LNCrawler

ลุยไฟครั้งที่ ๗ [๒/๔]

เมรีลุยไฟ Ebook — novel.dek d.com · All chapters

ลุยไฟครั้งที่ ๗ [๒/๔]

อีกเพียงสองนาทีเข็มยาวที่หน้าปัดนาฬิกาก็จะชี้ที่เลขแปด ในขณะที่เข็มสั้นอยู่ระหว่างเลขเก้าค่อนไปทางเลขสิบ แต่ไม่ยักจะเห็นเอสยูวีที่เจ้าของย้ำนักย้ำหนาให้เธอมารอตามเวลานัดแบบไม่เลตแม้แต่นาทีเดียว

ถ้าเขาเป็นฝ่ายสายเองล่ะก็ เธอจะกระแนะกระแหนบ้าง

‘แหม เวลาของเรามันไม่ตรงกันเหรอคะ ผู้กองถึงได้มาช้ากว่าเวลานัด’

‘นาฬิกามีปัญหาหรือเปล่าคะ มันถึงได้เดินช้ากว่าปกติ’

ขณะที่เมรีกำลังง่วนอยู่กับการครุ่นคิดว่าจะใช้รูปประโยคแบบไหนในการค่อนขอดผู้กองหนุ่ม เอสยูวีสีดำก็สะท้อนในหน่วยตาสีน้ำตาลเข้ม ก่อนที่มันจะเคลื่อนมาจอดตรงหน้าเธอตอนเก้าโมงสี่สิบตามเวลานัดแบบไม่มีบิดพลิ้วสักวินาที

ไม่เป็นไร วันพระไม่ได้มีหนเดียว

มือเรียวเอื้อมไปเปิดประตูฝั่งข้างคนขับก่อนค้อมศีรษะให้เจ้าของรถ

“สวัสดีค่ะ”

ก่อนที่ร่างแน่งน้อยจะสอดกายเข้าไปนั่งด้านใน

เขาทิ้งหางตามองเพื่อนร่วมทาง “เช็กเอาต์ยัง”

“เรียบร้อยแล้วค่ะ”

จากนั้นรถของทายาทแพวรางกูรก็มุ่งหน้าตรงไปยังร้านอัมพรโภชนา ห้องโดยสารไร้เสียงใด มีเพียงเสียงลมหายใจของเธอและเขาที่บ่งบอกว่ามีสิ่งมีชีวิตอยู่ในนี้

สรัลไม่ค่อยเปิดเพลงคลอระหว่างขับรถ เขารักความเงียบ หลงใหลในความสงบ ชื่นชอบการเล่นบาสเกตบอล และทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่

หากไม่ได้อยู่ในช่วงเวลางานหรือเล่นกีฬาเขาก็ไม่ค่อยอยากคุยหรือสุงสิงกับใคร ชอบที่จะอยู่คนเดียว อ่านหนังสือหรือดูหนัง ใช้เวลาเหล่านั้นไปกับตัวเองมากกว่าเข้าสังคม

ล้อรถหยุดหมุนเมื่อมาถึงหน้าร้านอาหารริมหาดที่บัดนี้ยังไม่เปิดให้บริการ

เมรีหันไปหาสารถี “ขอบคุณที่มาส่งค่ะ แล้วก็ขอบคุณที่เป็นธุระเรื่องที่พักให้หนูด้วย ได้เรื่องยังไงผู้กองติดต่อหนูได้ตลอดนะคะ”

เขาไม่พูดอะไรแต่ปลดล็อกโทรศัพท์ก่อนส่งมันมาให้เธอ

“อะไรเหรอคะ”

“เบอร์”

“อ้อ ได้ค่ะ” สาวเจ้ารับสมาร์ตโฟนเครื่องบางมาถือไว้แล้วกดเบอร์ของตัวเองลงไป ก่อนจะส่งคืนให้แก่เจ้าของ

นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มสะท้อนภาพของหน้าจอสี่เหลี่ยมที่พลขับบันทึกชื่อของตนว่า ‘รัม’

“ไว้ได้เรื่องยังไงผมจะโทร. บอกคุณแล้วกัน”

“ขอบคุณค่ะ”

เมรียังไม่ลงจากรถ เธอเม้มปากล่างแน่นอย่างกำลังชั่งใจว่าจะเอื้อนเอ่ยในสิ่งที่คิดออกไปดีหรือไม่ จนอีกฝ่ายท้วงขึ้นเสียงเรียบ

“มีอะไรหรือเปล่า”

“มีค่ะ”

“ว่ามา”

“หนูไม่รู้ว่าจะตอบแทนน้ำใจของผู้กองยังไง แต่ถ้ามีเรื่องอะไรที่ต้องการให้หนูช่วยสามารถบอกได้เลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจค่ะ”

สรัลเงียบไปชั่วครู่ “ตอนนี้ยังไม่มี”

“ค่ะ ถ้าอย่างนั้นหนูไปก่อนนะคะ”

เมรีลงจากรถก่อนตรงเข้าไปในร้านที่มีแค่แม่ครัวอยู่ในนั้นเพียงคนเดียว ดีที่รติชลกับแก้วใจยังไม่มา ไม่อย่างนั้นคงซักไซ้เธอน่าดูที่วันนี้ไม่ได้ขี่มอเตอร์ไซค์มาเอง แต่นั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถของผู้กองหนุ่มแห่งสภ.ปากน้ำปราณมาแทน

แต่ไม่นานนักสาวรุ่นพี่ทั้งสองก็มาถึง เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ก็ถูกเล่าสู่กันฟังให้คนในร้านได้รับทราบ เหตุเพราะเธอบอกกับรติชลว่าเย็นนี้อยากจะขอรบกวนให้อีกฝ่ายไปส่งที่โรงพัก พอเอ่ยเช่นนั้นก็โดนสอบปากคำจนหมดเปลือก

“แล้วบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

“ไม่ค่ะ มันงัดเข้ามาช่วงที่หนูไม่อยู่บ้าน พอถึงบ้านก็รีบโทร. แจ้งตำรวจ ก็เลยมีแค่ข้าวของที่เสียหาย”

“แล้วอีกนานไหมกว่าจะรู้ตัวคนทำ”

“ไม่แน่ใจค่ะ แต่ตำรวจบอกว่าจะเร่งตามคดีให้”

คนฟังถอนหายใจทิ้ง “คดีจะคืบหน้าหรือเปล่าเถอะ ตำรวจยิ่งขยันทำงานกันอยู่ด้วย”

แก้วใจเสริม “ขยันมาก ถ้าเป็นข่าวดังน่ะนะ”

“กับอีกกรณีคือนามสกุลใหญ่โต คดีนี่เดินไวปานวอกเลยล่ะ” พูดจบรติชลก็หันมาทางน้องเล็กของกลุ่ม “แล้วจะเอาไงต่อ มีที่นอนไหม ช่วงนี้มานอนบ้านพี่ก่อนก็ได้แล้วค่อยหาที่อยู่ใหม่ อย่าไปอยู่ที่เดิมเลย อันตราย”

รอยยิ้มผุดขึ้นบนดวงหน้าเกลี้ยงเกลา “ขอบคุณนะคะพี่ชลลี่ หนูกำลังหาหอใหม่อยู่ค่ะ”

“ช่วงที่หาอยู่มาค้างบ้านพี่ก่อนได้นะ ไม่ต้องเกรงใจ”

“ขอบคุณค่ะ แต่ยังไงเย็นนี้ไปส่งหนูที่โรงพักหน่อยนะ”

“ได้ ๆ”

สามสาวช่วยกันเปิดร้าน ครั้นมีลูกค้ามาใช้บริการก็ทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง เจ๊พรที่ทราบเรื่องก็รีบมาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง ยังบอกอีกด้วยว่าหากต้องการความช่วยเหลืออะไรก็สามารถบอกได้

แต่เมรีคงไม่มีเรื่องให้ต้องรบกวนใครแล้ว ในเมื่อทุก ๆ เรื่องสรัลรับจบให้ทั้งหมด

ตั้งแต่เรื่องที่พักชั่วคราวที่สรัลเป็นฝ่ายจัดหาให้ ไปรับวิเวียนแทนเธอ พามาส่งที่ร้านอาหาร ไหนวันนี้ยังอาสาหาหอพักให้อีก ไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ ว่าคนที่ยโสโอหังอย่างสรัลจะจิตใจดีถึงเพียงนี้ อย่างกับเขากินยาลืมเขย่าขวดแน่ะ

ระหว่างวันเมรีคอยเช็กมือถืออยู่ตลอด หวังได้รับสายจากสรัลที่อาสาเป็นธุระจัดหาที่อยู่ให้ เธอไม่มีเบอร์เขาเพราะเขาไม่ได้โทร. เข้ามาที่เบอร์ของตน ครั้นจะให้ส่งข้อความไปใจก็ไม่แกร่งพอ

ข้อความเก่ายังไม่มีความเคลื่อนไหว จะให้ส่งไปใหม่เห็นทีจะยาก

แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เคยมีสายจากเบอร์แปลก ทำให้เธอพะวงพอประมาณว่าสรัลจะหาที่พักให้ตนได้หรือไม่ เธอไม่รู้ว่าเขาหาไม่ได้หรือยุ่งกับงานจนไม่มีเวลาไปหาให้ หากเป็นเช่นนั้นคืนนี้เธอก็ไม่รู้ว่าจะไปนอนที่ไหน รวมถึงคืนต่อ ๆ ไปที่ยังไม่ได้หอใหม่ด้วย

บางทีอาจจะต้องรบกวนรติชลเสียแล้ว พอวันอังคารที่ได้หยุดก็ค่อยไปหาที่พักที่ปลอดภัยและราคาไม่สูงมาก

เมรีเหลียวไปมองสาวรุ่นพี่ที่ง่วนอยู่กับการเตรียมปูม้านึ่งไปเสิร์ฟ

“พี่ชลลี่”

“ว่า”

“จะว่าอะไรไหมคะถ้าหนูอาจจะต้องรบกวนพี่สักนิด”

“นิดไม่นิดก็รบกวนมาเถอะน่า”

“คือ...” หล่อนยิ้มแหย “หนูจะหาหอวันอังคาร ระหว่างนี้เลยอยากขอค้างบ้านพี่สักสองสามคืนจะได้ไหมคะ”

รติชลเท้าเอวมอง “ยังจะถามอีก ก็พี่บอกแล้วว่าจนกว่าจะหาหอได้ให้มาอยู่กับพี่”

“ขอบคุณนะคะ”

คู่สนทนาพยักหน้าทีสองที “ไว้เย็น ๆ พี่พาไปเอารถที่โรงพัก”

เวลาล่วงเลยมาจนสี่โมงเย็น เมรีจึงถอดผ้ากันเปื้อนแบบครึ่งตัวออกจากเอวคอดกิ่ว มือบางเอื้อมไปคว้ากระเป๋าของตนมาสะพายไว้บนบ่า ก่อนหันไปทางเพื่อนร่วมงานที่ง่วนอยู่กับงานของตน

“พี่นัน พี่แก้ว วันนี้หนูขอเลิกงานไวหน่อยนะคะ”

แม่ครัววัยกลางคนรับคำโดยไม่ละสายตาไปจากหม้อต้มยำตรงหน้า “เอ้อ ฝากเอาซองไปให้บูมด้วย อยู่ในกระเป๋า หยิบได้เลย”

แก้วใจเองก็ส่งซองให้เมรีเช่นกัน “ฝากให้บูมด้วยนะ”

“ค่ะ ขอบคุณพี่นันกับพี่แก้วมากนะคะ” ว่าจบก็หันไปทางรติชล “พี่ชลลี่ ไปกันค่ะ”

“ปะ ขออู้งานสักประเดี๋ยวนะจ๊ะเพื่อนรัก” คำแรกคุยกับเมรี ที่เหลือหันไปพูดพร้อมยิ้มยียวนกวนประสาทคู่หู

“เออ เชิญตามสบายเลย”

ก่อนที่สองสาวจะสืบเท้าเดินออกจากห้องครัวเพื่อไปยังลานจอดรถ ทว่าขาเสลาเป็นอันต้องชะงักกลางอากาศเมื่อเสียงอันคุ้นหูของเจ๊พรลอยมากระทบโสต

“ชลลี่ เดี๋ยวค่อยไป เดินกลับไปเรียกแก้วมารับออเดอร์ผู้กองสามก่อน”

“ค่ะเจ๊” แล้วหันไปทางเมรี “รอพี่แป๊บหนึ่งนะ”

แต่ก่อนที่รติชลจะได้ทำตามคำสั่งของนายจ้าง กระแสเสียงทุ้มก็ทะลุขึ้นกลางปล้อง

“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ได้มากินข้าว”

เขาตวัดสายตาไปทางน้องเล็กของกลุ่มพนักงานเสิร์ฟ สบประสานกันอยู่เพียงครู่สั้น ๆ ก่อนที่ชายร่างแกร่งจะถอนสายตาออกจากดวงหน้าสะคราญ แล้วดึงกลับมายังเจ้าของร้าน

“ผมแค่มารับรัม”

°. ﹏ ⋆ ﹏ ⋆ ﹏ .°

“ขึ้นมาเลยคับน้องสาว”

bd784ccbd144a35141ab6650eaab19a3.jpg