LNCrawler

ลุยไฟครั้งที่ ๑๐ [๓/๔]

เมรีลุยไฟ Ebook — novel.dek d.com · All chapters

ลุยไฟครั้งที่ ๑๐ [๓/๔]

หลังเสร็จธุระแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันกลับ เจ๊พรกับคนที่ร้านกลับไปก่อน ส่วนเมรีขออยู่ต่ออีกสักพัก สรัลเองก็ไม่ขัด อย่างตอนนี้ผู้กองหน้านิ่งถูกเด็กผู้ชายล้อมวงถามเรื่องการเป็นตำรวจอย่างคนใคร่รู้ ส่วนเด็กผู้หญิงง่วนอยู่กับการเลือกชุดนักเรียน กระเป๋า รองเท้า และเครื่องเขียนยี่ห้อดี ๆ ที่สรัลซื้อมาให้

เมรีกับแม่ครูนั่งอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนเพียงสองคน ทอดสายตามองไปทางกลุ่มเด็กผู้ชายที่นั่งล้อมคุณตำรวจเป็นวงกลม

“แฟนเหรอ”

สาวเจ้าดึงหน้ากลับมามองคนที่ตนเคารพนับถือ “เอ่อ...ไม่ใช่ค่ะแม่ครู”

ฝ่ามือที่เหี่ยวย่นไปตามวัยยกมาลูบศีรษะด้วยจังหวะแผ่วเบา

“แม่อยากให้รัมเจอคนดี ๆ และได้เจอกับรักที่ดีนะ”

“เรื่องนั้น...” ว่าพลางชำเลืองสายตาไปทางนายตำรวจที่อยู่ในวงล้อมของเด็กน้อย “หนูก็อยากเจอเหมือนกันค่ะ”

ครั้นคุยกันพอหอมปากหอมคอหนุ่มสาวก็เดินทางกลับโดยมีเด็ก ๆ มาส่งถึงรถ หล่อนเปิดกระจกเพื่อลาคนที่บ้านอีกครั้ง มือบางโบกไปมาพร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“ไว้พี่รัมจะมาหาใหม่นะเด็ก ๆ”

“พาผู้กองมาด้วยนะครับพี่รัม”

หญิงสาวเหลือบมองไปทางสารถี ก่อนดึงหน้ากลับไปหาคู่สนทนา “อื้อ ได้เลย”

“ไว้เจอกันนะคะพี่รัม ผู้กอง ขอบคุณที่มาหาพวกเรานะคะ”

“ไว้เจอกันจ้ะ” ก่อนที่เมรีจะหันไปสบสายตากับผู้ดูแล “หนูไปก่อนนะคะแม่ครู”

“จ้ะลูก เดินทางปลอดภัยนะ”

“ค่ะ”

เอสยูวีเคลื่อนตัวออกห่างบ้านเด็กกำพร้าไปเรื่อย ๆ แต่เมรีเอี้ยวคอมองจนลับสายตาถึงได้ดึงหน้ากลับมาทางเดิม

“เด็ก ๆ ชอบผู้กองมากเลยนะคะ”

ชายหนุ่มตวัดสายตาไปทางทิศที่มาของเสียง ใบหน้าคมคายคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม มันไม่ได้ไร้อารมณ์และเรียบสนิทเหมือนทุกวัน นั่นทำเมรีแอบยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว

สรัลนั้นแม้จะเคร่งขรึมและดุดัน แต่ยามทอดสายตามองไปที่เด็ก ๆ ก็อ่อนโยนสมกับที่ได้รับความชื่นชอบจากเด็กเหล่านั้น

“ขอบคุณที่มานะคะ”

“อื้อ”

“ถึงจะอีกนานกว่าจะถึงวันเกิดก็ตาม”

พอเมรีพูดเช่นนั้นเขาก็กลับมาเป็นสรัลคนเดิม สายตาที่ตวัดมองกันเหมือนจะคาดโทษอยู่หน่อย ๆ

“ผู้กองหิวหรือยังคะ หนูยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า ตอนนี้เริ่มหิวแล้วค่ะ”

“อยากกินอะไร”

“ข้าวตามสั่งก็ได้ค่ะ ง่ายดี”

ด้วยเหตุนั้นทันทีที่เจอร้านตามสั่งที่อยู่ริมทาง สรัลก็จอดรถเพื่อพาคนหิวไปหาอะไรรองท้อง

ทั้งสองเดินเข้าไปในร้านก่อนหยุดอยู่ใกล้ ๆ กับครัวที่แม่ค้าวัยกลางคนกำลังง่วนอยู่กับการทำอาหาร

“ผู้กองกินอะไรคะ”

“เหมือนคุณ” พูดจบก็เดินเข้าไปจับจองที่นั่ง

เมรีจึงหันไปทางเจ้าของร้าน “กะเพราหมูสับสองจานค่ะ”

“ไข่ดาวด้วยไหม”

“ไข่ดาวด้วยค่ะ เอ่อ...” เธอยิ้มเจื่อน ๆ ก่อนอ้อมแอ้มออกไปเสียงอ่อย “ช่วยใส่ถั่วฝักยาวให้หนูหน่อยได้ไหมคะ”

“ได้ ๆ”

“ขอบคุณนะคะ”

จากนั้นเมรีก็ตั้งท่าจะเดินไปตักน้ำเพราะต้องบริการตัวเอง แต่หางตาดันเห็นว่าคุณชายที่ถนัดชี้นิ้วสั่งกลับเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งของเจ้าตัวและของเธอ

แปลก ๆ แฮะ หรือจะถูกผีสิงจริง ๆ

เมรีหย่อนสะโพกนั่งลงฝั่งตรงกันข้ามกับชายฉกรรจ์ “สั่งกะเพราหมูสับไปนะคะ”

เจ้าของร่างกำยำโคลงศีรษะเล็กน้อยเพื่อสื่อว่ารับทราบ นัยน์ตาคมเข้มจดจ้องดวงหน้านวลลออโดยไม่พูดอะไร แค่มองอยู่อย่างนั้น มองจนเมรีเกิดอาการครั่นคร้ามในจิตใจจนเผลอยิ้มแหย ๆ พร้อมยกมือมาลูบท้ายทอยแก้เก้อ

หล่อนอ้อมแอ้มออกไป “มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“เปล่า”

“ก็เห็นมอง”

สรัลเลิกคิ้ว “มองไม่ได้?”

สาวเจ้าเม้มปากแน่นอย่างนึกประหม่า ไม่รู้ว่าจะตอบคำถามของเขาอย่างไรจึงเสเปลี่ยนเรื่องเสียเลย

“สัปดาห์หน้าจะแข่งบาสแล้วใช่ไหมคะ”

“อาฮะ”

“เสียดายจังเลยค่ะ อยากให้แข่งวันอังคาร”

“ทำไม”

เมรีหน้างอ “ก็วันหยุดหนู จะไม่หยุดวันอังคารแต่ไปหยุดวันเสาร์แทนเจ๊พรก็บอกว่าหนูลาบ่อยแล้ว อีกอย่างวันเสาร์ลูกค้าเยอะ” สิ้นคำนั้นก็ถอนหายใจออกมาอย่างปลงตก “ตอนแรกก็นึกว่าจะได้ไปดูเขาแข่งกัน แต่ก็ไม่เป็นไร วันแข่งก็คงเหมือน ๆ วันซ้อม”

นายตำรวจเพียงแค่รับฟัง ไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไป

ให้หลังไม่กี่นาทีอาหารก็มาเสิร์ฟ เมรีฉีกยิ้มทั้งยังค้อมศีรษะให้แม่ค้า

“ขอบคุณนะคะ”

ในขณะที่สรัลได้แต่มองจานข้าวนิ่ง ๆ ไม่ไหวติง

“นี่อะไร”

หญิงสาวที่เตรียมตัวจะลงมือรับประทานอาหารที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย เป็นอันต้องเงยหน้าไปสบสายตาคู่คม

“คะ?”

“ผมถามว่านี่คืออะไร”

หล่อนมองจานข้าวแล้วเคลื่อนสายตาไปหาดวงหน้าหล่อเหลา

“ก็ข้าวกะเพราหมูสับไงคะ”

“ทำไมมีถั่วฝักยาว คุณไม่ได้บอกเขาหรือไงว่าไม่ต้องใส่”

“ไม่ค่ะ” คนน้องส่ายหน้าพรืด “หนูบอกเขาว่าให้ใส่”

ทายาทแพวรางกูรหน้าตึงประหนึ่งหนังกลอง

“ยังไงนะ”

“หนูบอกแม่ค้าเองว่าให้ใส่ถั่วฝักยาวด้วย”

“ปกติเขาไม่ใส่แต่คุณบอกให้ใส่งั้นรึ”

“...ค่ะ” เธอมองเขาตาแป๋ว “หนูชอบกินถั่วฝักยาวในผัดกะเพรา”

“...”

“ถ้าลองเปิดใจให้น้องหน่อยอาจจะค้นพบว่าจริง ๆ แล้วผู้กองก็ชอบเหมือนกัน”

สรัลใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มอย่างข่มอารมณ์ ฝ่ามือหนาคว้าเข้าที่จานข้าวแล้วขยับไปวางตรงหน้าคู่สนทนา

“เอามันออกไปจากจานผมให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว”

เสียงใสเอ่ยถามพาซื่อ “ผู้กองไม่ชอบกินเหรอคะ”

เขาตอบด้วยคำถาม “ถ้าชอบผมก็น่าจะกินแล้วแหละ จริงไหม?”

คนตัวเล็กอ้อมแอ้มออกไปขณะใช้ช้อนตักถั่วฝักยาวในจานเขามาใส่จานตัวเอง

“ก็ผู้กองบอกเองว่ากินเหมือนหนู หนูก็นึกว่าผู้กองจะกินได้”

“ผมสั่งเหมือนคุณเพราะคิดว่ามันจะได้กินไว ๆ  ใครจะไปรู้ว่าคุณชอบกินถั่วฝักยาว”

“คนรู้มันก็มีค่ะ คนที่สนิทกับหนู ป้าบัวก็รู้ บูมก็รู้ ผู้กองไม่สนิทกับหนูก็เลยไม่รู้ไง แล้วหนูผิดตรงไหนเนี่ย”

กระแสเสียงทุ้มสวนมาด้วยจังหวะเอื่อย ๆ  “แล้วอยากให้สนิทไหมล่ะ”

“...”

“ถ้าอยาก จะให้ผมสนิทกับคุณระดับไหนดี” ก่อนปรับเสียงให้เบาลง แต่กลับดังก้องในใจคนฟัง “ระดับที่สนิทไปถึง ‘ข้างใน’ ของคุณเลยไหม”

ใบหน้าหวานเห่อร้อน สองแก้มซับสีระเรื่อ ความขวยเขินสั่งให้เธอหลบสายตาของผู้กองหนุ่มที่ชอบพูดจาสองแง่สองง่าม แต่กลับรู้สึกราวถูกความลุ่มลึกอันยากจะหยั่ง และความเร่าร้อนที่พร้อมแผดเผาหัวใจในหน่วยตาคู่นั้นตรึงไว้จนหลีกหนีไปไหนไม่ได้

ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะเปล่งเสียงแหบพร่าพาใจสั่นมาหยอกเย้ากันอีกรอบ

“เพราะถ้าถามผม ผมอยากสนิทกับคุณระดับนั้นเลย”

°. ﹏ ⋆ ﹏ ⋆ ﹏ .°

“สองแง่สองง่ามตรงไหน ผมซื่อ ๆ ใส ๆ ไร้พิษสงฮะ”

9a1c1266136c879c2ff252ecadd60b2c.jpg