ลุยไฟครั้งที่ ๑๑ [๒/๔]
ลุยไฟครั้งที่ ๑๑ [๒/๔]
“นมน่ารักดี”
ได้รับคำชมเช่นนั้นเธอถึงกับปั้นหน้าไม่ถูก ครั้นจะยกมือมาปิดคุณตำรวจก็ขมวดคิ้วใส่อย่างคนเจ้าอารมณ์ แต่พอได้ทอดสายตามองหน้าอกของเธอแม้จะไม่ยิ้มแต่สายตาก็มีประกายของความพึงพอใจออกมาจนสัมผัสได้
สรัลคว้าเข้าที่มือบางก่อนออกแรงดึงให้ยื่นไปหยุดอยู่ตรงกลางระหว่างขายาว เธอหลุบตามองตามมือก่อนจะพบกับท่อนลำที่แข็งขืนพาดตัวผ่านกางเกง แม้จะซุกซ่อนตัวอยู่ใต้เนื้อผ้าแต่ก็น่าครั่นคร้ามพอสมควร
เขาจับมือสั่น ๆ ของเธอไปลูบไล้มันด้วยจังหวะแผ่วเบา คล้ายต้องการให้ทำความรู้จักกันก็ไม่ปาน
“มันแข็ง”
หล่อนลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
เขาบดกรามแน่น เปล่งเสียงครางต่ำ “อา...อยากแตกว่ะ”
แต่เมรีกลับชักมือออกพร้อมพุ่งตัวไปด้านนอกแล้วปิดประตูเสียงดัง เธอคว้าผ้าขนหนูมาคลุมไหล่เพื่อปกปิดส่วนที่เปลือยเปล่าของตน หัวใจเต้นแรงราวจะกระเด็นกระดอนออกมานอกอก มือไม้สั่นเทาจนต้องกุมมือแน่นเพื่อบังคับให้อยู่นิ่ง ๆ
เมรีไม่รังเกียจสัมผัสของสรัลเลยสักกระผีก ซ้ำยังรู้สึกดี แต่มือไม้มันสั่น หัวใจก็เต้นเร็วจนหายใจไม่ทัน มวนท้องพานให้รู้สึกกระสับกระส่ายไม่เป็นตัวเอง
ชายร่างแกร่งใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้ม สายตาสีทะมึนตวัดมองบานประตูที่ปิดลงอย่างอาลัยอาวรณ์
แล้วไอ้ข้างล่างก็แข็งแล้วด้วย หมาน้อยของเขาดันหนีไปเสียได้
เขาเปิดประตูออก มองดูหญิงสาวที่ท่อนบนถูกคลุมด้วยผ้าขนหนู
เอ่ยเสียงอ่อนกว่าปกติ “รัมครับ”
“ผู้กองอาบก่อนเลยค่ะ”
“ก็ไหนอาบด้วยกัน”
“ผู้กองนั่นแหละไม่ยอมอาบ”
“ก็ผมกำลังจะอาบ” แล้วหลุบตามองกลางกายของตน “แต่มันแข็งซะก่อนไง”
แค่ฟังเขาพูดอย่างตรงไปตรงมา หน้าเธอก็ร้อนจวนจะระเบิดอยู่รอมร่อ
เธอโบกมือไล่เขา “ไปอาบน้ำเลยค่ะ”
คนถูกไล่แค่นหัวเราะ “โอเค ได้ แต่นานหน่อยแล้วกัน คงไม่ได้ทำแค่อาบน้ำ”
พูดจบก็ผละไปจัดการธุระส่วนตัว ประตูก็ไม่ยอมปิด แง้มมันไว้อย่างนั้นก่อนจะสลัดกางเกงออก
“ผู้กอง! ปิดประตูด้วยค่ะ เดี๋ยวน้ำกระเด็นออกมา”
“น้ำไหนล่ะครับ”
เมรีหน้าแดงปลั่ง จนปัญญาจะตอบโต้จึงหมุนตัวไปนั่งอยู่บนพื้นข้าง ๆ เตียง ทั้งยังหันหลังให้ห้องน้ำ จนตอนนี้เธอก็ยังไม่ได้ยินเสียงปิดประตู ทว่าเมรีก็ไม่กล้าหันไปมอง
“ถ้าพื้นห้องหนูเปียกขึ้นมาผู้กองก็ถูให้-”
“รัม...อืม”
เมรีพูดได้เพียงเท่านั้นเมื่อมีเสียงบางอย่างแทรกเข้ามาในโสตประสาท
สรัลกดเสียงครางต่ำในลำคอ เอ่ยเรียกชื่อของเจ้าหล่อนเป็นระยะ ปนเปไปกับเสียงฝ่ามือเสียดสีกับอวัยวะบางส่วน
เขาลงทุน ‘อ่อย’ ถึงขนาดนี้ ยายเด็กยังไม่หันมามอง
กระทั่งเสร็จกิจถึงได้ยอมปิดประตูเพื่ออาบน้ำชำระล้างร่างกาย ครู่สั้น ๆ ก็ออกมายืนจังก้าอยู่บนพรมหน้าห้องน้ำ
“ผ้าขนหนูหน่อยครับ”
สาวเจ้ายันกายลุกขึ้นยืน เอื้อมมือไปคว้าผ้าเช็ดตัวของเขาแล้วค่อย ๆ เดินถอยหลังไปเรื่อย ๆ จนมั่นใจว่าอยู่ในระยะที่สามารถส่งของให้กันได้แล้วจึงยื่นผ้าในมือไปให้โดยไม่เหลียวหลังไปมอง
ผ่านไปหลายวินาทีก็ยังไม่มีคนรับ
“ผู้กองคะ”
“ว่าไงครับ”
“ผ้าขนหนูได้แล้วค่ะ”
“ไหนล่ะ”
เธอยื่นมือไปอีกนิด “รับสิคะ”
“คุณกลัวผมรึ”
ดวงหน้างามส่ายไปมา
“แล้วทำไมถึงหนีออกมาแทนที่จะอาบน้ำด้วยกัน” ไร้เสียงตอบกลับจากเมรี “แค่เพราะมันแข็งคุณเลยกลัว? รัม เห็นนมคุณเต็มตาขนาดนั้นถ้านกเขาไม่ขันมันก็ไม่ปกติแล้ว และถึงมันแข็งผมก็ไม่เสียบเข้าไปแบบสด ๆ หรอก ก็แค่จะให้ชักให้เอง”
“หนูไม่ได้กลัวค่ะ แค่...” สองแก้มซับสี ลามไล้ไปถึงใบหู “ผู้กองอย่ามาทะลึ่งน่า”
ประโยคนั้นส่งผลให้ใบหน้าคร้ามคมมีรอยยิ้มประดับขึ้น เพียงแค่เธอหันกลับมามองก็จะได้เจอ แต่เมรีดันเอาแต่หันหลังให้
“คุณเขิน?”
“...”
“ถ้าเพราะเรื่องนั้นเราต้องอาบน้ำด้วยกันบ่อย ๆ เอากันบ่อย ๆ คุณจะได้ไม่เขิน”
“ผู้กองรับผ้าขนหนูไปสักทีเถอะค่ะ หนูเมื่อยแขนแล้ว”
เสียงทุ้มสวน “ผมก็เมื่อย”
สองแก้มนุ่มร้อนผ่าว “เลิกแกล้งหนูได้แล้วค่ะ หนูจะได้อาบน้ำบ้าง พรุ่งนี้หนูต้องตื่นเช้านะ”
“ก็หันมาสิ มันไม่น่ากลัวหรอกน่า ใช่ว่าคุณไม่เคยจับลูกชายผมสักหน่อย”
เมรีหมุนตัวไปประจันหน้ากับนายตำรวจเพื่อตัดปัญหา พยายามมองแค่หน้าหล่อ ๆ แสนกวนประสาท แต่ตาเจ้ากรรมดันสะท้อนภาพเรือนร่างเปลือยเปล่าของชายวัยฉกรรจ์
ผ้าขนหนูถูกยัดใส่อกแกร่งแล้วรีบสอดกายเข้าไปในห้องน้ำ ทั้งเพื่อทำความสะอาดร่างกายและสงบสติอารมณ์บางชื่อที่ดูเหมือนจะเข้ามามีอิทธิพลกับตนเหลือเกิน
เธอสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนผ่อนออกอย่างเชื่องช้า หวังว่าสมาธิที่มีจะช่วยสลัดภาพแก่นกายขนาดใหญ่ออกไปจากหัวสมองได้
กระแสเสียงทุ้มดังลอยเข้ามาในห้องน้ำ “ถ้าอยากให้ผมช่วยก็เรียกได้นะ”
“หนูไม่ได้ทะลึ่งแบบผู้กองนะคะ”
คนถูกด่ากลับยิ้มกริ่มอย่างสบายอารมณ์
เมรีจัดการอาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อยเพื่อที่จะได้เข้านอน แต่ทันทีที่ร่างแน่งน้อยในชุดนอนสบาย ๆ อย่างเสื้อยืดเข้าคู่กับกางเกงขาสั้นเดินออกจากห้องน้ำ สายตาคู่งามก็ปะทะเข้ากับร่างกำยำของทายาทแพปลาที่นั่งอยู่บริเวณปลายเตียง
เขาสวมชุดนอนเรียบร้อยแล้ว เธอจึงไม่ต้องทำสงครามประสาทกับอีกฝ่ายให้เหนื่อยเปล่า
“ยังไม่กลับเหรอคะ”
สรัลแค่มอง ไม่ยอมขยับปากพูด
เธอถอนหายใจ “เป็นอะไรไปอีกล่ะคะ”
“มานี่หน่อย”
สาวเจ้าหรี่ตาแคบ
“นะครับ”
ขาเรียวก้าวตรงไปยังชายร่างใหญ่อย่างว่าง่าย เธอตั้งท่าจะหย่อนสะโพกนั่งลงข้าง ๆ แต่กลับถูกรั้งให้นั่งคร่อมไปบนหน้าตัก ท่อนแขนแข็งแรงตวัดรัดรอบเอวคอดไว้หลวม ๆ ใบหน้าอยู่ใกล้ชิดกันจนรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน
เขาย้ายสายตาจากใบหน้าเกลี้ยงเกลาไปยังยอดถันที่ชูชันผ่านเนื้อผ้าบาง ๆ
“ทำไมไม่ใส่เสื้อใน”
“เวลานอนใครเขาใส่กันคะ อึดอัด”
นายตำรวจเอาแต่จดจ้องยอดอกอยู่อย่างนั้น สุดท้ายก็ทนไม่ไหว
“ขอจับได้ไหมครับ”
เธอนิ่วหน้าใส่ “ทะลึ่ง”
ริมฝีปากหยักตีเป็นเส้นโค้งบาง ๆ รอยยิ้มนั้นสะกดจิตเมรีเสียอยู่หมัด จากที่มองเขาหล่อเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอยิ้มทีหนึ่งเธอถึงกับหาทางออกจากวังวนนี้ไม่เจอ
“ยอมรับครับ คนสวยว่าอะไรผมผมก็ยอมหมด”
เธออยากเด็ดก้านมะยมมาฟาดตัวเองจังเลย ที่พอเขาป้อยอใจก็อ่อนระทวย
“อะ...อื้อ แค่จับนะ”
“ครับ แค่นี้ก็พอ”
ผู้กองส่งก้านนิ้วยาวมาแตะเบา ๆ ที่จุดอ่อนไหว ส่งผลให้เมรีสะดุ้งเฮือก ทว่าสรัลไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่าเขี่ยจุกให้แข็งเป็นไต กับนวดเต้าเบา ๆ
เขารู้ตัวว่าทำมากกว่านี้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นมันจะเลยธง
เมื่อพอใจในผลงานก็ซุกหน้าลงไปซบกับก้อนเนื้อนุ่มนิ่ม กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น
ผ่านไปหลายนาทีผู้กองสามแห่งชุดสืบสภ.ปากน้ำปราณก็ยังคงฟุบหน้าอยู่กับนมสาว ไร้วี่แววจะผละออกในเร็ว ๆ นี้
มือเรียวไต่มาลูบกลุ่มผมสีดำด้วยสัมผัสแสนอ่อนโยน
กลีบปากสีอ่อนขยับเพื่อเปล่งเสียง ซึ่งปรับให้อ่อนลงหลายส่วน
“ผู้กองคะ”
“ครับ”
“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ มีเรื่องไม่สบายใจหรือว่างานหนัก” เมื่อเขาเงียบเธอก็เอ่ยอย่างใจกว้าง “ถ้าไม่รู้จะเล่าให้ใครฟังพูดกับหนูได้นะคะ”
ขณะพูดอยู่นั้นมือบางยังไม่หยุดลูบกลุ่มผมนุ่มที่ส่งกลิ่นหอมของแชมพูกลิ่นเดียวกับของเธอ
สรัลหลับตาพริ้ม จมูกทำหน้าที่สูดกลิ่นหอมกรุ่นของกายสาว ปากก็ขยับไปมาเพื่อตอบคำถามของเจ้าหล่อน
“ขอบคุณครับ”
เมรีนิ่งงัน ก่อนรอยยิ้มจะค่อย ๆ ผุดขึ้น
“งานผมก็หนักเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ก็พอจะจัดการได้”
“แล้วมีปัญหาอะไรอีกหรือเปล่าคะ”
“...”
“เรื่องอื่น ๆ เรื่องอะไรก็ได้ที่ผู้กองไม่รู้จะพูดกับใคร ถึงหนูอาจจะช่วยหาทางออกไม่ได้ แต่เวลาคนเรามีเรื่องเครียด ๆ ถ้าเอาแต่เก็บไว้กับตัวเอง บางทีมันจะยิ่งเครียดไปกันใหญ่นะคะ ถ้าได้ระบายมันบ้างก็จะดีค่ะ”
“ไม่มีหรอกครับ” เขาว่าเสียงเอื่อย “ตอนนี้ผมสบายใจมาก”
“อ้อ” หล่อนครางรับในลำคอ “เห็นดูเหนื่อย ๆ นึกว่ามีเรื่องอะไร”
เขาส่ายหน้าไปมาทั้งที่หน้ายังแนบอยู่กับอกเต่ง “ผมแค่อยากซุกนมนุ่ม ๆ น่ะ”
°. ﹏ ⋆ ﹏ ⋆ ﹏ .°
“ขออ้อนหน่อยคับ สัญญาว่าจะเป็นเด็กดี”
