LNCrawler

ลุยไฟครั้งที่ ๑๒ [๔/๕] nc

เมรีลุยไฟ Ebook — novel.dek d.com · All chapters

ลุยไฟครั้งที่ ๑๒ [๔/๕] nc

“เข้าได้แล้ว เก่งมาก”

ชายวัยฉกรรจ์หยัดกายขึ้นนั่งให้เรียบร้อย ปล่อยมือออกจากบัวตูมลงไปจับไว้ที่เอวคอด ใช้นิ้วโป้งนวดหน้าท้องแบนราบเบา ๆ

“ผมจะค่อย ๆ ขยับนะ”

“ค่ะ ขยับได้เลย”

เขาถอนตัวตนออกจากถ้ำสวาททีละนิด เหลือไว้เพียงส่วนหัวบานแล้วดันเข้าไปใหม่ด้วยจังหวะเชื่องช้า ทว่ายามเข้าไปใกล้สุดลำกลับกระแทกแรง ๆ จนเมรีสะท้านไปทั้งร่าง

“อึก!”

เอ็นอุ่นถูกเจ้าของชักเข้าชักออกอยู่พักใหญ่ เมื่อรับรู้ได้ว่าคนใต้ร่างพร้อมสำหรับจังหวะที่เร็วขึ้นก็ค่อย ๆ เพิ่มความถี่ในการเคลื่อนไหว ทั้งยังเพิ่มแรงในการกระแทกด้วยการอัดสะโพกเข้าหาความอ่อนนุ่มจนชนเข้ากับผนังด้านใน ทำสาวเจ้าปั้นหน้าเหยเก แต่เมื่อถามว่าให้เบากว่านี้ไหม เธอก็เอาแต่ส่ายหน้า

เป็นหลักฐานว่าผีราคะเข้าครอบครองจิตใจของเจ้าหล่อนแล้ว

กลีบผกาผลิออกไปด้านข้างเมื่อมีแท่งยักษ์เสียบไว้ที่กลางดอก แล้วยังขยับเข้าออกด้วยจังหวะรัวเร็วจนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังทั่วห้องนอน ปนเปไปกับเสียงครางกระเส่าและเสียงครางต่ำในลำคอของคนทั้งสองที่เมามายไปกับบทรักที่ช่วยกันบรรเลงได้อย่างลงตัว

เอวสอบกระแทกใส่ความงามของสตรี โดยที่เจ้าหล่อนก็แอ่นสู้อย่างคนใจเด็ด

สรัลอดใจไม่ไหวโน้มหน้าลงไปจูบกับหญิงสาวร่างบาง แต่ส่วนล่างก็ยังคงเชื่อมต่อกันอยู่อย่างนั้น มันยังผลุบ ๆ โผล่ ๆ ในช่องทางรักอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หนุ่มสาวแลกลิ้นกันไปมา เรียวแขนเรียบเนียนโอบรัดรอบลำคอพลางกดลงต่ำให้โน้มมาหาตน บ้างก็ไต่มือลงไปที่แผ่นหลังกว้าง จิกลงไปที่หลังแกร่งหวังระบายอารมณ์

เขายังคงอัดสะโพกใส่เธออย่างบ้าคลั่ง เมื่อปล่อยริมฝีปากสีเชอร์รีให้เป็นอิสระก็งับเข้าที่ยอดถัน ดูดดึงจนจุกสีหวานหายเข้าไปในปาก แต่แม้ว่าเขาจะกำลังปรนเปรอเธอที่จุดใดก็ตาม เขาไม่เคยลืมที่จะขยับสะโพกใส่บุหงากลางกายสาวที่โอบรัดความเป็นชายไว้

“อ๊ะ ๆ เสียวอ่า”

นายตำรวจยันตัวลุกขึ้น หลุบตาลงต่ำเพื่อมองหัวนมที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำลาย อุ้งมือหนายื่นไปขยี้ที่จุกสีหวานจนหล่อนดิ้นเร่า ๆ ด้วยความทรมาน ไหนด้านล่างยังโดนกระแทกกระทั้นอย่างไม่ออมแรง

มือใหญ่ไต่ลงมาเขี่ยที่ปุ่มกระสันแล้วอัดความเป็นชายเข้าไปสุดลำ ลดความเร็วลงแต่เพิ่มความหนักแน่นในทุก ๆ การขยับเอว

เมรีตาเหลือก เปล่งได้แค่เสียง “อึก... อึก...”

เสียงเนื้อกระทบเนื้อไพเราะเสนาะหู น้ำในโพรงสวาทกระฉอกตามแรงอัดของแก่นกายขนาดใหญ่ที่เบียดเสียดอยู่ในรูคับแคบ เขาบดกรามแน่น เสียวบริเวณปลายหัวหยักจนอยากพ่นน้ำกามใส่หญิงสาว แต่ก็พยายามอั้นไว้เพราะยังไม่อยากแตก

คนพี่แกล้งหมุนควงจนหัวเห็ดชนเข้ากับผนังอ่อนนุ่ม แล้วเปลี่ยนมากระแทกมิดด้ามแบบไม่ทันให้หล่อนได้ตั้งตัว

“อ๊ะ! ผู้กองขา หนูไม่ไหวแล้ว”

“คนสวยจะแตกแล้วรึ”

เมรีแทบคลั่ง

“อื้อ แรง ๆ เลยค่ะ”

เขาจับขาเรียวขึ้นมาพาดบ่า เบี่ยงมาไว้ที่ข้างเดียวกันเพื่อความสะดวก จากนั้นก็อัดสะโพกเข้าดอกไม้งามด้วยจังหวะรัวเร็วและหนักแน่นในทุก ๆ การกระแทกกระทั้น ทำกลีบผกาผลิบานจากการเสียดสี น้ำในกายสาวกระฉอกฟังดูลามก เสียงเนื้อกระทบเนื้อนั่นก็ด้วย

สองร่างเปลือยเปล่าบนเตียงร่วมกันบรรเลงบทรักที่แสนเร่าร้อน แผ่นหลังบางไม่ติดพื้น ผมเผ้าสยายไม่เป็นทรง

สะโพกสอบอัดเข้าถ้ำอันคับแคบจนเจ้าหล่อนหัวสั่นหัวคลอน แม้แต่จะเปล่งเสียงครางยังออกมาไม่เป็นศัพท์

“อะ ๆ ใกล้แล้วค่ะ”

สรัลเร่งจังหวะอัดสะโพกถี่รัว ก่อนที่ร่างแน่งน้อยจะกระตุกเกร็ง หวีดร้องเสียงหลงแล้วจึงปลดปล่อยน้ำรักออกมาอาบชโลมทั่วเอ็นอุ่น

เขายังไม่แตกจึงวางร่างแน่งน้อยให้นอนราบไปกับเตียง ปล่อยขาทั้งสองข้างให้เป็นอิสระแล้วคว้าเข้าที่เอวคอด จับยึดไว้มั่นก่อนกระแทกเข้าไปถี่ ๆ ยิ่งรับรู้ถึงมวลน้ำมหาศาลที่เดินทางมาถึงปลายหัวหยัก เขาก็ยิ่งเพิ่มแรง

กระทั่งน้ำรักถูกพ่นออกจากหัวเห็ด แต่ก็ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยถุงยางอนามัย

เขากดตัวตนแช่ค้างไว้ในโพรงอ่อนนุ่มที่รัดแน่นจนทั้งปวดทั้งเสียวที่ส่วนหัว เปล่งเสียงครางต่ำในลำคอออกมาด้วยความพึงพอใจ แล้วจึงดึงแก่นกายออกอย่างช้า ๆ

อุปกรณ์ป้องกันถูกถอดแล้วโยนลงไปข้างเตียง ใบหน้าคมคายก้มลงไปหาดอกไม้งามเพื่อดูดเลียน้ำหวานที่ไหลทะลักออกมาตามง่ามขา

แล้วค่อย ๆ ดึงหน้าออกจากดงผกา จูบเบา ๆ ที่เนินสามเหลี่ยม หน้าท้องแบนราบ เต้านุ่มนิ่ม ซอกคอหอมกรุ่น กลีบปากรสหวาน ก่อนไปหยุดที่แก้มสีแดงระเรื่อ เขาหอมเธอฟอดใหญ่ก่อนเอ่ยเสียงทุ้มต่ำชิดใบหูขาวผ่อง

“ยังไหวไหม ท่าหมาให้ผมหน่อย”

เขาผละตัวออกไปเพื่อสบสายตาคนใต้ร่างที่นอนหอบหายใจจนอกกระเพื่อม

เธอปรือตามอง “ผู้กองจะทำต่อเหรอคะ”

“ถ้าให้พูดตามตรงนะ ผมอยากเอาคุณทั้งคืน”

แล้วร่างระหงก็ถูกจับให้นอนคว่ำเมื่อพลั้งปากตอบไปว่า ‘ไหวค่ะ’ ก่อนที่สรัลจะยกสะโพกผายให้โก่งขึ้นโดยปล่อยให้ใบหน้าแนบไปกับหมอน

เขาตามมาซ้อนด้านหลัง แทรกตัวไปตรงกลางพลางเอื้อมมือไปหยิบถุงยางอนามัยมาถือไว้หนึ่งซอง สายตาคู่คมจดจ้องบั้นท้ายกลมกลึงแล้วจึงแกล้งฟาดเบา ๆ พอให้เป็นริ้วสีแดงจากรอยมือ

“เจ็บไหม”

“ตีได้ค่ะ”

“เพราะแบบนี้ไงผมถึงชอบคุณ”

หัวใจดวงน้อยสั่นไหว มันเต้นโครมครามจนเกรงว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน

ผู้กองหนุ่มคว้าเข้าที่แก่นกายเพื่อเตรียมความพร้อม จากนั้นก็สวมถุงยางอนามัยลงไปที่เอ็นอุ่น มือหนาลูบไล้ไปมาที่รอยแยกแฉะชื้น จับบั้นท้ายแบะออกเล็กน้อยก่อนค่อย ๆ ยัดส่วนหัวหยักเข้าไปในดอกไม้งาม แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกแต่ความยากก็ยังสูสี กว่าจะแทรกตัวตนเข้าไปได้มิดลำก็ยังต้องใช้เวลาสักพักอยู่เหมือนกัน

เมื่อส่งความเป็นชายเข้าไปได้สุดทาง สรัลแช่ค้างไว้เช่นนั้นครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มขยับอย่างเชื่องช้า แล้วค่อยปรับจังหวะตามความเหมาะสมและอารมณ์ที่พลุ่งพล่านของหนุ่มสาว

ฝ่ามือที่อุดมไปด้วยเส้นเลือดฟาดเข้าที่บั้นท้ายกลมจนขึ้นริ้วรอยมือ เจ้าหล่อนก็ดันแอ่นให้ฟาดอย่างกับชื่นชอบที่ถูกประทุษร้าย เขายิ่งได้ใจทั้งฟาดทั้งกระแทก บ้างก็เอื้อมมือสอดไปใต้ร่างเพื่อบีบนมเพิ่มความกระสัน ก่อนจับแขนเรียวแล้วออกแรงรั้งให้เจ้าหล่อนขยับเข้าใกล้ เหลียวกลับมาทางด้านหลังแล้วประกบปากไปกับกลีบปากนุ่ม บดจูบในขณะที่ส่วนล่างยังคงเชื่อมต่อกัน

ครู่หนึ่งเขาก็ปล่อยให้กลีบปากสีสวยเป็นอิสระ เมรีจึงทิ้งตัวนอนคว่ำดังเดิม

ภายในห้องอุดมไปด้วยเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังระงม บั้นท้ายที่สั่นไหวตามแรงกระแทก เสียงครางกระเส่าไม่เป็นภาษา ปนเปไปกับเสียงครางต่ำในลำคอราวสัตว์ป่าคำราม

“ผู้กองขา หนูจะเสร็จอีกแล้ว”

เขาอัดสะโพกใส่กลีบผกาด้วยจังหวะรัวเร็ว จนร่างแน่งน้อยแตะขอบฝันในที่สุด ส่วนตัวเองก็ยังส่งแท่งรักผลุบเข้าผลุบออกที่กลางกายสาวต่อ

“อืม แน่นฉิบ”

เอ่ยปากชมขณะที่เอวสอบก็ไม่หยุดโยก บ้างก็หมุนควงเอวให้ปลายหัวทู่ชนกับผนังอ่อนนุ่ม

“ตอดโคตรดี”

เมรีแทบหมดแรง ขาสั่นแต่ก็ยังถูกจับให้โก่งก้นไว้เช่นนั้นเพราะเขายังกระแทกไม่หนำใจ

จนกระทั่งเขารู้สึกถึงสายธารที่ใกล้พุ่งเต็มทีจึงเพิ่มแรงอัดกระแทกจนนวลเนื้อสั่นคลอน เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังระงมทั่วทุกบริเวณ และแล้วตำรวจหนุ่มก็พ่นพิษออกไปอีกครั้ง

สรัลบดกรามแน่น “อา...เอาโคตรมัน”

เขายังกระแทกหนัก ๆ อีกสองสามครั้งเพื่อรีดพิษให้ออกหมดทุกหยด ก่อนจะค่อย ๆ ดึงตัวตนออกด้วยจังหวะอ้อยอิ่งราวไม่อยากจาก

เมื่อเสร็จกิจเมรีก็ทิ้งตัวนอนคว่ำอย่างคนหมดไร้เรี่ยวแรง สรัลดึงถุงยางอนามัยออกจากแท่งรักแล้วล้มตัวลงไปนอนใกล้ ๆ กับหญิงสาว

เขาจูบแผ่นหลังบางด้วยสัมผัสแสนอ่อนโยน ผิดกับตอนเคลื่อนไหวอยู่ในตัวเธอหลายโยชน์

“คุณเก่งมากเลยนะ”

เธอหันหน้าไปมองเจ้าของคำชมเชย วาดยิ้มบาง ๆ ก่อนยันตัวลุกขึ้นนั่ง หลุบตามองหน้าชายหนุ่มที่นอนเท้าแขนอยู่ใกล้ ๆ

“ขอบคุณค่ะ ผู้กองก็...”

“ผมทำไมครับ”

เธออ้อมแอ้มออกไปตามใจคิด “ดุดันมาก”

°. ﹏ ⋆ ﹏ ⋆ ﹏ .°

“ธรรมดาของเสือดุร้ายคับ”

42f81cf7f1453ac1f3d0039dd5efcbcf.jpg