LNCrawler

ลุยไฟครั้งที่ ๖ [๑/๔]

เมรีลุยไฟ Ebook — novel.dek d.com · All chapters

ลุยไฟครั้งที่ ๖ [๑/๔]

ลุยไฟครั้งที่ ๖

 

รุ่งเช้าวันถัดมา...ท้องฟ้าสว่างไร้เมฆครึ้มเพื่อยืนยันว่ายังไม่สิ้นสุดฤดูร้อน

เจ้าของดวงหน้าผุดผาดกวาดสายตามองรอบบริเวณก็ไม่พบกับร่างสูงโปร่งของทั้งจิรายุและธนากร เธอพลิกข้อมือเพื่อดูนาฬิกาก็พบว่าเป็นเวลาหกโมงนิด ๆ

โดยปกติแล้วสองหมวดจะมาถึงก่อนเธอด้วยซ้ำ แต่หลังรออยู่เกือบห้านาทีก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าอีกฝ่ายจะมา เธอจึงตัดสินใจพาวิเวียนวิ่งไปตามทางถนนสีแดงที่ทอดยาวไปกับชายหาด

วิ่งไปได้ไม่กี่สิบเมตรก็เจอเข้ากับแผ่นหลังกว้างของใครบางคน เมรีตัดสินใจวิ่งตรงไปโดยไม่แวะทักทาย ให้สมกับที่เธอและเขาเป็นเพียง ‘คนไม่รู้จัก’ ของกันและกัน

“ไง”

สุ้มเสียงทุ้มดังขึ้นเมื่อร่างแน่งน้อยวิ่งนำคนตัวสูงได้สองสามก้าว เป็นเหตุให้เผลอชะงักฝีเท้าแต่ไม่ได้หันกลับไปมอง

หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นคร่อมจังหวะ หล่อนนึกอยากควักมันออกจากอกแล้วเอาก้านมะยมฟาดให้ระบม จะได้หลาบจำว่าคนคนนี้ใจร้ายเพียงใด เธอกับเขาถึงจะไม่สนิทกันแต่มันไม่เฉียดคำว่า ‘ไม่รู้จัก’ สักกระผีก แล้วจะมาใจเต้นแรงแค่เขาทักว่า ‘ไง’ น่ะหรือ

เจ็บแล้วจำคือคน เจ็บแล้วทนคือควาย

จำไว้รัม จำเอาไว้...แกไม่ได้กินหญ้าเป็นอาหารสักหน่อย!

ก่อนกระแสเสียงเข้มจะดังมากระทบโสตประสาทอีกระลอก

“วิเวียน”

เมรีหน้าม้านจนอยากมุดดินหนีอาย มือบางกำแน่นจนเห็นเส้นเลือดตัดกับสีผิวเด่นชัด ก่อนจะรีบวิ่งไปข้างหน้าโดยไม่เหลียวกลับไปมองเจ้าของประโยคทักทาย...หมา

เขาไม่ได้ทักเธอ เขาทักวิเวียน

กวนประสาทชะมัด!

เมรียังคงวิ่งไปกับเจ้าหน้าขนด้วยจังหวะไม่ช้าไม่เร็ว แต่ชายร่างแกร่งที่อยู่ข้างหลังไม่ยักจะแซงไปสักทีทั้ง ๆ ที่ท่อนขาค่อนข้างยาว ก้าวแค่ไม่กี่ก้าวก็น่าจะทิ้งห่างเธอได้ ครั้นให้เธอชะลอฝีเท้าลงเห็นทีคงจะยาก ไม่อยากจะทำเช่นนั้นประเดี๋ยวเขาจะคิดว่าเธอรอให้เขาวิ่งมาตีเสมอ

หลังวิ่งมาจนสุดทางก็ต้องเลี้ยวกลับไปทางเดิม เป็นเหตุให้ต้องประจันหน้ากับตำรวจหนุ่มอย่างเลี่ยงไม่ได้

หน่วยตาสีเข้มแสนดุดันสะท้อนภาพของพี่เลี้ยงหมายักษ์ที่เบือนหน้าไปทางทะเล เพียงเพราะหากหันหน้ามองทางตรง ๆ คงไม่พ้นต้องประสานสายตากับเจ้าของร่างกำยำ

หนุ่มสาววิ่งสวนกันโดยไร้ซึ่งการชะลอฝีเท้า รอยยิ้มและบทสนทนา ทั้งหมดเพื่อพิสูจน์ว่าทั้งสองไม่รู้จักกันจริง ๆ

เมื่อพาวิเวียนออกกำลังจนพอใจแล้วหล่อนก็ตรงไปยังบ้านของนายจ้าง ส่งหมาแดงคืนสู่มือเจ้าของแล้วจึงตรงกลับบ้านเช่า ที่เมื่อไปถึงก็พบกับสองแม่ลูกที่อยู่บ้านข้าง ๆ กำลังง่วนอยู่กับสัมภาระของตน

เมรีจอดรถบริเวณหน้าบ้านของป้าบัวแทนที่จะเข้าไปในเขตบ้านหลังริมสุด

“จะไปไหนกันคะ”

“กุยน่ะ” ป้าบัวเป็นฝ่ายตอบ “ยายไอ้เจ้าบูมเสีย ป้าเลยต้องกลับบ้านสักห้าหกวัน เราอยู่ทางนี้ก็ดูแลตัวเองดี ๆ นะรัม”

เช้านี้หญิงวัยกลางคนได้รับโทรศัพท์จากทางบ้านที่อำเภอกุยบุรีว่ามารดาถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา ในฐานะลูกสาวจึงต้องรีบกลับบ้านในทันที บวรกิตก็จำเป็นต้องลางานด่วน

สีหน้าของเมรีสลดลงหลายส่วน “ป้าบัว หนูเสียใจด้วยนะคะ”

คู่สนทนาพยักหน้ายิ้ม ๆ แต่แววตาหม่นแสงอย่างเห็นได้ชัด “แกแก่มากแล้วน่ะ”

“หนูอยากไปด้วยจัง แต่จะลางานวันนี้เลยเดี๋ยวเจ๊พรจะดุ งั้นหนูจะหาโอกาสไปสักคืนนะป้า”

หนุ่มรุ่นน้องสวนขึ้น “จะไปยังไง นั่งรถตู้ไปลงที่กุยเหรอครับ ถ้าแบบนั้นไว้ผมค่อยออกมารับที่ปากซอยก็ได้”

“ลำบากเปล่า ๆ น่ารัม” ป้าบัวเอ่ยพลางถอนหายใจยาว “นี่ถ้าป้ามีรถยนต์สักคันจะให้ไอ้เจ้าบูมมันมารับ เราจะได้ไม่ต้องลำบาก”

“ไม่ลำบากเลยค่ะป้า ยังไงไม่คืนพรุ่งนี้ก็มะรืนนี้หนูจะไปฟังสวดสักคืนนะคะ เสียใจด้วยจริง ๆ ค่ะ”

คนแก่กว่าเพียงพยักหน้ารับ “งั้นป้าไปก่อนนะ”

“ไปก่อนนะพี่รัม จะไปวันไหนก็โทร. บอกผมนะ”

“อื้อ เดินทางดี ๆ”

“อยู่นี่ก็ดูแลตัวเองด้วยครับ ล็อกบ้านให้เรียบร้อย”

สาวเจ้าผงกศีรษะระรัวเป็นการรับคำ

ป้าบัวสำทับคำของบุตรชาย “ดูแลตัวเองดี ๆ นะรัม”

“ค่ะป้า ไว้เจอกันนะคะ”

คล้อยหลังการไปของสองแม่ลูก เมรีก็ขี่รถเข้าไปจอดในเขตบ้านเช่าก่อนจะจัดการธุระส่วนตัวเพื่อเตรียมตัวไปทำงานที่อัมพรโภชนา

สายน้ำเย็น ๆ จากฝักบัวไหลผ่านเรือนร่างระหงตั้งแต่หัวจนถึงปลายเท้า ชะล้างฟองสบู่ที่อยู่บนเนื้อตัวให้ไหลลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก ครั้นล้างเนื้อตัวจนสะอาดหมดทุกซอกทุกมุมก็สืบเท้าออกจากห้องน้ำแล้วตรงไปยังห้องนอน ใช้เวลาในการแต่งตัวไม่นานนัก เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้วก็ไปที่ครัวเพื่อทำอาหารง่าย ๆ กินก่อนไปทำงาน

ปกติเมรีจะฝากท้องไว้กับบ้านป้าบัว แต่เห็นทีวันนี้ต้องเข้าครัวเองเสียแล้ว

เธอหุงข้าวเป็นอันดับแรก จากนั้นก็ทำกับข้าวง่าย ๆ อย่างไข่เจียว

ระหว่างที่เมรีเตรียมจะเจียวไข่ก็มีสายเรียกเข้าดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน หล่อนวางส้อมลงในถ้วยที่มีไข่ไก่บรรจุอยู่ ก่อนเอื้อมมือไปคว้าสมาร์ตโฟนมาถือไว้

ชื่อที่โชว์หราบนหน้าจอทำให้เธอกดรับอย่างไม่มีความลังเล

“สวัสดีค่ะพี่จี”

ปลายสายตอบโต้ด้วยการพ่นลมหายใจหนัก ๆ ใส่เธอหนึ่งที (เฮ้อ วันนี้ไม่ได้ไปวิ่งนะครับ)

“รู้แล้วค่ะ” เธอเอ่ยพร้อมรอยยิ้มที่ประดับบนดวงหน้าสะคราญ ก่อนเอียงคอเพื่อหนีบโทรศัพท์ไว้แล้วลงมือทำกับข้าวต่อ “หนูไปวิ่งจนกลับมาถึงบ้านแล้วค่ะ ตอนไปถึงหาดก็รอพี่กับหมวดเธียรอยู่สักพัก พอไม่เห็นมีใครมาก็เลยวิ่งกับวิเวียนแค่สองคน”

(อ้าว ผู้กองล่ะครับ)

เธอตอบทันควันอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิด “ไม่รู้สิคะ ไม่เจอเหมือนกัน”

(แต่เห็นลงสตอรี่ไปวิ่งอยู่นะ)

เมรีชวนเปลี่ยนเรื่อง “แล้วทำไมพี่ถึงอู้คะ ไม่ใช่แค่พี่นะ คู่หูพี่ก็ด้วย”

(ไอ้เธียร มึงโดนบ่น)

เสียงหัวเราะของธนากรดังแหวกอากาศมาเข้าหู ตามมาด้วยน้ำเสียงเริงร่าของผู้หมวด (ไม่ได้อู้นะน้องรัม มีงานด่วนครับ จะอู้งานก็ไม่ได้ คำสั่งจากผู้การจะอู้ก็คงยาก)

จิรายุเสริม (ที่ไม่ได้ไปวิ่งเพราะต้องไปอบรมที่กรุงเทพฯ น่ะ นี่ก็อยู่เพชรแล้ว)

“ไปได้สักพักแล้วเหรอคะ”

(ครับ ออกมาตั้งแต่เช้ามืดเลย)

“ไปกี่วันคะ”

(สามครับ)

หล่อนหยอกเย้า “โห วิเวียนเหงาแย่เลย พี่เลี้ยงพาร์ตไทม์หนีไปอบรมตั้งสามวัน”

ปลายสายหัวเราะน้อย ๆ  (เดี๋ยวก็กลับแล้วครับ สามวันแป๊บเดียวเอง)

“แป๊บก็แป๊บค่ะ” เมรีพูดพร้อมเผยยิ้มละมุน “ถ้าอย่างนั้นก็สู้ ๆ นะคะพี่จี หมวดเธียร”

ธนากรผู้รับหน้าที่สารถีเอ่ยขึ้น (ครับผม)

จิรายุเปล่งเสียงทุ้มนุ่มนวลน่าฟัง (อีกสามวันเจอกันนะครับ)

“รับทราบค่ะ”

หลังวางสายไปแล้วเมรีก็ง่วนอยู่กับการเจียวไข่

อีกฟากนั้นทันทีที่สายถูกวางก็ได้รับสายตาหรี่แคบที่บ่งบอกว่ากำลัง ‘จับผิด’ อย่างไม่ปิดบังจากพลขับ

“มึงอยากพูดอะไรก็พูดเถอะเธียร”

“มึงจีบน้องรัม?”

จิรายุใช้สายตาเรียบสนิทมองสหายรัก

ธนากรสำทับ “มึงจำตอนที่น้องเขาดูเหมือนจะสนใจผู้กองได้ไหม ที่เรายังเคยคุยกันเลยว่าน้องรัมน่าจะชอบผู้กอง แล้วหลังจากนั้นมึงก็ชวนน้องไปดูหนัง ไม่ชวนกูด้วยซ้ำทั้ง ๆ ที่กูพูดอยู่ว่าจะไปดูเรื่องนี้ แล้วนี่มึงยังโทร. ไปรายงานความเคลื่อนไหวของตัวเองอีก อ้อ กูจะไม่พูดถึงบรรยากาศแปลก ๆ ที่น้องเรียกมึงว่าพี่แทนที่จะเรียกหมวดเหมือนกู”

แล้วเอ่ยถึงข้อสรุปที่ตัวเองวิเคราะห์เสร็จสรรพอย่างไม่อ้อมค้อม

“มึงจีบน้องรัม”

“ใช่ กูจีบ”

“ย้ำอีกครั้งว่าน้องอาจจะชอบผู้กอง”

นัยน์ตาสีเข้มของผู้หมวดหนุ่มหาได้สั่นไหว “น้องชอบใครไม่สำคัญ สำคัญที่กูชอบน้องต่างหาก”

°. ﹏ ⋆ ﹏ ⋆ ﹏ .°

“ตัวประกอบออกไปได้แล้วคับ พระเอกมาแล้ว”

10bd8df9cfa1c1e95c085b93099ea756.jpg