ลุยไฟครั้งที่ ๕ [๔/๔]
ลุยไฟครั้งที่ ๕ [๔/๔]
‘หมวดจีนิ่งไปนิด อยู่ด้วยกันคงไม่มีอะไรจะคุย’
เมรีพิสูจน์แล้วว่าคำครหาของพี่ชลลี่ต่อจิรายุเป็นเท็จ ผู้หมวดไม่เอ่ยอะไรเฉพาะตอนอยู่ในโรงหนังเพื่อปฏิบัติตามกฎ แต่หลังออกจากโรงหนังไปจนถึงช่วงเวลาของมื้อค่ำ เขาไม่ทำให้เธอรู้สึกเหงาเลยสักนิด คอยหาเรื่องมาชวนคุยอยู่ตลอด ทำให้บรรยากาศระหว่างเธอกับเขาค่อนข้างเป็นกันเอง
ห้องโดยสารของกระบะคันโก้มีเสียงเพลงที่เปิดคลอเบา ๆ ทว่ามันมักจะถูกกลบด้วยเสียงบทสนทนาและเสียงหัวเราะของพลขับและผู้โดยสาร
“เป็นตำรวจนี่ดีจังเลย มีเรื่องตลกเยอะมาก เหมือนคดีเด็ดในชีวิตจริง”
หล่อนพาดพิงไปถึงรายการโทรทัศน์ ‘คดีเด็ด’ ที่มักนำคดีที่เกิดขึ้นจริงมาเล่าในมุมที่ตลกขบขันเพื่อความบันเทิง แม้อาจจะปีลึกหน่อยแต่เชื่อว่าคนวัยเธอและจิรายุต้องคุ้นเคยกับรายการนี้เป็นอย่างดี
จิรายุผงกศีรษะทีสองที “เรื่องตลกก็มี เรื่องเครียดก็เยอะครับ”
“กดดันน่าดูเลยนะคะ”
“ครับ แต่ถึงย้อนเวลากลับไปได้ก็เลือกที่จะเป็นตำรวจอยู่ดีครับ”
เมรีว่าติดตลก “ต้องตีซี้ไว้ก่อนแล้วมั้งคะ ไฟแรงแบบนี้มีหวังได้เป็นผบ.ตร.แน่เลย”
“ขนาดนั้นเลยนะ”
หญิงสาวเพียงส่งยิ้มกลับไป ก่อนผินหน้าออกไปมองทิวทัศน์อันมืดมิดด้านนอก ใช้เวลาไม่นานนักก็มาถึงที่หมายอย่างบ้านเช่าที่อยู่สุดซอย หนำซ้ำยังเป็นบ้านหลังริมสุดอีกด้วย
รถกระบะสี่ประตูจอดลงที่หน้าบ้านเช่าชั้นเดียว เมรีเอื้อมมือไปปลดเข็มขัดนิรภัยก่อนหันหน้าไปหาสารถีหนุ่ม แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อเขาลงจากรถก่อนอ้อมมาเปิดประตูให้
คนตัวเล็กจึงลงไปยืนใกล้ ๆ กับตำรวจหนุ่ม
มือเรียวยกขึ้นพนมแนบอก “ขอบคุณผู้หมวดมาก ๆ นะคะที่ชวนหนูไปเที่ยว หนังสนุกมากเลยค่ะ อาหารก็อร่อย”
“ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณน้องรัมที่อุตส่าห์ไปเป็นเพื่อน ไว้โอกาสหน้าไปกันอีกนะ”
“ไปเป็นเพื่อนแบบออกให้หนูทุกบาททุกสตางค์ ถ้าไปบ่อย ๆ เกรงว่ากระเป๋าผู้หมวดจะรั่วน่ะสิคะ”
จิรายุยักคิ้วให้อย่างวางท่า “ผมก็พอจะมีเงินถุงเงินถังอยู่บ้าง”
“อวดรวยแบบนี้ถ้าหนูร้อนเงินขึ้นมาแล้วนึกถึงหมวดเป็นคนแรกจะทำยังไงคะเนี่ย”
นายตำรวจปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้จริงจังขึ้นหลายส่วน
“ดีแล้วครับที่นึกถึงผม ผมให้ยืมได้”
เจ้าหล่อนโบกมือพัลวันเพื่อปฏิเสธน้ำใจของฝ่ายชาย ซึ่งเป็นกัลยาณมิตรของเธอ ณ ตอนนี้ ที่เมรีรู้ดีว่าหากอยากรักษาความสัมพันธ์อันดีไว้จงอย่าให้ ‘เงิน’ เข้ามาข้องเกี่ยว
“หนูล้อเล่นค่ะ”
“แต่ผมพูดจริง”
คนตัวเล็กยิ้มอ่อนใจ “ขอบคุณนะคะ แต่หนูแค่หยอกเล่นจริง ๆ ค่ะ”
“งั้น...” จิรายุเว้นจังหวะไปเล็กน้อย ก่อนขยับปากเพื่อพูดต่อ “ถ้ามีปัญหาไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร รัมติดต่อผมเป็นคนแรกได้เลยนะ”
“ออนเฟซตลอดใช่ไหมคะ”
“เบอร์แล้วกัน”
ว่าจบก็แบมือมาตรงหน้าเพื่อขอโทรศัพท์ของสาวเจ้า เพราะของตัวเองนั้นอยู่บนรถ เมรีไม่อิดออดที่จะส่งมือถือตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหาให้อีกฝ่าย โดยไม่ลืมปลดล็อกให้เสร็จสรรพ
จิรายุกดเบอร์ของตนแล้วจึงกดโทร. ออกหาตัวเอง ก่อนคืนให้เจ้าของก็ไม่ลืมบันทึกเบอร์ไว้ว่า ‘หมวดจี’ เพื่อที่เมรีจะได้รู้ว่านั่นเป็นเบอร์ของเขา
หลังชายหนุ่มส่งคืน มือเรียวสวยก็ยื่นไปรับโทรศัพท์มาถือไว้
เสียงทุ้มย้ำ “อย่าลืมนะครับ ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรก็ให้โทร. หาผม”
“รับทราบค่ะ”
ริมฝีปากหยักตีเป็นเส้นโค้งบาง ๆ “งั้นรัมก็เข้าบ้านเถอะครับ ดึกแล้ว พรุ่งนี้เดี๋ยวตื่นไม่ไหว”
“ถ้าอย่างนั้นหนูขอตัวนะคะ ขอบคุณอีกครั้งที่พาไปเที่ยวค่ะ ขับรถดี ๆ นะคะผู้หมวด”
“ครับ ไว้ถึงบ้านแล้วจะโทร. บอกครับ จะได้ไม่ห่วงกัน”
“แบบนั้นก็ดีค่ะ”
จิรายุรอจนเมรีสอดกายเข้าไปด้านใน ก่อนที่เขาจะพูดด้วยเสียงที่ดังกว่าปกตินิดหน่อย
“ล็อกบ้านให้เรียบร้อยนะครับ”
มีเสียงใส ๆ สวนกลับมา “ค่า”
รถกระบะสี่ประตูค่อย ๆ เลี้ยวกลับไปทางเดิม ก่อนจะแล่นออกจากซอยเพื่อตรงกลับบ้านของตนซึ่งก็ไม่ใช่ที่ไหนไกลแต่เป็นบ้านพักตำรวจของทางสภ.ปากน้ำปราณ
ทันทีที่ไปถึงที่หมายสิ่งแรกที่ตำรวจหนุ่มทำคือการกดโทร. ออกหาเบอร์ล่าสุดที่เพิ่งโทร. เข้ามาด้วยฝีมือของตัวเอง
ขณะรอสายก็สาวเท้าเข้าบ้านอย่างไม่รีบร้อน
รอสายจนมันตัดไปเองก็ยังไม่มีคนรับ เขาจึงเทความสนใจมาที่การอาบน้ำชำระล้างร่างกายเพื่อที่จะได้เข้านอน ตอนนี้ก็ห้าทุ่มแล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าเพื่อไปวิ่งอีก หากนอนดึกเกรงว่าจะตื่นไม่ไหว แบบนั้นคงได้ตกขบวนรักสุขภาพ
จิรายุใช้เวลาในการจัดการธุระส่วนตัวอยู่พักใหญ่ ครั้นเดินออกจากห้องน้ำในสภาพมีเพียงผ้าขนหนูพันรอบเอวก็ได้ยินเสียงเรียกเข้า เขารีบปรี่ไปที่มือถือด้วยความรวดเร็ว
‘น้องรัม’
เป็นเจ้าของเบอร์ที่เขาเพิ่งบันทึกชื่อก่อนเข้าไปอาบน้ำนั่นเอง
ชายร่างแกร่งไม่รอช้าที่จะกดรับสาย “สวัสดีครับ”
(หนูรัมนะคะ)
คนตัวสูงแค่นหัวเราะน้อย ๆ “ทราบครับ ผมเมมเบอร์ไว้แล้ว”
(เห็นมิสคอลของผู้หมวดน่ะค่ะ พอดีเมื่อกี้หนูอาบน้ำอยู่เลยไม่ได้รับ นั่นถึงบ้านแล้วใช่ไหมคะ)
“ถึงสักพักใหญ่ ๆ แล้วครับ เพิ่งอาบน้ำเสร็จ” ก่อนที่ปลายสายจะได้พูดอะไร กระแสเสียงทุ้มก็โพล่งขึ้นเสียก่อน “ถือสายรอสักครู่นะครับ ขอแต่งตัวแป๊บหนึ่ง”
(อ่า...โอเคค่ะ)
จิรายุใช้เวลาแค่ครู่สั้น ๆ ในการคว้ากางเกงบอลกับเสื้อยืดมาใส่ เสร็จแล้วก็ปิดไฟเพื่อเข้านอน
ห้องทั้งห้องมืดสนิท จะมีแสงสว่างอันน้อยนิดก็จากหน้าจอสี่เหลี่ยมที่ปรากฏสายโทรศัพท์ของเมรี
“เสร็จแล้วครับ”
(แต่งตัวไวมากค่ะ)
“ผู้ชายก็งี้”
ปลายสายหัวเราะเบา ๆ (แล้วนั่นจะนอนเลยหรือเปล่าคะ)
“คงอีกสักพักน่ะครับ” สิ้นคำก็มีเสียงเม็ดฝนหล่นกระทบหลังคา แล้วก็ค่อย ๆ ดังขึ้นเรื่อย ๆ “ฝนตกรึ”
(ที่นี่ก็ตกค่ะ)
“อืม จะบ้านรัมหรือบ้านผมมันก็ที่เดียวกันอะนะ ปากน้ำเหมือนกัน”
หญิงสาวเปิดปากหัวเราะ (เริ่มจะเข้าหน้าฝนแล้วสินะคะ เพิ่งจะต้นเดือนแท้ ๆ)
“แต่ที่ผมรู้มามันจะเข้าหน้าฝนช่วงกลางเดือนนะ แต่อยู่ใกล้ทะเลถ้าฝนจะตกบ่อยก็ไม่แปลกครับ” ก่อนเสริม “น้องรัมมีร่มไหม ถ้าไม่มีเดี๋ยวพรุ่งนี้พี่เอาไปฝาก ที่บ้านมีเยอะเลย ที่โรงพักชอบแจกนู่นแจกนี่ตลอดน่ะเลยมีอยู่หลายคัน”
เธอท้วง (พี่เหรอคะ)
“หืม”
(ผู้หมวดแทนตัวเองว่าพี่น่ะค่ะ น่าจะเผลอมั้งคะ)
จิรายุยกยิ้มมุมปาก “งั้นเอางี้ รัมเรียกพี่ว่าพี่จีก็ได้”
(ดูปีนเกลียวไปไหมคะ ผู้หมวดเป็นตำรวจ เรียกหมวดจีอาจจะเหมาะสมกว่า)
“พี่อนุญาตให้เรียกครับ ไม่ปีนเกลียวหรอก”
เมรีวาดยิ้มอย่างอ่อนใจ (โอเคค่ะ พี่จีก็พี่จี)
แต่ยังไม่ทันที่จิรายุจะได้โต้ตอบบทสนทนา ก็มีสายแทรกเข้ามาเสียก่อน
“แป๊บหนึ่งนะครับ”
เขาว่าพลางดึงเครื่องมือสื่อสารออกจากหูเพื่อดูว่าใครกันที่ดึกดื่นเที่ยงคืนก็ยังโทร. มารบกวนชาวบ้าน ก่อนที่เรือนคิ้วสีเข้มจะขมวดเข้าหากันด้วยความฉงนระคนประหม่าเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอสี่เหลี่ยม
อะไรวะเนี่ย...!?
“น้องรัม พี่วางก่อนนะ พอดีผู้กำกับโทร. มาน่ะ”
(โอเคค่ะ ฝันดีนะคะ)
“เช่นกันครับ”
หลังเมรีกดวางสาย เขาก็กดรับสายของ ‘พ.ต.อ.เชิดศักดิ์’ ผู้กำกับการสภ.ปากน้ำปราณที่จิรายุสังกัดอยู่
หัวใจของนายตำรวจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ เพราะโดยปกติแล้วหากไม่มี ‘เหตุด่วน’ จริง ๆ ระดับผู้กำกับคงไม่โทร. หาเขาดึกดื่นเช่นนี้
ผู้น้อยกดรับสายอย่างเลี่ยงไม่ได้ “สวัสดีครับท่าน”
ปลายสายเข้าเรื่องอย่างไม่คิดอ้อมค้อม
(เอ็งน่ะ พรุ่งนี้ไปอบรมที่กรุงเทพฯ สามวัน)
จิรายุถูกความฉงนตีแสกหน้าเข้าอย่างจัง “อบรมอะไรเหรอครับท่าน ทำไมไม่เห็นมีคำสั่งแจ้งมาเลยครับ”
เสียงทรงอำนาจสวนทันควัน (แล้วนี่ไม่ใช่คำสั่งรึ)
นายตำรวจผู้มียศต่ำกว่าเผลอกลืนน้ำลายลงคอดังอึก
“ขอโทษครับท่าน”
(ผู้การสายตรงมาเองเลย ยังไงไปอบรมก็ทำตัวดี ๆ อย่าให้เสียชื่อสภ.ปากน้ำปราณ)
“ครับท่าน”
ก็ถ้าถึงขนาดที่ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ต่อสายตรงมาหาผู้กำกับเช่นนี้ นั่นคงนับว่าเป็น ‘คำสั่ง’ ที่มิอาจเพิกเฉยได้นั่นแล
°. ﹏ ⋆ ﹏ ⋆ ﹏ .°
“น่าเห็นใจจังเลยนะคับหมวด ที่ต้องห่างเด็กนั่นตั้งหลายวัน”
