LNCrawler

ลุยไฟครั้งที่ ๑๑ [๔/๔]

เมรีลุยไฟ Ebook — novel.dek d.com · All chapters

ลุยไฟครั้งที่ ๑๑ [๔/๔]

เสื้อแจ็กเกตสีกรมท่าถูกพาดไว้ที่รถมอเตอร์ไซค์ของเมรี หนนี้เธอไม่ยัดมันลงใต้เบาะแต่สวมใส่มันเพื่อกันลมหนาวในยามค่ำคืน กรมอุตุฯ รายงานว่าตอนนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ อากาศยามวิกาลจึงหนาวขึ้นจนสัมผัสได้

รถมอเตอร์ไซค์แล่นไปตามทางกระทั่งถึงที่หมายอย่างอพาร์ตเมนต์ห้าชั้น ด้านหน้ามีเอสยูวีคันคุ้นตาจอดไว้ และทันทีที่เธอจอดรถประตูฝั่งคนขับก็ถูกเปิดออกโดยชายร่างสูง

สองสายตาประสานกัน หัวใจเต้นคร่อมจังหวะ คล้ายมีกองไฟถูกจุดขึ้นเพราะเพียงแค่มองก็ร้อนรุ่มไปทั่วสรรพางค์กาย

เธอเดินไปหยุดยืนใกล้ ๆ กับชายวัยฉกรรจ์ที่นัยน์ตาสีเหล็กประกายความกลัดมันอย่างปิดไม่มิด

“มาถึงนานยังคะ”

“สักพักแล้วครับ”

“เพิ่งเก็บร้านเสร็จค่ะก็เลยมาช้า ที่จริงพี่ชลลี่ชวนไปกินโรตีด้วยแต่ก็ปฏิเสธไป”

“ดีแล้ว” กระแสเสียงทุ้มต่ำเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากหยัก “โรตีไม่อร่อยเท่าผมหรอก”

สิ้นคำนั้นเมรีก็หลุดหัวเราะอย่างสุดจะกลั้น

สรัลทอดสายตามองคนตัวเล็กนิ่ง ๆ  “ตลก?”

เธอยักไหล่ท่าทางยียวน ก่อนชวนอีกฝ่ายเดินเข้าไปในตัวอาคาร ทว่ากระเป๋าสะพายที่อยู่บนไหล่บางกลับถูกคว้าออกไปโดยฝีมือชายร่างสูง จากนั้นก็ใช้อีกมือจับเข้าไปที่ฝ่ามือเรียวแล้วกุมไว้หลวม ๆ ก่อนตรงเข้าไปด้านใน

ขาเสลาก้าวเดินไปพร้อม ๆ กับนายตำรวจ ในขณะที่สายตาคู่งามก็หลุบต่ำเพื่อมองดูสองฝ่ามือที่กุมกันไว้ หล่อนออกแรงกระชับให้แน่นขึ้น แกว่งไปมาอย่างซุกซนจนใบหน้านวลลออประดับประดาไปด้วยรอยยิ้มบาง ๆ

“มือผู้กองใหญ่จัง”

“มือคุณเล็ก” เขาสวนเสียงอ่อนกว่าปกติ “จับแบบนี้แทบจะจมไปกับมือผม”

“ม่ายจริง” หล่อนว่าเสียงยานคางพลางส่ายหน้าประกอบคำพูด “มือหนูน่ะปกติ มือผู้กองใหญ่”

เขาไม่ได้โต้ตอบอะไร ไม่ดุเรื่องที่เมรีแกว่งมือไปมาด้วย

หล่อนลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขา จนอีกฝ่ายรู้ตัวจึงชำเลืองสายตามาทางตน สรัลเลิกคิ้วใส่เป็นเชิงถาม แต่เมรีแค่ส่ายหน้ายิ้ม ๆ

ความเงียบทำงานของมันอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แต่กลับไร้แววของความน่าอึดอัดจนเมรีนึกอยากยืดเวลาไปกว่านี้อีกสักหน่อย อยากเดินจับมือไปด้วยกันเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องมีบทสนทนา

แค่ไม่ปล่อยมือ...

กระทั่งเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องพักถึงได้ปล่อยมือเพื่อไขกุญแจเข้าไปด้านใน หล่อนเดินเข้าไปก่อน โดยมีสรัลเดินตามหลังมาติด ๆ แต่จังหวะที่ไฟสว่างเพราะเธอและประตูปิดลงด้วยฝีมือชายหนุ่ม ร่างแน่งน้อยก็ถูกรั้งให้หมุนกลับมาประชิดอก

ท่อนแขนแข็งแรงตวัดรัดรอบเอวคอดกิ่วจนแทบจะไร้ช่องว่างระหว่างกัน ก่อนดันหญิงสาวไปชิดกับผนังห้องแล้วปล่อยมือข้างหนึ่งออกจากเอวเพื่อตรึงข้อมือทั้งสองของเธอไปไว้เหนือศีรษะ จนเรียวแขนแนบไปกับผนังไม่ต่างกับแผ่นหลังบอบบาง

เมรีเชิดหน้าขึ้นหวังพูดคุยกับเขา แต่ยังไม่ทันจะได้อ้าปากเอื้อนเอ่ยถ้อยใดก็ได้รับสัมผัสอันเร่าร้อนอย่างไม่ทันตั้งตัว ริมฝีปากหยักฉกเข้ายังกลีบปากอ่อนนุ่มที่เขาถวิลหา อยากจะลิ้มลองรสชาติความหวานของเมรีจนไม่สามารถอดใจได้อีกต่อไป

สาวเจ้าผู้ไร้ประสบการณ์มีท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ ไม่รู้จะตอบสนองเขาเช่นไร เธอเตรียมใจไว้แล้วว่าอย่างไรเสียวันนี้ก็คงไม่พ้นจบลงที่เตียง และเพราะชายคนนั้นคือสรัลถึงได้ยินยอมหาก ‘สิ่งนั้น’ จะเกิดขึ้น

เพียงแต่เธอไม่คิดเลยว่ามันจะเร็วปานนี้

ชายหนุ่มเอียงคอเล็กน้อยเพื่อให้รับกับองศาของริมฝีปากที่สามารถจูบได้ถนัดถนี่ ทั้งสองต่างหลับตาพริ้ม ดื่มด่ำไปกับจุมพิตอันร้อนแรงที่สรัลเป็นฝ่ายนำ และเพราะไม่ชำนาญสุดท้ายเมรีจึงอยู่นิ่ง ๆ ให้นายตำรวจจูบปากตนเหมือนคนอดอยากปากแห้งมานาน

สรัลหิวโหย เขาตะโบมจูบพลางไต่มือลงไปที่บั้นท้าย กางมือออกแล้วขยำเพื่อปลุกเร้ากามารมณ์ ก่อนพยายามสอดสิ้นสากเข้ามาในโพรงปากอ่อนนุ่มที่เธอก็ยอมเผยอปากออก เปิดทางให้ลิ้นร้อนเข้ามาช่วงชิงน้ำหวานไปอย่างว่าง่าย

ลิ้นสากตวัดไปมาราวกำลังไล่ต้อนหญิงสาวที่ปัดป่ายปลายลิ้นอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ไร้ความชำนิชำนาญ

หล่อนแอ่นอกด้วยความกระสัน จนมันเบียดไปกับอกแกร่งของชายฉกรรจ์ อุ้งมือหนายังง่วนอยู่กับบั้นท้ายงามที่ออกแรงบีบเคล้นทั้งยังดึงร่างระหงให้ประชิดตัว พานให้ส่วนกลางกายสาวเสียดสีไปมากับความเป็นชายที่ขยายตัวอยู่ใต้กางเกงยีนสีซีดของนายตำรวจ

เขาปล่อยข้อมือบางให้เป็นอิสระเพื่อไต่ฝ่ามือลงมาหาเต้าเต่งที่ซ่อนตัวอยู่ใต้เสื้อแจ็กเกตสีกรมท่า นวดคลึงอย่างเบามือพอให้สาวเจ้าโอนอ่อนไปกับห้วงอารมณ์แห่งราคะที่เขาเป็นฝ่ายจุดให้ลุกโชน

เมรีจับไว้ที่บ่าของผู้กองหนุ่ม ออกแรงบีบเบา ๆ หวังทุเลาความเสียวซ่านที่อีกฝ่ายมอบให้ เธอหลับตาพริ้ม ปัดป่ายปลายลิ้นไปมาอยู่ในโพรงปาก บ้างก็อยู่เฉย ๆ เมื่อสรัลดึงลิ้นกลับไปแล้วดูดดึงกลีบปากสีเชอร์รีอย่างเอร็ดอร่อย แต่เมื่อพอใจแล้วก็สอดลิ้นสากเข้ามาหาเรียวลิ้นอีกครั้ง

อุ้งมือหนาที่นวดเฟ้นบัวงามไต่ลงไปที่บั้นท้าย ทั้งบีบทั้งคลึงจนเมรีเผลอเบ้หน้าด้วยความเจ็บ แต่กลับไม่คิดต่อต้าน ยินยอมให้เขาทำเช่นนั้นต่อไปเรื่อย ๆ

สรัลมอบจูบอันดูดดื่มให้หญิงสาวอยู่พักใหญ่ จนมือเรียวเล็กบีบลงที่บ่ากว้างเพื่อประท้วงขออากาศหายใจ เขาถึงได้ยอมผละออกไปแต่ปลายจมูกก็ยังชนกัน เป่าลมหายใจร้อน ๆ รดรินใบหน้า

หล่อนหอบหายใจรุนแรงจนอกกระเพื่อม ไม่กล้าสู้หน้าคนตัวสูงจึงได้แต่หลุบตาลงต่ำ และพยายามโกยอากาศเข้าปอดให้ได้มากที่สุด

ปลายจมูกโด่งไล้ไปมาอยู่ที่แก้มนุ่มนิ่ม สูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสาวเจ้าแล้วเคลื่อนไปยังใบหูขาวผ่อง แกล้งอ้าปากงับติ่งหูเบา ๆ พอให้เจ้าหล่อนสั่นสะท้านไปทั่วสรรพางค์กาย

“อ๊ะ!”

สรัลเอ่ยเสียงแหบพร่า “ปากคุณหวานมาก”

เมรีเผลอจิกปลายเท้า เบี่ยงหน้าไปหาเจ้าของคำชมที่ค่อย ๆ ดึงหน้าออกจากใบหู สองสายตาประสานกันอย่างสื่อความหมาย ความวาบหวามก่อเกิดในใจจนจั๊กจี้

เธออมยิ้มน้อย ๆ ด้วยความเขินอาย

“เรา...” กลีบปากล่างถูกเม้มแน่น ก่อนมันจะเผยอออกในวินาทีถัดไป “เราจะทำกันเลยเหรอคะ”

“ใช่ คุณไม่พร้อมรึ”

“ก็ไม่เชิงค่ะ แค่คิดว่าอาจจะค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป”

“ไม่น่าจะทัน มันไม่ได้ค่อย ๆ แข็งน่ะสิ” ไม่ว่าเปล่ายังผละมือออกจากบั้นท้ายมาคว้ามือเธอแล้วพาไปลูบไล้ที่เป้ากางเกงของตัวเอง ซึ่งทำหน้าที่ห่อหุ้มความเป็นชายที่ผงาดอยู่ใต้อาภรณ์รอเวลาออกมาสูดอากาศด้านนอก “รัมครับ เห็นไหมว่ามันอยากเข้าไปหาคุณแทบบ้าแล้ว”

หญิงสาวกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แม้จะประหม่าแต่ก็หาได้ชักมือออก กลับลูบมือไปมาที่แก่นกายใต้กางเกงเพื่อทำความคุ้นเคย ยิ่งเธอลูบไล้สรัลก็ยิ่งกัดฟันกรอดจนเส้นเลือดที่ลำคอเด่นชัด

เปล่งเสียงครางต่ำในลำคอด้วยความกระสัน

“อืม”

เขากดเสียงต่ำ ปล่อยมือออกจากมือบางโดยที่เมรีก็ยังคงลูบไล้ท่อนเอ็นอย่างคนว่าง่าย

ฝ่ามือหนายื่นมาคว้าเข้าที่เสื้อแจ็กเกตก่อนจะสลัดมันออกให้พ้นทาง โดยที่เจ้าหล่อนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เขาโยนมันลงพื้นอย่างไม่แยแสก่อนสอดมือเข้าไปใต้เสื้อของสาวเจ้า เอื้อมไปยังแผ่นหลังบอบบางแล้วจัดการปลดตะขอบราเซียร์ ดึงสายเสื้อชั้นในออกทางเรียวแขนเรียบเนียนจนปทุมขาวผ่องมีปราการหลงเหลือเพียงอย่างเดียวคือเสื้อยืด

เขาปล่อยมันไว้อย่างนั้นแล้วไต่มือลงไปที่ขอบกางเกงขายาวของเธอ ก่อนจะปลดเปลื้องอาภรณ์ที่ขวางหูขวางตาออก เหลือไว้เพียงแพนตี้ที่ทำหน้าที่ปกปิดของสงวน

ผู้กองหนุ่มเทความสนใจมาที่เสื้อสีเข้มของตน ถอดมันลวก ๆ แล้วโยนลงไปกองบนพื้นกับแจ็กเกต เผยให้เห็นกล้ามหน้าท้องที่เรียงตัวอย่างสวยงาม

มือบางยังคงลูบไล้ที่กลางกายชายหนุ่ม จนกระทั่งเขาตะปบเข้าที่มือเธอ

“คนสวย นั่งลงหน่อย”

เมรีจึงย่อตัวนั่งคุกเข่าลงต่อหน้าอีกฝ่าย มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วคว้ากล่องถุงยางอนามัยทั้งสองกล่องขึ้นมา ก่อนโยนไปบนเตียงนอนที่ในอนาคตอันใกล้มันจะกลายเป็นสังเวียนของเธอกับเขา

“ถอดกางเกงให้ผมหน่อย”

เมรีเงยหน้าขึ้นเพื่อสบสายตาคู่คมที่หลุบต่ำมองตน

“ให้หนูถอดเลยใช่ไหมคะ”

“อาฮะ”

มือเรียวแตะไปที่กระดุมของกางเกงยีน ค่อย ๆ ปลดมันออกอย่างเชื่องช้า จากนั้นก็รูดซิปลงอย่างแผ่วเบา จับเข้าที่ขอบกางเกงแล้วดึงลงโดยที่สรัลก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ไม่ถึงนาทีหลังจากนั้นเรือนร่างกำยำก็มีเพียงกางเกงชั้นในที่ทำหน้าที่เป็นปราการปกป้องของสงวน

มันซุกซ่อนตัวอยู่ใต้เนื้อผ้าทว่ากลับขึ้นเป็นลำจนทำคนมองหน้าร้อนผ่าว

เขาเอ่ยคล้ายออดอ้อน “อันนี้ก็ถอดให้ด้วยได้ไหมครับ ผมอึดอัดมากเลย”

เธอพยักหน้าให้เขาแล้วจึงค่อย ๆ สลัดปราการสุดท้ายออก แต่ถอดได้เพียงนิดเดียวหัวใจดวงน้อยก็เต้นถี่รัว หน่วยตาสีน้ำตาลเข้มสะท้อนภาพของความเป็นชายที่มีเส้นเลือดผุดขึ้นรอบแท่ง ปลายหัวหยักสีแดงก่ำเด้งออกมาจากกางเกงชั้นในจนจ่อหน้าเธอ

หล่อนผงะถอยหลังเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ไม่ลืมหน้าที่ตัวเองที่ต้องเป็นฝ่ายถอดกางเกงของเขาออก

เมรีถอดจนมันตกไปอยู่ที่ข้อเท้า สรัลก็ช่วยยกเท้าขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหล่อน จนตอนนี้นายตำรวจเปลือยกายล่อนจ้อนอวดความกำยำของเรือนร่างที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อ

หญิงสาวเบือนหน้าหนีความเป็นชายที่จ่อหน้าตนอย่างกับกำลังหาเรื่องกันก็ไม่ปาน เผลอเม้มปากเป็นเส้นตรงด้วยความประหม่าและครั่นคร้ามในจิตใจ

แสงไฟที่ส่องสว่างช่างน่าโมโห มันทำให้เธอเห็นรายละเอียดของสรัลได้ชัดเจนเกินความจำเป็น

“รัมครับ”

หล่อนเงยหน้ามองเขาตาแป๋ว “ขา?”

“ผมอยากรู้ว่าในปากคุณมันอุ่นแค่ไหน”

°. ﹏ ⋆ ﹏ ⋆ ﹏ .°

“อุ่นรึป่าวน้าาาาาา”

c7a6d1bd9a8df84afa58ac32826be436.jpg