บทที่ 7 ไม่มีใครต้องการระดับ F หรอก
บทที่ 7 ไม่มีใครต้องการระดับ F หรอก

จางชิงเยียนเดินทางมายังเกตที่แปรผัน เธอแสดงบัตรฮันเตอร์ของตัวเองให้เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าทางเข้าอยู่ สวนทางกับการอพยพ
พวกเขาเห็นบัตรฮันเตอร์ของเธอก็ปล่อยให้เข้าไปทันที
ไม่ว่าจะระดับไหน ตอนนี้ใครสู้ได้ก็เข้าไปก่อนเถอะ
เมื่อเข้ามาด้านใน ก็พบกับฮันเตอร์จำนวนหนึ่งที่ดูเหมือนกำลังเตรียมตัวเพื่อเข้าไปด้านใน
พวกเขาเห็นเธอมา ก็หันมามองกันเป็นตาเดียว
หญิงสาวคนหนึ่งที่แต่งตัวทะมัดทะแมง ท่าทางดูทรงพลังไม่เบา เดินเข้ามาถามตรง ๆ เลยว่า
“เธอเป็นฮันเตอร์ระดับไหน?”
จางชิงเยียนยิ้มแล้วตอบตรง ๆ ว่า “ระดับ F ค่ะ”
เมื่อได้ยินว่าระดับ F สายตาของทุกคนก็พลันเผยความดูแคลนออกมาอย่างชัดเจน จากนั้นก็ไม่สนใจเธออีก
ถึงกับมีเสียงแว่วออกมาจากฝูงชนว่า
“บ้าเอ๊ย! ตอนนี้ไม่มีใครต้องการระดับ F หรอก นี่มันเกตแปรผันจากระดับ D ไป C นะ ถ้าส่วนกลางไม่ส่งคนมาเราแย่แน่”
จางชิงเยียนไม่ได้หาข้อมูลเลยว่าเกตนี้ระดับเท่าไร รู้เพียงว่ามันแปรผันแล้ว ดังนั้นเธอเลยเดินทางมาเท่านั้น
และเธอก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องการโดนดูถูกแบบนี้
หญิงสาวคนที่มาถามเมื่อได้รู้ว่าเธอมีระดับต่ำที่สุด ก็เผยสายตาดูแคลนเช่นเดียวกับทุกคน แล้วพูดว่า
“งั้นเธอก็เฝ้าอยู่ด้านนอกนี่แล้วกัน คอยช่วยตำรวจอพยพคน”
จากนั้นหญิงสาวคนนั้นก็เดินจากไปอย่างไม่ไยดี
จางชิงเยียนไหวไหล่เล็กน้อย ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
ไม่ถึง 10 นาที เธอก็เห็นว่าพวกเขาฟอร์มทีมกันได้แล้ว และเข้าไปยังเกตที่แผ่พลังงานอย่างพลุ่งพล่านออกมา
เมื่อไม่ได้เข้าร่วมทีมด้วย จางชิงเยียนก็มีเวลาพิจารณาเกตอย่างจริงจัง
“เป็นสิ่งอัปมงคลอย่างหนึ่งจริง ๆ เหมือนพลังอนธการมาก ว่าแต่พลังอนธการจะเข้ามาปนเปื้อนโลกใบนี้ได้ยังไงกันนะ”
เธอหรี่ตามองพลังงานสีดำที่วังวนตรงกลางมีหลากหลายสีสันหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง เพื่อบอกว่ามันกำลังแปรผัน
การแปรผันที่ว่าก็เหมือนกับการพัฒนาตัวเอง
เธอเห็นทีมฮันเตอร์ประมาณ 40 คนที่รวมตัวกันเฉพาะกิจ เข้าไปด้านในแล้ว
จางชิงเยียนรออย่างใจเย็น เธอคิดว่าปล่อยให้พวกเขาเข้าไปสัก 10 – 20 นาที แล้วเธอค่อยตามเข้าไปก็น่าจะยังไม่สาย จะได้ไม่ต้องเจอกับพวกเขาจัง ๆ ด้วย
สายตาของเธอกวาดมองไปรอบบริเวณ เพื่อพิจารณาถึงสถานการณ์ที่อาจจะเลวร้ายที่สุด
ตรงนี้เป็นเขตที่อยู่อาศัย เกตที่ปรากฏขึ้นนี้เกิดขึ้นที่พื้นที่ส่วนกลางของแหล่งอพาร์ตเมนต์ระดับกลางแห่งหนึ่ง เดิมน่าจะมีผู้คนหนาแน่นไม่เบา แต่ตอนนี้มันเงียบสนิท คิดว่าคนคงอพยพไปหมดตั้งแต่ช่วงที่เกตนี้เกิดขึ้นแรก ๆ แล้ว
หากที่นี่พังลงไปจริงเกรงว่าต้องมีคนไร้บ้านไม่น้อยเลยทีเดียว
เมื่อคิดได้ดังนี้ จางชิงเยียนก็ตัดสินใจจับเวลา เห็นว่าผ่านไปประมาณ 10 นาทีแล้ว เธอจึงเตรียมจะเดินเข้าไป
ทว่าสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดก็เกิดขึ้นแล้ว
เกตหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ย่อและขยายตัวไปมา สุดท้ายมันก็แผ่ไอพลังงานลบออกมามหาศาลจนชวนขนลุก จากนั้นก็ขยายออกนับสิบเท่าจากขนาดเดิม
แล้วก็มีสิ่งมีชีวิตพุ่งออกมาอย่างรวดเร็วตัวแล้วตัวเล่า
“กรี๊ดดดดดด!!!” เสียงกรีดร้องดังก้องไปทั่วบริเวณ
สิ่งมีชีวิตที่รูปร่างคล้ายนก ไม่สิ คนที่มีแขนเป็นปีกนก สุดปลายแขนคือกรงเล็บแหลมคมน่ากลัว หน้าตาคล้ายอินทรี ดวงตาคมกริบสีแดงก่ำ ขนสีดำสนิททั้งตัว ขนาดตัวเท่ากับมนุษย์ปกติทั่วไป ส่วนขาของมันเหมือนอินทรีมากกว่าคน มีกรงเล็บขนาดใหญ่
และกรงเล็บนั้นจิกเข้าไปในร่างของเจ้าของเสียงกรีดร้องก่อนหน้านั้น เกิดเป็นภาพที่น่าสยดสยอง
แล้วมันก็ปล่อยให้ร่างของเธอร่วงลงมาจากกลางอากาศ
จางชิงเยียนมองดูดี ๆ
นั่นคือร่างของฮันเตอร์สาวที่เข้ามาถามระดับกับเธอก่อนหน้านั้น
ร่างของฮันเตอร์คนนั้นโดนเจาะอย่างโหดร้ายไม่พอ ยังโดนปล่อยลงมากลางอากาศ
สิ้นใจไปทั้งที่ดวงตาเบิกโพลงและไม่ยินยอม
เช่นเดียวกับฮันเตอร์อีกหลายคนที่เข้าไป ซึ่งก็โดนเจ้ามอนสเตอร์นี้จับแล้วเอาออกมาทิ้ง
ราวกับว่าพวกมันกำลังเล่นกับเหยื่อ หยอกเย้าพวกเขาด้วยความตาย
จางชิงเยียนหรี่ตาลง
ตอนนี้ยังมีอะไรไม่ชัดเจนอีก
เกตแตกแล้ว
และสิ่งที่เธอเห็นนี้ทำให้หญิงสาวต้องสบถออกมา
“บ้าฉิบ! ทำไมต้องเป็นตัวบินด้วยนะ! การูด้า! ไอ้พวกเวร!”
แม้ปากจะพูดบ่นไม่น่าฟังนัก แต่กระบี่บินของเธอที่สร้างจากพลังขั้นหลอมแก่น ซึ่งพลังร้ายกาจกว่าเดิมอย่างเทียบขั้นก่อนหน้าไม่ติด ก็ก่อตัวขึ้นรอบตัวเธอ แล้วมันก็บินออกไปด้วยความเร็วสูง
พุ่งเข้าหาเจ้าการูด้าเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว
เหล่าการูด้าที่เพิ่งจะได้ออกมาลำพองใจได้เพียงไม่นานเท่านั้น พวกมันก็โดนปลิดชีพอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
ทว่าจำนวนของพวกมันมีมหาศาล เจ้านกปีศาจเหล่านี้บินออกมาตัวแล้วตัวเล่า
จางชิงเยียนก็ใช้พลังจัดการพวกมันตัวแล้วตัวเล่าเช่นเดียวกัน
ตอนนี้พวกที่ทยอยออกมาใหม่รับรู้แล้วว่ามีศัตรูตัวฉกาจ คอยจัดการพวกมันอยู่ ปีศาจร้ายก็เริ่มเปลี่ยนกลยุทธ์ พวกมันรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน กระพือปีกอย่างรุนแรง ก่อเกิดเป็นลมพายุกระหน่ำ แล้วขนอันแข็งแกร่งปานเหล็กกล้าอันแล้วอันเล่าก็พุ่งตรงเข้ามาหาหญิงสาวอย่างไม่บันยะบันยัง
จางชิงเยียนรู้จักพวกมันดีมาก สมัยก่อนเธอหลบเจ้าพวกนี้อย่างทุลักทุเล
แต่ไม่ใช่กับนิวจางชิงเยียนคนนี้
เธอร่ายคาถาเกราะวิเศษ สร้างโล่พลังงานที่เบื้องหน้าตนเอง จากนั้นประสานมือ สร้างค่ายกลกระบี่เพลิงที่กลางอากาศ
กระบี่จำนวนกว่าพันเล่มเคลื่อนไหวเป็นวงรายล้อมปีศาจทั้งหลายเอาไว้
โล่วิเศษต้านแรงลมมหาศาลของเจ้าพวกปีศาจตัวร้ายเอาไว้ได้
สายตาของเธอจดจ้องมองพวกมันไม่ละไปไหน มือที่ประสานกันแปรเปลี่ยนไปมาเป็นมุทราที่สื่อความหมาย เรียกเอาพลังเซียนของเธอออกมาใช้
จากนั้นเธอก็รวบฝ่ามือเข้าด้วยกัน พร้อมกับพูดว่า “พิฆาต!”
กระบี่นับพันพุ่งเข้าจัดการการูด้าเหล่านั้นอย่างรุนแรง ไม่มีที่ให้พวกมันได้ถอยหนี
“แกว๊กกกกกก!!!”
เสียงกรีดร้องอันคับแค้นใจของพวกมันดังก้องไปทั่วบริเวณ การูด้านับร้อยที่หลุดออกมาจากเกต ยังไม่ทันได้ออกอาละวาดสมใจนึก ก็ตกมาตายตกอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจทั้งแบบนี้
ภาพที่เหล่าฮันเตอร์บางคนที่รอดออกมาจากเกตได้เห็น ทำเอาพวกเขาอ้าปากค้าง
“เฮ้ย! อะไรวะ!”
“เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย ไหนสาวน้อยคนนั้นบอกว่าตัวเองระดับ F ไง F บ้า F บออะไรวะ โหดฉิบ!”
“ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้น ประเด็นคือเกตแตกแล้ว รีบรายงานขอความช่วยเหลือก่อนเร็ว!”
เหล่าฮันเตอร์ที่ล้มเหลวในการเข้าไประงับเกต ซึ่งหนีออกมาได้บางส่วนเร่งรายงานสถานการณ์
หลายคนที่พอจะมีฝีมือบ้างก็รีบเข้ามาช่วย แต่สภาพของพวกเขาก็ค่อนข้างอนาถทีเดียว
เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะเจ้าพวกการูด้ามันบินได้ เลยทำให้การต่อสู้ยากลำบาก
จางชิงเยียนเห็นพวกเขาแล้ว เธอไม่ได้สนใจพวกเขา ตอนนี้ เธอสนแต่ว่าจะไม่ให้เจ้าพวกนี้หลุดออกไปสร้างความเสียหายได้อย่างไรบ้าง พลังขั้นหลอมแก่นถูกเอามาใช้ราวกับแม่น้ำหลาก ค่ายกลอันแล้วอันเล่าที่เธอสร้าง ก็เพื่อกักพวกมันที่ทะลักออกมาจากเกตเอาไว้อย่างสุดความสามารถ
“เจ๋ง! น้องสาว กักเอาไว้นะ พี่กำลังไปตามคนมาช่วย”
“โทรก็พอไอ้เวรนี่ วิ่งหนีไปทำไม!”
“เฮ้ย! มันหนีไปจริง!”
“ส่วนกลางจะมาหรือยัง!”
ความวุ่นวายเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะเจ้าหน้าที่ด้านนอกย่อมสังเกตเห็นแล้วว่าเกตแตก
เสียงเตือนภัยดังก้องไปทั่วบริเวณ
เวลานี้ไก่ก็บินสุนัขก็กระโดด
มีเพียงจางชิงเยียนที่ใช้พลังของตัวเองอย่างเต็มที่ เจ้าพวกการูด้าออกมาหนึ่งก็จัดการหนึ่ง ออกมาสิบก็จัดการสิบ
มีกองเชียร์เธอมากมายเลยทีเดียว
“สุดยอด! น้องสาวโคตรโหด!”
“อูย! กระบี่บินทะลวง น้องสาวธาตุไฟเหรอ อย่างเท่เลย!”
“ก่อนหน้านั้นไม่ใช่บอกว่าระดับ F เหรอ?”
“น้องเขาอาจจะอยากเป็นหมูหลอกกินเสือก็ได้”
จางชิงเยียนกลอกตา
“ถ้าว่างนักก็มาช่วยกันหน่อยสิ!” เธอหันไปตวาดแว้ดใส่คนเหล่านั้น
คนเหล่านั้นที่หลบไปเป็นกองเชียร์อย่างเดียวยิ้มแห้ง
“แหะ ๆ น้องสาว อย่าถือโทษกันเลยนะ ตัวบินน่ะ พวกพี่ไม่ไหวจริง ๆ พวกพี่มันสายประชิดตัว”
จางชิงเยียนไม่สนใจพวกเขาอีก
เธอจัดการการูด้าไปมากมาย ไม่กล้าประมาท เพราะหญิงสาวรู้ดีว่าตัวที่ร้ายกาจกว่านี้ยังไม่โผล่
ใช่ จนป่านนี้บอสของเกตก็ยังไม่โผล่ออกมาเลย
เธอต้องสงวนพลังเอาไว้จัดการมันด้วย
พลังขั้นหลอมแก่นแม้จะมาก แต่ก็เทียบได้กับฮันเตอร์ระดับ C เท่านั้น ยังมีขีดจำกัด
เธอยังต้องการเวลาที่จะบ่มเพาะพลังของตัวเอง ซึ่งมันไม่ได้ง่าย ที่โลกนี้ไม่ใช่แดนเซียน ไม่มีไอเซียนให้เธอได้ดูดซับ ยกเว้นแต่ในเกต แต่ในเกตเข้าไปก็ใช่ว่าจะมีเวลาดูดซับ
สำหรับเวลาที่ได้รับมาจำกัดนี้ เธอมาขั้นหลอมแก่นได้ก็ปาฏิหารย์มากแล้ว
รถสปอร์ตคันที่แสนจะคุ้นตา ขับตรงดิ่งมายังเกตแปรผัน เซียวซีหยางเหยีบคันเร่งมิด เขาเห็นเกตที่ขยายตัวซึ่งเป็นสัญญาณว่าเกตแตกอยู่ไกล ๆ สายตาของเขาคมกริบ
“เฮ้ย! เบาโว้ย! ยังไม่อยากไปเยี่ยมยมบาลก่อนได้ไปจัดการเกตนะ”
จี้ซั่นที่นั่งมาข้าง ๆ เกร็งตัว ช่วยเพื่อนเบรกเต็มที่ แต่เสียอย่างเดียวที่เท้าเขามันไม่ได้เหยียบเบรกจริง ๆ
ส่วนพ่อคุณทูนหัวที่เป็นคนขับก็เหยียบคันเร่งเสียมิด
ไม่เคยกลัวตายในเกต กลัวตายตอนนั่งรถกับมันเนี่ยแหละ!
“หึ!” เซียวซีหยางส่งเสียงเยาะเย้ยเล็กน้อย เขาหักดริฟท์รถเข้าทางโค้ง จากนั้นก็เข้าใกล้การต่อสู้มากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเท้าของเขาก็สลับไปเหยียบเบรกทันที
เอี๊ยด!
เสียงยางเสียดสีถนนดังลั่น รถสมรรถนะเยี่ยมที่ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันและแม่นยำหยุดกึก
เซียวซีหยางลงจากรถมาทันใด ในมือของเขาคือหอกสีเงินยวงที่มีลายมังกรขนดรัดพันเอาไว้ที่ใต้ส่วนคมหอกอย่างสวยงาม สายตาของเขามองการต่อสู้ตรงหน้า
เมื่อเห็นว่าเจ้าการูด้าโดนกักเอาไว้ด้วยกระบี่บินเพลิงสีสันเจิดจ้า ตายลงตัวแล้วตัวเล่า การต่อสู้ไม่ได้ห่างจากเกตไปมาก และไม่มีมอนสเตอร์ที่ออกจากบริเวณนี้ไปได้เลย ชายหนุ่มก็ตกตะลึงเล็กน้อย
เขามองเห็นผู้ที่ใช้กระบี่บินอย่างดุดัน สายตาของเขาหรี่ลง
ทำไมเขาจึงคุ้นหน้าของหญิงสาวคนนั้นนัก
ในหัวของเขาลืมเรื่องสาวน้อยที่ตัวเองอุ้มพาไปหาหมอก่อนหน้านั้นเรียบร้อยแล้ว
แต่ตอนนี้สิ่งที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าก็คือหอกในมือของเขา
หอกหยินเหลยตอนนี้สั่นเป็นเจ้าเข้า จากนั้นก็ราวกับว่ามันกำลังดิ้นรนอย่างสุดกำลัง และในตอนที่เซียวซีหยางไม่ทันได้ระวัง มันก็พุ่งหลุดออกจากมือของเขา
ดิ่งตรงไปยังจางชิงเยียนที่กำลังวุ่นวายอยู่ด้านหนึ่ง
จี้ซั่นเห็นภาพนี้แล้วก็ตกตะตึง เข้าใจผิดว่าเพื่อนเป็นคนพุ่งหอกไปหาหญิงสาวแสนสวย ที่ดูก็รู้ว่ากำลังทุ่มเทจัดการมอนสเตอร์อย่างเต็มกำลัง
“เฮ้ย! นายทำอะไร จะทำร้ายสาวน้อยคนนั้นทำไม”
“ฉันเปล่า” เซียวซีหยางขมวดคิ้วมุ่น เขารีบพุ่งตัวเข้าไปจับหอกเล่มนั้นเอาไว้อย่างรวดเร็ว
จางชิงเยียนรับรู้ได้ถึงความรู้สึกอันแสนจะคุ้นเคยประการหนึ่ง เมื่อเธอละสายตา ก็เห็นว่ามีวัตถุสีเงินยวงพุ่งตรงมาที่เธอ
ดวงตาของเธอเบิกกว้าง
ในใจคิด
‘ฉิบ! เจ้าเพื่อนยาก แกจะมาทำให้ฉันโป๊ะตอนนี้ไม่ได้นะ!’
แต่ความรู้สึกโหยหาและคิดถึงก็ออกมาจากก้นบึ้งของจิตใจจริง ๆ
ทว่าเธอได้เห็นใบหน้าของเซียวซีหยางที่พุ่งเข้ามาจับหยินเหลยเอาไว้ได้ทัน เห็นใบหน้าของจี้ซั่นที่ตกตะลึง
เธอก็รีบรวมฝ่ามืออีกครั้ง จัดการการูด้าอีกฝูงอย่างไม่ลังเล
หันมาหาชายที่มองเธออย่างพินิจพิจารณา ตอนนี้เธอรู้สึกว่าสายตาของเขากำลังปอกเปลือกของเธอออกทีละนิด ๆ
จางชิงเยียนยิ้มแห้งส่งไปให้เขา พยายามทำหน้าไร้เดียงสา
“คุณ มาจากส่วนกลางสินะคะ พอดีเลย ฉันพลังหมดแล้ว จากนี้ฝากคุณด้วยแล้วกัน”
พูดจบปุ๊บก็เตรียมเดินออกมาปั๊บ
ไม่สนแล้วโว้ย! หนีก่อนค่อยว่ากัน!
ทว่าหยินเหลยไม่ยินยอม มันยังดิ้นรนในกำมือของเซียวซีหยาง สุดท้ายพอดิ้นรนมากเข้า ก็รวบรวมพลัง พุ่งตัวด้วยความโกรธ จะตรงมาหาหญิงสาวให้ได้
เห็นได้ชัดว่าเจ้าเพื่อนยากของเธอจดจำเธอได้
ใจหนึ่งเธอก็ยินดีมาก ยินดีแทบคลั่ง อยากจะรับเอาหยินเหลยมาลูบคลำให้สะใจ
แต่ตอนนี้เธอทำแบบนั้นไม่ได้นี่นา
เรื่องของเธอบอกไปใครจะเชื่อ เธอไม่อยากถูกมองว่าเป็นคนบ้านะ
อีกอย่างชีวิตที่จบไปแล้วก็คือจบไปแล้ว ทุกอย่างก็สมควรเริ่มใหม่ คนก็ต้องมูฟออน
จางชิงเยียนคิดว่าแม้มันจะดูใจร้ายไปหน่อย แต่เธอต้องตัดใจ
“เดี๋ยว!” เซียวซีหยางอยากจะรั้งร่างปราดเปรียวที่เขารู้สึกคุ้นเคยแปลก ๆ เอาไว้
“เฮ้ย! ซีหยาง บอสมาแล้ว!”
จนใจที่จี้ซั่นตะโกนออกมาก่อน
และบอสของเกตก็ออกมาแล้วจริง ๆ
มันคือการูด้ายักษ์ที่ตัวสูงประมาณ 6 เมตร ปีกกางออกกว้าง กรงเล็บอันหน้าหวาดหวั่นสยายออก ส่งเสียงคำรามน่าหวาดหวั่น
เซียวซีหยางมองจ้องร่างที่วิ่งหนีไปแล้วด้วยสายตาคมกริบ จากนั้นเขาก็หันมาหาบอสที่ออกมา สีหน้าของเขาเย็นชา ทั่วทั้งร่างแผ่ไอความร้อนไม่บันยะบันยัง
หอกหยินเหลยในมือตอนนี้เคลือบเอาไว้ด้วยพลังเพลิงของชายหนุ่ม มันสงบเสงี่ยมลงเมื่อเจอกับบอส ราวกับรู้ความดีว่าตอนนี้อะไรที่สำคัญกว่า
ดังนั้นเซียวซีหยางจึงตวัดหอกอย่างดุดันเพียงครั้งเดียว พลังเพลิงอันร้อนแรงก็พวยพุ่งขึ้นฟ้าราวกับเสาเพลิง
และเสานั้นก็แผดเผาร่างของบอสที่เพิ่งจะออกมาเฉิดฉายได้ไม่นาน จนมอดม้วยเหลือเพียงเถ้าถ่าน
ต่อมาจี้ซั่นและเขาก็จัดการมอนสเตอร์ที่ยังเหลือรอด ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีจากนั้น เกตที่บ้าคลั่งก็สงบลงราวกับไม่มีพิษมีภัย
ทุกอย่างจบลงแล้ว
เซียวซีหยางยังคงอยู่ที่เกิดเหตุ ตอนนี้เขากำลังใคร่รู้ต่อเรื่องราวของหญิงสาวคนนั้นที่หายไปอย่างรวดเร็ว ไม่รอรับฟังส่วนแบ่งผลประโยชน์ด้วยซ้ำ
มีกฎของการแบ่งผลประโยชน์ของฮันเตอร์อยู่
หากว่าเป็นการรวมตัวกันเฉพาะกิจ ให้สมาชิกออกมาประเมินผลงานกันและกัน ใครทำมากได้มาก ใครทำน้อยได้น้อย
ข้อดีคือหากเจอทีมที่ยุติธรรมก็แล้วไป แต่หากเจอทีมที่เอาเปรียบก็ซวยไป แบ่งผลประโยชน์กันยากมาก เสี่ยงเกิดข้อพิพาทกันได้ง่ายมาก
และตอนนี้หญิงสาวคนนั้นที่หนีไปก็มีผลงานมากที่สุด เธอสมควรได้รับส่วนแบ่งจำนวนมาก แต่คนกลับหนีไปก่อนแล้ว
ทุกคนค่อนข้างงุนงง
ฮันเตอร์หลายคนยืนยันว่าสาวน้อยคนนั้นเก่งมาก แต่เธอบอกว่าเธออยู่แค่ระดับ F เท่านั้น
“ไปถามมาให้แล้ว เธอชื่อจางชิงเยียน เป็นฮันเตอร์ระดับ F จริงด้วย” จี้ซั่นเอาข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ที่เฝ้าหน้าทางเข้ามาบอกเพื่อนอย่างรวดเร็ว
ดวงตาคมของเซียวซีหยางฉายแววครุ่นคิด เขายังมองหยินเหลยที่ตอนนี้สงบลงแล้วในมือของเขา ในใจรู้สึกหลากหลาย
ราวกับว่าตอนนี้มันไม่ได้แค่สงบลง แต่มันกำลังเศร้า
หัวคิ้วของเซียวซีหยางขมวดมุ่น เขาบอกจี้ซั่นว่า
“ขอข้อมูลโดยละเอียดของจางชิงเยียนหน่อย ขอด่วน”
จี้ซั่นมองเพื่อนด้วยสายตาเคลือบแคลง จินตนาการของตัวเองกำลังทำงานอย่างบ้าคลั่ง
“...นาย เล็งเธอเอาไว้เหรอ เธอยังเด็กอยู่เลยนะ”
“...”
เซียวซีหยางหมดคำจะพูด
บางครั้งเขาก็นึกอยากจะเคาะสมองของเพื่อนตัวเองออกมาดูสักหน่อยว่าในนั้นมีอะไรอยู่บ้างจริง ๆ
ละครหลังม่าน
เซียวซีหยาง : ไปสืบมา! /// สั่งการ
จี้ซั่น : ครับพ่อ! อืม อายุ หน้าตา สัดส่วน /// รับคำสั่ง สืบอย่างรวดเร็ว
เซียวซีหยาง : ...ให้ไปสืบความเป็นมา /// เหนื่อยใจ
จี้ซั่น : แหม คนซึน /// ทำหน้ารู้ทัน
เซียวซีหยาง : ... /// กดบล็อก

Writer's talk :
น้อง เนียนมั้ยถามใจดู อิอิ
เขาเจอกันแล้วค่ะ
ยังไม่ได้ตรวจคำผิดนะคะ
รักมากนะ
ปล.ไม่ได้ลืมติดเหรียญนะคะ แต่พี่เด็กดีเขายังติดไม่ได้ค่ะ ติดเหรียญตอนหน้านะ คืนกำไรให้นักอ่าน
