LNCrawler

ลุยไฟครั้งที่ ๑๓ [๕/๕] หมดโควตา

เมรีลุยไฟ Ebook — novel.dek d.com · All chapters

ลุยไฟครั้งที่ ๑๓ [๕/๕] หมดโควตา

หัวใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว...เป็นเช่นไร วันนี้เมรีรู้ซึ้งถึงความรู้สึกนั้นแล้ว

เธอพยายามปกปิดความไม่มั่นคงทางอารมณ์ที่ประสบพบเจอตั้งแต่ช่วงเช้า แต่ก็มิวาย ถูกพี่ ๆ ที่ร้านทักว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า

เมรียิ้ม บอกกับทุกคนว่าไม่มีอะไร เธอสบายดี

ตอนที่เขาบอกกับพี่สาวว่าเธอเป็นแค่ ‘เพื่อน’ จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าปั้นหน้าแบบไหน แต่มันเป็นจังหวะเดียวกันกับที่รับรู้ถึงเสียงโครมครามของหัวใจพังครืนลงมาต่อหน้าต่อตา

คล้ายมีค้อนปอนด์ทุบเข้าที่หัวจนสมองว่างเปล่า คิดอ่านสิ่งใดไม่ได้อีก คำพูดที่เหลือที่สองพี่น้องคุยกันก็ไม่เข้าหู ไม่รู้แล้วว่าทั้งคู่คุยอะไรกัน หรือตัวเองกำลังแสดงสีหน้าเช่นไร

เธอไม่รู้ ไม่รู้อะไรเลย

“รัม!”

เจ้าของชื่อสะดุ้งโหยง หันรีหันขวางจนเจอเข้ากับเจ๊พร

“มีอะไรเหรอคะเจ๊”

“เจ๊เรียกแกตั้งนานแล้ว วันนี้ลืมเอาหูมาหรือไง”

“ขอโทษค่ะ”

เจ้าของร้านเอ่ยเสียงห้วน “ไปรับออเดอร์”

“ค่ะ”

คล้อยหลังการไปของพนักงาน หญิงวัยกลางคนก็เอ่ยเสียงขึ้นจมูก “รัมมันเป็นอะไรของมัน วันนี้เหม่อทั้งวัน”

รติชลที่ง่วนอยู่กับการจัดจานเอ่ยปากตอบ “ไม่ค่อยสบายหรือเปล่าเจ๊ เมื่อวานตากฝน”

“งั้นเรอะ บอกมันกินหยูกกินยาให้เรียบร้อย ถ้าไม่ไหวก็กลับไปพักได้ เดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งละเรื่องใหญ่”

“ค่ะ เดี๋ยวหนูบอกน้องให้ค่ะ”

ครั้นเมรีเดินกลับเข้ามาในครัวพร้อมออเดอร์ของลูกค้ารายใหม่ เธอก็ส่งมันให้กับแม่ครัวแล้วหันมาเตรียมจานชามและแก้วน้ำเพื่อนำไปเสิร์ฟ

“รัม”

“คะ?”

“ไหวหรือเปล่า”

สาวเจ้ายิ้มสู้ “ไหวค่ะ”

“เพราะตากฝนเมื่อวานเลยไม่สบายเหรอ”

เธอเงียบไปชั่วอึดใจ “เมื่อวานก็มีอาการนิดหน่อยแต่หนูกินยาตั้งแต่กลับไปถึงห้องแล้วค่ะ วันนี้ก็กินแล้ว ไม่เป็นอะไรมากค่ะ”

“ไม่ไหวก็กลับไปนอนพักเถอะ เจ๊เขาอนุญาต”

“หนูโอเคจริง ๆ ค่ะพี่ชลลี่ จะตั้งใจทำงานกว่านี้ค่ะ”

สาวรุ่นพี่ถอนหายใจอย่างปลงตก “เฮ้อ เอาเถอะ แต่ถ้าไม่ไหวก็บอกพี่นะ อย่าฝืน”

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ”

เมรีเลือกที่จะทำงานต่อเพราะเธอไม่ได้เป็นอะไรจริง ๆ  ไข้ไม่ได้สูง อาการจามก็หายไปแล้ว ร่างกายของเธอแข็งแรงดี หากจะป่วยก็ป่วยที่หัวใจ แต่มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าต้องโยนภาระตัวเองให้เพื่อนร่วมงานเพียงเพราะมีเรื่องรบกวนจิตใจ

ความหม่นหมองในจิตใจที่คล้ายมวลเมฆสีทะมึนถูกสลัดทิ้งด้วยรอยยิ้มและภาระหน้าที่ ยามมีลูกค้าเข้ามาก็ยิ้มแย้มตามประสา พูดคุยกับพี่ ๆ ในกลุ่มไปเรื่อยเปื่อย หัวเราะ เฮฮา เสมือนว่าสบายดี

กระทั่งถึงเวลาเลิกงานที่ได้กลับมาอยู่กับตัวเองเงียบ ๆ คนเดียว

เธอไม่ได้ไปที่สนามแต่ตรงกลับอพาร์ตเมนต์ ภายในหัวตีกันวุ่นวายไปหมด แม้จะอยู่ท่ามกลางห้องที่สงบทว่าหล่อนกลับไม่รู้สึกเช่นนั้น จึงหวังชำระล้างร่างกายให้สายน้ำเย็น ๆ พัดความคิดมากทิ้งไปเสีย แต่ยังไม่ทันจะก้าวพ้นธรณีประตูห้องน้ำ เสียงแจ้งเตือนก็แหวกอากาศมากระทบโสต ส่งผลให้ร่างระหงต้องเบี่ยงปลายเท้ากลับมาทางเดิม

เป็นแจ้งเตือนจากสรัลที่ส่งข้อความผ่านไลน์

 

saran: เลิกงานยัง

Rum: เลิกแล้วค่ะ

 

มันขึ้นว่าอ่านในทันทีแต่ไม่มีข้อความถูกตอบกลับมา และในวินาทีนั้นหน้าจอก็ปรากฏสายโทร. เข้าจากผู้กองหนุ่ม

(อยู่ไหนแล้ว)

“อยู่ที่ห้องค่ะ”

(อ้าว ไม่มารึ)

“ค่ะ”

เสียงของปลายสายอ่อนลงหลายส่วน (เป็นอะไรหรือเปล่า หรือว่าไข้ขึ้น)

“ไม่น่าจะมีไข้แล้วนะคะ”

(เสียงดูเหนื่อย ๆ นะ โอเคไหม)

เมรีเงียบไปหลายอึดใจ “ไม่ค่ะ ไม่โอเคเลย”

หากเป็นคนอื่นเธอคงโป้ปดอย่างที่ทำมาทั้งวัน แต่กับสรัลเธอไม่อยากพูดว่าไม่เป็นอะไร หรือบอกว่าตัวเองสบายดี ทั้ง ๆ ที่ไม่มีอะไรใกล้เคียงกับความรู้สึกเหล่านั้นเลย

(เดี๋ยวผมไปหา)

“ไม่ซ้อมเหรอคะ”

(ไม่ซ้อมแล้ว)

สรัลวางสายก่อนตรงกลับไปที่สนาม บอกกับคนอื่น ๆ ว่าตนมีธุระด่วนจำเป็นต้องรีบไป

หนึ่งในทีมเอ่ยขึ้น “อีกแป๊บก็จบเกมแล้ว ไม่อยู่ซ้อมให้เสร็จก่อนล่ะผู้กอง”

นายตำรวจเอ่ยเสียงเย็นเยียบ “เรื่องสำคัญ”

“โอเคครับ ไว้เจอกันพรุ่งนี้”

ทายาทแพปลาปลีกตัวออกไปจากสนาม มุ่งหน้าสู่อพาร์ตเมนต์ของเมรีด้วยหัวใจที่ร้อนรน นึกกังวลว่ายายเด็กอาจจะเป็นหวัดเข้าจริง ๆ แม้บอกว่าไม่มีไข้แต่ใครจะรู้ อาจจะตัวร้อนมาก ๆ ก็ได้ และหากเป็นเช่นนั้นเขาคิดว่ายาก็คงเอาไม่อยู่ ควรพาไปนอนโรงพยาบาลสักคืน

อย่างไรเสียอยู่ใกล้หมอก็ดีที่สุด

ใช้เวลาแค่ครู่สั้น ๆ ก็มาถึงที่หมาย ไม่จำเป็นต้องรบกวนคนด้านในให้มาเปิดประตู เมื่อเขาไหว้วานพี่รปภ.ให้แตะคีย์การ์ด ซึ่งอีกฝ่ายก็คุ้นหน้าค่าตานายตำรวจจึงแตะให้ตามคำขอ

ร่างหนาหยุดยืนบริเวณหน้าห้องสองศูนย์ห้าที่สองคืนมานี้เขาใช้เป็นที่หลับที่นอน

สรัลเคาะประตูสองสามที “รัม ผมเอง”

รออยู่ครู่หนึ่งประตูก็ถูกเปิดออกพร้อมร่างสะโอดสะองที่อยู่ในสภาพกึ่งเปลือย มีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวเป็นปราการปกป้องเรือนร่าง เนื้อตัวมีหยดน้ำเกาะพราว แต่ผมสลวยเพียงรวบลวก ๆ ไว้ไม่ได้สระแต่อย่างใด

เขารีบสอดกายเข้าไปด้านในแล้วปิดประตูทันที ถึงจะเป็นห้องริมสุดและคงไม่มีใครเดินผ่านไปผ่านมา แต่หากห้องตรงข้ามเปิดมาเจอเจ้าหล่อนในสภาพนี้มันก็คงไม่ดีเท่าใดนัก

สิ่งแรกที่สรัลทำหลังเข้ามาในห้องคือยื่นมือไปอังหน้าผาก ก่อนไต่ลงไปแถว ๆ ซอกคอ

“ไม่ค่อยร้อนเท่าไร แบบนี้อาจจะไม่ต้องไปหาหมอ”

“หนูบอกแล้วว่าไม่มีไข้” พูดจบก็หมุนตัวเดินไปยังตู้เสื้อผ้า ค้นชุดนอนมาใส่โดยมีสายตาคู่คมจดจ้องทุกการกระทำไม่ละไปไหน

“ปวดหัวไหม”

ดวงหน้าผุดผาดส่ายไปมา คว้าเสื้อยืดมาสวม ตามด้วยกางเกงนอนขาสั้น ก่อนนำผ้าขนหนูไปแขวนให้เรียบร้อย

“ถ้าผู้กองจะอาบก็ไปอาบค่ะ หนูจะนอนแล้ว”

ยังไม่ทันที่เมรีจะได้ล้มตัวลงนอน แขนเรียวก็ถูกคว้าไว้ด้วยฝ่ามือหนาจนร่างทั้งร่างชะงักกลางอากาศ พานให้ต้องหันไปเลิกคิ้วใส่อีกฝ่าย

“เป็นอะไร ทำไมดูเหนื่อย ๆ”

เมรีถอนหายใจอย่างคนหนักอก “ถ้าเป็นคนอื่นที่ถามหนูคงโกหกไปแล้วว่าไม่เป็นอะไร แต่หนูไม่อยากโกหกผู้กองเลย”

หัวคิ้วสีเข้มขมวดเข้าหากัน แววตาคมกริบประกายความฉงนอย่างไม่ปิดบัง

“แล้วคุณเป็นอะไร”

“หนูก็ไม่รู้”

สรัลจ้องดวงหน้าแฉล้มเพื่อเค้นเอาคำตอบ “ประจำเดือนมารึ อารมณ์คุณดูแปลก ๆ นะ”

“ไม่ค่ะ ไม่เกี่ยวกับประจำเดือน ไม่เกี่ยวกับอารมณ์ มันเกี่ยวกับเราสองคน”

“คุณบอกผมได้ไหมว่าคุณเป็นอะไร เราจะได้คุยกันให้รู้เรื่อง”

เมรีจดจ้องดวงหน้าคมคายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะขยับริมฝีปากเพื่อเอื้อนเอ่ยวาจา

“ทำไมผู้กองถึงพูดแบบนั้นล่ะคะ”

“ผมพูดอะไร”

“ที่พูดกับพี่สาวเมื่อเช้านี้” เพราะไม่อยากค้างคาใจ หล่อนจึงโพล่งออกไปอย่างไม่คิดอ้อมค้อม “ผู้กองพูดไปได้ยังไงว่าหนูเป็นแค่เพื่อน”

ชายหนุ่มชะงักไปหลายวินาที หลังประมวลผลคำพูดของเมรีได้แล้วจึงเอ่ยปากตอบโต้

“ถ้าไม่บอกว่าเป็นเพื่อนจะให้บอกว่าเป็นอะไร”

“ก็...”

“คนไม่รู้จัก? เราก็ไม่ใช่คนไม่รู้จักกันสักหน่อย หรือคนรู้จัก? แบบนั้นมันก็ห่างเหิน ถ้าผมพูดไปคุณก็โกรธผมอยู่ดี ระหว่างเราสองคนนิยามว่าเพื่อนก็ดีที่สุดแล้ว”

คิ้วสวยเลิกสูง “ดีที่สุด?”

“ใช่” แล้วเอ่ยเสียงแผ่วเบา แววตาปรากฏความเหนื่อยอ่อน “คุณอย่าเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นเลยนะ ถือว่าผมขอ เราคุยกันตั้งแต่ต้นแล้วไม่ใช่รึว่าเราสบายใจที่ตรงไหน และการที่ผมยังอยู่กับคุณเพราะผมสบายใจที่เราเป็นแบบนี้”

“หนูรู้”

“คุณรู้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเราเป็นยังไง คุณรู้ว่าเราตกลงกันแบบไหน แล้วมาวันนี้คุณต้องการอะไร”

“...”

“ไหนบอกมาให้ชัด ๆ ซิว่าคุณต้องการอะไรจากผม”

“ต้องการให้ผู้กองพูดในสิ่งที่เป็นจริงไงคะ”

“...?”

“ถ้าเป็นก่อนหน้านี้หนูคงไม่รู้สึกแย่จนยกคำว่าเพื่อนมาเป็นประเด็นหรอก แต่หลังจากความสัมพันธ์มันขยับไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว ผู้กองคิดว่ามันเป็นคำนิยามที่ดีที่สุดของพวกเราได้ยังไง หนูไม่ได้เป็นเพื่อนผู้กองสักหน่อย เพราะงั้นผู้กองไม่มีสิทธิ์บอกใครต่อใครว่าหนูเป็นแค่เพื่อน”

“ผมจะพูดอะไรก็ได้ถ้ามันยังอยู่ในข้อตกลง”

“ไม่ ไม่ได้” เมรีส่ายหน้าพัลวัน “ผู้กองพูดแบบนั้นไม่ได้”

สรัลเลิกคิ้วใส่ “งั้นรึ”

“ค่ะ”

“คุณมีสิทธิ์ถึงขั้นมาสั่งผม?”

“หนูไม่ได้สั่ง”

เธอแก้ต่าง และมั่นใจว่าไม่ใช่การแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ เพื่อหาข้ออ้างให้การกระทำของตัวเอง แต่เธอมีเหตุผล

“หนูแค่บอกว่าควรพูดในสิ่งที่เป็นจริง ๆ  หนูรู้ว่าเราคุยกันตั้งแต่แรกแล้ว รู้ว่าความต้องการของผู้กองคือความสบายใจที่ไม่ต้องมีอะไรมาผูกมัด แต่ตอนนี้พวกเราเป็นแค่คนที่กำลัง ‘ทำความรู้จักกัน’ เหรอคะ แค่นั้นเองเหรอ ก็ไม่ใช่หรือเปล่า พวกเราถลำลึกไปมากกว่านั้นแล้ว แล้วแบบนี้อะไร ๆ มันจะไปเหมือนเดิมได้ไงคะ เพราะงั้นที่หนูไม่ให้ผู้กองบอกคนอื่นว่าหนูเป็นแค่เพื่อนมันก็เป็นสิทธิ์ของหนูเหมือนกัน”

“สิทธิ์ของคุณ?”

“ใช่ค่ะ”

“ไม่ใช่มั้ง”

“จะไม่ใช่ได้ไงคะ ก็หนู-”

เสียงเข้มสวนมาก่อนที่เธอจะพูดจบประโยค “แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรในตัวผม เป็นเมียผมหรือไง”

แววตาของคู่สนทนาแข็งกร้าวจนหัวใจดวงน้อยวูบไหวขั้นรุนแรง ต่างกับนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่สั่นระริกด้วยความครั่นคร้าม 

“ก็...ก็หรือไม่ใช่ล่ะคะ ในเมื่อเรานอนด้วยกันแล้ว”

นัยน์ตาคมกล้าหลุบต่ำ มุมปากหยักเหยียดยิ้ม ก่อนพ่นวาจาเชือดเฉือนจิตใจผู้ฟังได้อย่างร้ายกาจ

“ได้กันแค่ครั้งเดียวหวังเป็นเมียผมเลยรึ?”

“...”

“รัม คุณหวังสูงไปนะ”

°. ﹏ ⋆ ﹏ ⋆ ﹏ .°

“พี่ชลลี่พูดถูก พวกตำรวจมันนิสัยไม่ดี”

21e8ad1f55439705e8ee5c04f885e9ff.jpg

Talk with บอวอ

สวัสดีคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านนะคะ ก่อนอื่นขอขอบพระคุณทุก ๆ กำลังใจที่มอบให้กันมาตลอดตั้งแต่เปิดเรื่องเมรีลุยไฟ จนมาถึงวันที่หมดโควตาลงเว็บ ทุก ๆ กำลังใจทำให้บอวอมีแรงปั่นจริง ๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเหนื่อยยังไงแต่แค่เห็นว่ามีคนรอก็มีไฟมาปั่นแล้ว ขอบคุณมาก ๆ นะคะ

หวังว่า #เมรีลุยไฟ จะเป็นนิยายที่ให้อะไรแก่คุณนักอ่านไม่มากก็น้อยนะคะ ส่วนตัวแค่มีนักอ่านเห็นชื่อปากน้ำปราณแล้วนึกถึงนิยายเรื่องนี้ แค่นี้ก็ดีใจมาก ๆ แล้วค่ะ

ขอบคุณที่รักน้องรัมและหยุมอาสามมาตลอดค่ะ

 

ebook meb พร้อมโหลดตอน 18:00 วันนี้ค่ะ (หกโมงเย็น)

 

รักเสมอ

บีวีเหมียว