค่อยู่ด้วยกันเงียบ ๆ ท่ามกลางผู้คนมากมาย...แค่นั้นเอง

สาวเจ้าเข้าไปด้านในเพื่อขอพรในสิ่งที่ตนปรารถนา มิวายโลภมากขอให้สมหวังในรัก

ทว่าจังหวะนั้นเองที่ได้ยินเสียงใครบางคนลอยมากระทบโสตประสาท

“ทางนี้ค่ะพี่สาม”

ชื่อ ‘พี่สาม’ ที่มาจากเสียงใส ๆ เรียกให้เธอหันไปมองยังทิศที่มา ก่อนจะพบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนข้าง ๆ บุรุษร่างกำยำในชุดไปรเวทสบาย ๆ  แต่ยังคงความสุภาพเรียบร้อย

เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นอีกหน “เน่อยากขอพร พี่สามมาขอพรกับเน่นะ”

“อือ”

ก่อนที่ร่างสูงโปร่งของผู้กองสรัลจะก้าวเข้ามาด้านใน สายตาคู่คมตกกระทบกับดวงหน้าจิ้มลิ้มของพี่เลี้ยงหมาแดงที่เจอกันทุกเช้า

สองสายตาประสานกันนานเกินกว่าที่คนแปลกหน้าทั่วไปจะทำ จนหญิงสาวที่ชวนชายหนุ่มขอพรรู้สึกตงิดใจจนต้องทิ้งหางตาไปทางผู้หญิงคนนั้น

แต่เจ้าหล่อนก็รีบผละออกไปจึงไม่ทันได้สังเกตใบหน้าให้ถี่ถ้วน

‘เนเน่ นิชาพา ประเสริฐทรัพย์’ ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของแพปลาประเสริฐทรัพย์ดึงสายตากลับมาที่คนข้างกาย ซึ่งเป็นชายที่รัชกิจวรางกูรและประเสริฐทรัพย์หมายมั่นให้แต่งงานกันเมื่อเติบใหญ่ แต่นั่นก็ไม่ใช่เพราะผู้ใหญ่เสียทีเดียว นิชาพาเองก็ชอบพอในตัว ‘พี่สาม’ มาตั้งแต่ครั้งเยาว์วัย

“รู้จักเหรอคะ”

“...”

หล่อนเอ่ยปากเร่งรัดเอาคำตอบ “พี่สาม?”

“ไม่รู้จัก”

หลังไหว้เสร็จก็พากันออกไปด้านนอกเพราะใกล้เวลาเชิดสิงโตแล้ว ซึ่งงานนี้ครอบครัวรัชกิจวรางกูรเป็นผู้สนับสนุนหลัก อย่างไรเสียเขาก็ต้องมา และต้องอยู่ในพิธีสำคัญอย่างการเชิดสิงโตซึ่งเป็นประกาศิตของมารดา

นิชาพายังคงติดตรึงอยู่กับผู้หญิงที่เจอเมื่อครู่ เพราะโดยปกติแล้วสรัลแทบไม่สนใจสิ่งใด แต่เขามองแม่นั่นนานเกินไปจนเธอรู้สึกร้อนรุ่มไปทั่วอก

“ผู้หญิงคนเมื่อกี้น่ะ เน่ว่าเน่คงไม่รู้จักนางหรอก แต่ไม่รู้ทำไมถึงคุ้น ๆ อย่างบอกไม่ถูก พี่สามไม่รู้จักนางจริง ๆ ใช่ไหมคะ”

เขาตอบเสียงห้วนคล้ายตัดรำคาญ “ก็บอกว่าไม่รู้จัก”

“แน่ใจนะคะ”

หล่อนยังคงเคลือบแคลงสงสัย

เขาไม่ยอมปริปากพูด ทำเพียงพ่นลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

นิชาพาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่คู่สนทนาสมกับเป็นลูกสาวคนรวย จะไม่เอาแต่ใจก็คงยาก

“เน่ไม่ยอมให้ผู้หญิงคนไหนมายุ่งกับพี่และไม่ยอมให้พี่ไปยุ่งกับผู้หญิงหน้าไหนทั้งนั้น ถ้าเน่รู้เน่ไม่ปล่อยมันไว้แน่!”

 

เสียงกลองและฉาบดังไปทั่วทั้งศาลเจ้าเก่าแก่คู่ชุมชน บริเวณลานกว้างมีการเชิดสิงโตชุดใหญ่ตระการตา เบื้องหน้ามีที่นั่งสำหรับผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง โดยที่ประชาชนทั่วไปก็ยืนอยู่รอบ ๆ เพื่อชมการแสดง

บ้างก็ยกมือถือขึ้นมาถ่าย บ้างก็ดูแต่ตา

ส่วนเธอกลับไม่รู้สึกว่าสิงโตและมังกรที่เชิดอยู่จะน่าสนใจไปกว่า ‘ใครบางคน’ ที่นั่งอยู่แถวหน้ากับพวกคนใหญ่คนโตของบ้านเมือง

และที่นั่งข้าง ๆ เขาก็ถูกจับจองด้วยผู้หญิงคนนั้น

ที่เขาบอกกับเธอว่ายังไม่แน่ใจมันแปลว่าเขาจะมา...แต่มากับคนอื่น

ท่ามกลางเสียงอึกทึกครึกโครม ภายในใจของเมรีช่างเงียบเหงาคล้ายยืนอยู่เพียงลำพัง รู้สึกปวดแปลบที่หัวใจราวมีมือที่มองไม่เห็นยื่นเข้ามาบีบจนแหลกละเอียดไม่เป็นชิ้นดี

ขอบตาร้อนผ่าวจนต้องเงยหน้าขึ้นเพื่อกลั้นน้ำตาไว้ หากปล่อยให้มันไหลออกมาตอนนี้คงจะน่าอายแย่

“จัดใหญ่ดีเหมือนกันนะพี่รัม”

เสียงอันคุ้นหูของบวรกิตเรียกพี่สาวข้างบ้านให้ตื่นจากภวังค์ ละสายตาจากผู้กองหนุ่มมามองคนข้าง ๆ

“อื้อ”

“แล้วพี่ไปขอพรมายัง”

เจ้าของแววตาหม่นแสงพยักหน้าขึ้นลง “ไปมาแล้ว”

“โอเค งั้นเดี๋ยวผมไปคนเดียวก็ได้” สิ้นคำนั้นบวรกิตก็ชะโงกหน้าไปยังคนที่อยู่ทางซ้ายมือของเธอ “หมวดไปไหว้เจ้าพ่อมาหรือยังครับ”

“ยังเลย” หลังตอบบวรกิตเสร็จ จิรายุก็หลุบตาลงต่ำ “น้องรัมไปไหว้มาแล้วใช่ไหม”

“ค่ะ พอดีหนูมาถึงสักพักใหญ่ ๆ แล้วก็เลยเข้าไปไหว้ก่อน” หล่อนเว้นจังหวะไปเล็กน้อย แล้วจึงเอ่ยต่อ “แต่ยังไม่ได้เสี่ยงเซียมซีเลยค่ะ ตอนนั้นคนเยอะ บางทีอาจจะเข้าไปอีกรอบ”

“โอเคครับ งั้นไว้ไปด้วยกัน”

“ค่ะ”

ครั้นการแสดงเชิดสิงโตจบลง ทั้งสี่ชีวิตก็ยังไม่ได้เข้าไปไหว้ขอพรและเสี่ยงเซียมซีอย่างที่ตั้งใจไว้ เมื่อมีคนกลุ่มหนึ่งเดินมาทางนี้พอดี

เกิดทะเลแหวกเมื่อคนที่เดินฝ่าฝูงชนคือสองตระกูลใหญ่ของปากน้ำปราณอย่างรัชกิจวรางกูรและประเสริฐทรัพย์ ผู้คนต่างเปิดทางให้โดยปริยาย

ทว่าคนที่เดินนำหน้าอย่าง ‘เสี่ยมิ่ง มงคล รัชกิจวรางกูร’ และ ‘เจ๊สุ สุนีย์ รัชกิจวรางกูร’ กลับชะงักฝีเท้าเมื่อสบสายตาเข้ากับนายตำรวจทั้งสอง

ประมุขของตระกูลเศรษฐีร้องทักเพื่อนร่วมงานของลูกชาย “อ้าว หมวดจี หมวดเธียร มาเที่ยวงานด้วยรึ”

ธนากรและจิรายุยกมือทำความเคารพผู้ใหญ่อย่างมีมารยาท

“สวัสดีครับคุณลุง คุณป้า” แล้วเคลื่อนสายตาไปด้านหลังที่มี ‘สร้อย สิชา รัชกิจวรางกูร’ พี่สาวแท้ ๆ ของผู้กองสาม ผู้รับช่วงต่อกิจการแพปลาของตระกูล “สวัสดีครับพี่สร้อย”

สองหมวดไม่ลืมที่จะไหว้คนจากบ้านประเสริฐทรัพย์อย่าง เสี่ยรัช วิรัช และเจ๊นา ปวีณา

เมรีกับบวรกิตที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แม้ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่เข้าเมืองตาหลิ่วสองพี่น้องต่างสายเลือดก็หลิ่วตาตาม เมรียกมือไหว้ผู้ใหญ่ทุกคน

ยกเว้นเขา...ลูกชายคนเล็กของแพปลาที่ใหญ่ที่สุดในปากน้ำปราณ

ทำอย่างกับว่าทั้งสอง ‘ไม่รู้จัก’ กันจริง ๆ

ตอนนั้น...ตอนที่เธอกำลังเดินออกมา เสียงทุ้มแสนคุ้นหูของคนที่เจอหน้ากันทุกเช้าก็ลอยมากระทบโสต

‘รู้จักเหรอคะ’

‘ไม่รู้จัก’

นั่นตลกสิ้นดี แต่เธอคงไม่ขำ

ขณะที่ผู้ใหญ่คุยกับสองหมวด เมรีก็รับรู้ได้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งจดจ้องเธออย่างไม่วางตา เมื่อหันไปก็พบว่าเป็นผู้หญิงคนนั้นที่มองกันด้วยสายตาขุ่นเคืองพิกล แม้ไร้คำพูดใดแต่ก็สัมผัสได้ถึงมวลความไม่เป็นมิตรแผ่ซ่านออกมา

“ถ้าอย่างนั้นลุงขอตัวกลับก่อนนะ”

มงคลเอ่ยจบก็พาพลพรรคของตัวเองเดินออกจากวงล้อมเพื่อไปที่รถ

คล้อยหลังการไปของสองครอบครัวเศรษฐีปากน้ำ บวรกิตก็โน้มหน้าลงมาหาพี่สาว ยกมือป้องปากเพื่อกระซิบกระซาบให้ได้ยินเพียงแค่สองคน

“พี่รัม พี่โอเคไหม”

เขารู้ว่าเมรีคิดอย่างไรกับผู้กองสรัล และการต้องทนเห็นเจ้าตัวเดินเคียงคู่กับผู้หญิงคนอื่นอาจทำให้พี่สาวของตนเสียใจ

เมรีวาดยิ้มบาง ๆ ให้อีกฝ่าย ไม่แสดงถึงความวูบไหวที่ทำใจสั่นคลอนให้บวรกิตได้รับรู้

“เรื่องแค่นี้เอง โอเคอยู่แล้ว”

°. ﹏ ⋆ ﹏ ⋆ ﹏ .°

“พี่รัมเก่ง พี่รัมโอเคอยู่แล้วจ้ะ”

f9096e72aa844259640f592e25669dd1.jpg