ลุยไฟครั้งที่ ๕ [๒/๔]
ลุยไฟครั้งที่ ๕ [๒/๔]
แสงสว่างของรุ่งอรุณค่อย ๆ กลืนกินอนธการเมื่อดวงอาทิตย์โผล่พ้นเหลี่ยมเขา พาให้ผืนน้ำเกิดแสงระยิบระยับ ที่เมื่อทอดสายตามองก็รู้สึกเหมือนท้องทะเลนั้นไม่มีจุดสิ้นสุด มันคล้ายจะบรรจบที่เส้นขอบฟ้า
แต่ในความเป็นจริงสองสิ่งนี้ไม่มีวันบรรจบกันได้
"หวัดดีน้องรัม”
สุ้มเสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นเพื่อดีดฟองอากาศที่บรรจุความคิดของเมรีให้แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ
หล่อนผินหน้าไปทางต้นเสียง “สวัสดีค่ะหมวดจี”
เมรีสอดส่องสายตาไปด้านหลังตำรวจร่างสูง ก่อนดึงสายตากลับมาที่ใบหน้าคมคาย
“หมวดเธียรล่ะคะ อย่าบอกนะว่าวันนี้อู้”
“อื้อ มันอู้” เขาว่ายิ้ม ๆ “มันบอกว่าเช้าวันจันทร์ค่อนข้างจะหมดแรง พรุ่งนี้ค่อยมาวิ่งน่ะ”
ริมฝีปากสีอ่อนตีเป็นเส้นโค้งบาง ๆ “เหนื่อยก็พักได้ค่ะ เอาที่สะดวกดีที่สุด”
“ว่าแต่เมื่อวานทำไมไม่ไปที่สนามรึ”
“เหนื่อยสุด ๆ เลยค่ะ สุดสัปดาห์ทีไรลูกค้าเยอะตลอด พอเลิกงานหนูก็เลยกลับไปนอน”
“อ้อ” จิรายุพยักหน้าเนิบนาบเพื่อสื่อว่ารับรู้ “เข้าใจได้ครับ เมื่อวานก็เห็นพวกครอบครัวผู้กองไปที่นั่นเหมือนกัน”
คนตัวเล็กผงกศีรษะให้คู่สนทนา แต่ไม่ได้เปิดปากพูดโต้ตอบอะไร
จิรายุยื่นมือมาจับสายจูงของวิเวียนไปถือไว้แล้วเดินขนาบข้างไปกับเมรี
“ปกติน้องรัมดูหนังฮีโร่ไหม”
“อืม” เธอเงียบไปเพื่อเรียบเรียงประโยคที่อยู่ในหัว “ที่จริงหนูไม่ค่อยได้ดูหนังค่ะ หนูสมาธิสั้น ชอบดูคลิปสั้น ๆ ไม่กี่วิมากกว่า แล้วก็ไม่ค่อยมีเวลาว่างที่จะดูหนังเป็นชั่วโมงสองชั่วโมงด้วย ถ้าดูก็ชอบดูรอมคอมค่ะ เบาสมองดี แต่พวกหนังฮีโร่ก็น่าดูนะคะ ผู้หมวดชอบแนวนั้นเหรอ”
“จะว่างั้นก็ได้ครับ ผมค่อนข้างชอบหนังแนวนี้”
คนฟังพยักหน้าขึ้นลงติด ๆ กัน
“ที่ถามเพราะนึกว่าชอบดู ถ้าชอบจะชวนไปดูหนังเป็นเพื่อนหน่อยน่ะครับ ชวนเธียรแล้วมันไม่ยอมไป”
“ที่หัวหินเหรอคะ”
“ครับ”
คนปราณบุรีนั้นหากต้องการไปห้างสรรพสินค้าหรืออยากดูหนัง ก็มีแต่ต้องไปที่หัวหินซึ่งเป็นอำเภอที่อยู่ใกล้ ๆ กัน
“น่าสนนะคะ พรุ่งนี้หนูหยุดด้วย แต่ถ้าไปคงเสียเวลาทั้งวัน ไม่มีเวลาซักผ้า”
“ไปตอนเย็น ๆ ครับ หนังรอบหนึ่งทุ่ม”
“...”
“ถ้าจะซักผ้าหรือเก็บบ้านก็มีเวลาทั้งวัน แล้วเย็น ๆ ผมค่อยไปรับ ขากลับเดี๋ยวหาอะไรกินที่นั่นเลย แล้วไม่ต้องกลัว ผมส่งถึงบ้านปลอดภัยหายห่วง”
“งั้น...” เธอวาดยิ้มละมุน “ขอหนีเที่ยวสักวันแล้วกันค่ะ”
“โอเคครับ พรุ่งนี้เดี๋ยวผมไปรับที่บ้าน ยังไงรัมส่งโลมาให้ผมหน่อยนะ”
สาวเจ้าแสร้งปั้นหน้าสลด “โลมาเลยเหรอคะ ต้องลงไปจับในทะเลอีก เหนื่อยน่าดู”
“งั้นเปลี่ยนเป็นปลาทูไม่ก็ปูเสฉวนก็ได้ครับ หาง่ายดี”
เมรีหัวเราะแห้ง ๆ “พวกเราน่าจะคุยกันได้ดีนะคะ มุกฝืดเหมือนกันเลย”
เขาหลุดหัวเราะ “ใช่ ผมก็ว่างั้น”
ให้หลังไม่ถึงห้านาทีก็เจอเข้ากับร่างสูงโปร่งในชุดออกกำลังกาย จิรายุพาวิเวียนวิ่งไปใกล้ ๆ หนุ่มรุ่นพี่
“สวัสดีครับผู้กอง”
สรัลโคลงศีรษะรับก่อนชำเลืองไปทางทิศที่มาของเสียง เยื้อง ๆ จิรายุมีพี่เลี้ยงหมายักษ์เดินทอดน่องอย่างสบายอารมณ์เพราะโยนงานตัวเองให้คนอื่นทำ หมู่นี้เลยเอาแต่เดินตัวปลิว
สองสายตาสบกันแค่เพียงเสี้ยววินาทีเมื่อเจ้าหล่อนเบือนหน้าไปมองท้องทะเลแทน ไร้เสียงทักทายที่มักจะได้ยินเป็นประจำทุกวัน
ทายาทแพปลาชะลอฝีเท้าเป็นการเดินเมื่อวิ่งมาพอประมาณ
ก่อนตั้งกระทู้ถาม “เธียรไม่มารึ”
“วันนี้ขอพักครับ” จิรายุว่าต่อ “เมื่อวานที่ผู้กองไม่ได้ไปซ้อม คะแนนของอีกทีมสูสีมากครับ”
ดวงหน้าคมคายผงกขึ้นลงทีสองที “เมื่อวานติดธุระน่ะ”
“ที่ไปกินข้าวกับครอบครัวใช่ไหมครับ”
“อาฮะ”
จิรายุยิ้มน้อย ๆ “ที่ผู้กองยังไม่แต่งงานผมก็คิดว่ายังโสด ที่จริงไม่โสดแล้วเหรอครับ”
สรัลเอ่ยเสียงห้วน “ไปเอามาจากไหน”
“หมายถึง?”
“ที่ว่าผมไม่โสด”
“อ้อ” ผู้หมวดเงียบไปครู่หนึ่งก่อนเสริมคำของตน “ก็หรือไม่ใช่ล่ะครับ กับลูกสาวเสี่ยวิรัชน่ะ”
“เปล่า”
เขาว่าเสียงเอื่อย และเสียงนั้นดันลอยตามลมไปเข้าหูใครบางคน
“ผมโสด”
เมรีไม่ได้ไปที่สนามบาสสองวันติด ตั้งแต่วันอาทิตย์จนวันจันทร์ วันนี้ก็คงไม่ได้ไปเช่นกันเพราะมีนัดแล้ว และตอนไปวิ่งก็เหมือนจะลืมพกปากไปด้วย เธอพูดน้อยกว่าปกติจนสองหมวดยังทักว่ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า
เธอปดไปว่าเหนื่อยงานนิดหน่อย หลังวิ่งเสร็จจิรายุจึงชวนไปกินโจ๊กอร่อย ๆ จะได้มีเรี่ยวมีแรง เธอเลือกที่จะปฏิเสธคำชวน พวกเขาจึงไปกันแค่สามคน
หมวดเธียร หมวดจี และตำรวจอีกหนึ่งนาย
หลังส่งวิเวียนที่บ้านแล้วเมรีก็ตรงกลับบ้านเช่าของตน
บวรกิตกำลังจะออกจากบ้านพอดีจึงร้องทักพี่สาว “เพิ่งวิ่งเสร็จเหรอครับ”
“อื้อ วันนี้ไม่ได้แวะตลาดเลยไม่ได้ซื้ออะไรมานะ”
“ช่างเรื่องนั้นเถอะน่า แล้วทำไมถึงไม่ไปที่สนามเลย วันก่อนผมชู้ตได้อย่างเยอะ” ก่อนว่าติดตลก “เพราะผู้กองไม่มาน่ะ นี่ถ้าผู้กองถอนตัวนะ ผมว่าผมแชมป์แน่นอน”
“พี่เหนื่อย ๆ อะ งานที่ร้านเยอะทุกวัน งั้นขอเข้าบ้านก่อนแล้วกัน”
“โอเคครับ แม่ทำกับข้าวแล้วนะ เสร็จแล้วก็ไปกินด้วย”
“อื้อ”
เมรีใช้เวลาทั้งวันไปกับการซักผ้าและเก็บบ้าน ซึ่งมันก็ไม่ได้รกอะไรนักเพราะปกติเธอก็ไม่ค่อยทำบ้านรก แต่ผ้าจะซักแค่สัปดาห์ละครั้งด้วยวันอื่น ๆ ไม่ค่อยมีเวลา เลิกงานมาก็ดึกดื่น ต้องตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อพาวิเวียนไปวิ่ง จึงไม่มีเวลาที่จะซักผ้าในวันที่ต้องทำงาน
เธอซักผ้า กวาดบ้าน ถูบ้าน รวมไปถึงขัดห้องน้ำ เสร็จแล้วยังไปล้างรถมอเตอร์ไซค์อีก เพื่อที่จะได้ทำให้ตัวเองยุ่งเข้าไว้
ใช้งานเป็นเครื่องมือให้ไม่ต้องเผลอไปคิดถึงใครบางคน
ครั้นถึงเวลาเย็นรถกระบะสี่ประตูก็แล่นมาจอดบริเวณหน้าบ้าน ป้าบัวที่ยืนคุยอยู่กับเมรีผินหน้าไปมองร่างสมส่วนที่เดินลงจากรถคันโก้ ก่อนสืบเท้ามาหาผู้เช่าบ้านหลังริมสุด
“สวัสดีครับคุณป้า”
ทั้ง ๆ ที่เขาไม่รู้จักแต่ก็เลือกที่จะทำความเคารพอีกฝ่ายอย่างมีมารยาท
หญิงวัยกลางคนรับไหว้พร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้ม “ไหว้พระเถอะลูก นี่มารับรัมไปดูหนังใช่ไหม”
เพราะเมรีจะไปไหนหรือทำอะไรเธอมักจะเล่าสู่กันฟังกับป้าบัวเป็นปกติ เรื่องที่ผู้หมวดจะมารับไปอำเภอข้าง ๆ เธอก็เล่าให้อีกฝ่ายฟัง
“ใช่ครับคุณป้า ผมขออนุญาตพาน้องรัมไปหัวหินนะครับ หลังดูหนังเสร็จผมจะแวะกินข้าวที่นั่นเลย ประมาณสี่ทุ่มครึ่งไม่เกินห้าทุ่มผมจะมาส่งถึงบ้านครับ”
ผู้อาวุโสสุดในวงสนทนายิ้มกรุ้มกริ่มอย่างมีเลศนัย
“จ้า เที่ยวให้สนุกเถอะ รัมทำงานจนไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหนเลย ยังไงป้าฝากพ่อหลานเขย เอ๊ย! ฝากผู้หมวดพาเจ้ารัมมันไปเที่ยวหน่อยนะ”
เมรีย่นหัวคิ้วใส่ป้าข้างบ้านราวกำลังเค้นเจ้าตัวว่าพูดอะไรออกมา ในขณะที่จิรายุกลับยิ้มรับ
“ไว้ใจผมได้เลยครับคุณป้า”
°. ﹏ ⋆ ﹏ ⋆ ﹏ .°
“หมดเวลาตัวประกอบแล้วคับผู้กอง”
