บทนำ สายฟ้าลงทัณฑ์คนใจบาป
บทนำ สายฟ้าลงทัณฑ์คนใจบาป

สหัสภพซานเซียนตี้ ว่ากันว่าคือแดนเซียนที่ประกอบไปด้วยแดนเซียนหลัก และล้อมรอบไปด้วยโลกต่าง ๆ มากมายถึงสามพันโลก โลกเหล่านี้ล้วนแต่เป็นบริวารของแดนเซียน เกื้อหนุนพันเกี่ยวกันไว้ด้วยมรรคผล ดึงรั้งกันไว้ด้วยแรงกรรม แต่ละโลกล้วนเป็นเอกเทศ แต่ก็ไม่ใช่เอกเทศ มีเพียงอริยะเซียนแสนลึกล้ำเท่านั้นที่สามารถเดินทางอย่างอิสระเข้าสู่สามพันโลกได้เพียงแค่ก้าวเดินไม่กี่ก้าว
สิ่งมีชีวิตทั้งหลายในแดนเซียน พวกเขาเฟ้นหาความเป็นอมตะ หากได้ย่างก้าวเข้าสู่แดนเซียน ที่นั่นจะเต็มไปด้วยโอกาสและวาสนามากมาย สำหรับพวกเขาดินแดนสามพันโลกล้วนอยู่ไกลเกินกว่าที่จะเข้าใจ
เพียงแดนเซียนอย่างเดียวก็กว้างใหญ่เกินหยั่ง มหาสมุทรทั้งพัน ทิวมหาบรรพตทั้งหมื่น มหาคงคาทั้งแสน และอาณาจักรเซียนทั้งล้าน เพียงแค่สิ่งเหล่านี้ก็ทำให้พวกเขาเฟ้นหาโอกาสในการบำเพ็ญได้ไม่รู้จบ
จางชิงเยียน เข้ามาสู่โลกเซียนแห่งนี้อย่างงง ๆ เธอได้แต่กะพริบตาปริบ ๆ
เธอจำได้ว่าโลกเดิมของเธอเกิดสิ่งที่เรียกว่า ‘เกต’ โผล่ขึ้นมาแบบสุ่มไปตามแต่ละพื้นที่ สร้างความตื่นตระหนก หวาดกลัว และเดือดร้อนไปทั่วทุกหย่อมหญ้า
หากปล่อยให้มันแตกออก สิ่งชั่วร้ายด้านในก็จะทะลักออกมา ปีศาจร้ายที่ภายหลังเราเรียกมันว่า ‘มอนสเตอร์’ คร่าชีวิตผู้คนนับล้านภายในเวลาอันสั้น พังบ้านเมืองพินาศ กัดกินเลือดเนื้อของผู้คนอย่างน่าสยดสยอง
ทุกคนคิดว่าโลกกำลังจะจบสิ้นลงแล้ว
สิ่งที่ตามมากับเกตอีกอย่างหนึ่ง ราวกับเป็นทางรอดของมวลมนุษยชาติ นั่นก็คือการมอบพลังในการต่อสู้ให้มนุษย์ทั้งหลาย
มนุษย์หลายคนเข้าสู่สภาวะ ‘ตระหนักรู้’ จากนั้นพวกเขาก็ได้รับ ‘พลัง’ ในรูปแบบต่าง ๆ กัน แล้วใช้พลังนั้นในการต่อกรกับศัตรูที่แสนร้ายกาจ ซึ่งพวกเขาแทบไม่มีเวลาได้ทำความรู้จักพลังเหล่านั้นอย่างดีด้วยซ้ำ ทำได้แค่หลับหูหลับตาสู้ มนุษยชาติสูญเสียไปมากมายมหาศาล และไม่มีอะไรมาทดแทนได้ แต่พวกเขาก็ต้องพยายามสู้ต่อไป
วันที่เกิดเกตขึ้นครั้งแรกถูกเรียกขานว่านั่นคือ ‘วันมหาวิบัติ’
ในตอนที่เกตแรกปรากฏขึ้นมาเธอมีอายุได้ 15 ปีเท่านั้น ความสูญเสียต่อหน้า ทั้งครอบครัว เพื่อน คนที่เธอรักและห่วงใยมากมายหายไปทีละคน ทำให้ชีวิตของเด็กสาวมัธยม ที่ในหัวยังมีแค่เรื่องของดาราสุดหล่อที่ชอบ พลิกตลบ
หญิงสาวเข้าสู่สภาวะตระหนักรู้ จากนั้นเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ในมือของเธอก็ปรากฏหอกเล่มหนึ่ง สีเงินสวย สลักลวดลายมังกร ยามที่ตวัดแทง มีประกายไฟลากผ่าน ม้วนตลบขึ้นเป็นรูปร่างของมังกรเพลิงอันน่าเกรงขาม
และนั่น...คือจุดเริ่มต้นของฮันเตอร์ระดับ SSS คนแรกของโลก
ฮันเตอร์ที่มีนามว่า ‘ลู่ซือเยียน’
เธอต่อสู้กับเกตเหล่านี้มาเนิ่นนาน ทว่าสำหรับเธอราวกับผ่านไปเพียงครู่เดียวเท่านั้น
เผลอไปแป๊บเดียวเวลาก็ผ่านไปนานถึง 20 ปี
เธอมีทุกอย่างที่คนธรรมดาจะใฝ่ฝันถึงได้ ทั้งเงินทอง ชื่อเสียง ลาภยศ
สิ่งเดียวที่เธอไม่มีก็คือครอบครัว
เธอมีเพื่อนมากมาย มิตรสหายหลายคนก็แทบจะตายแทนกันได้
ทว่าสำหรับเธอ การมีครอบครัวจะยิ่งทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังมีจุดอ่อน ยิ่งในช่วงเวลาที่วิกฤติแบบนี้ เธอรู้สึกว่าหากตัวเองมีลูก เธอจะต้องมานั่งพะวงถึงพวกเขาอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้นแน่นอน
ที่สำคัญที่สุด หากเธอตายไปพวกเขาจะอยู่อย่างไร
ดังนั้นลู่ซือเยียนจึงไม่มีครอบครัว ไม่คิดสร้างห่วงให้ตนเองเช่นนี้
เธอเป็นแกนนำในการจัดการเกตมากมายบนโลก มีชื่อเสียงโด่งดัง ไม่มีใครไม่รู้จักเธอ กลายเป็นฮันเตอร์ระดับ SSS อันดับหนึ่ง
จนกระทั่งมาเจอเกตแปรผันระดับ SSS ที่แตกออก
ในหัวของเธอยังคงจดจำเหตุการณ์ช่วงสุดท้ายในชีวิตนั้นได้ดี
‘เกตแปรผัน’ คือเกตที่ปรับเพิ่มระดับขึ้นมากะทันหัน และมันเป็นเกตที่ต้องได้รับการจัดการอย่างเร่งด่วนที่สุด หากจัดการไม่ทัน เกตนั้นจะแตกในเวลาอันรวดเร็ว และมอนสเตอร์ที่ร้ายกาจเกินกว่าที่จะจินตนาการได้ จะออกมาจากเกต สร้างความเสียหายจนไม่อาจประเมินค่าได้
เกตแปรผันนั้นมีระดับ SSS เป็นเกตที่ระดับสูงที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยรับมือมา
ในความทรงจำของเธอ ยังจดจำดวงตาเย็นชาสูงส่ง มองมวลมนุษย์ราวกับมดปลวกของมังกรยักษ์ตัวนั้นได้
มังกรยักษ์ที่ราวกับหลุดออกมาตามตำนานความเชื่อของประเทศเธอ ทั้งงดงาม ทั้งดูสูงส่ง เสียงกรีดร้องคำรามของมันสั่นสะเทือนขวัญของผู้คน
แต่มันกลับนำพาหายนะมาสู่ประเทศที่เคยเชื่อว่ามันคือสัตว์เทพผู้พิทักษ์
ลู่ซือเยียนในตอนนั้นสู้จนสุดใจ ทุ่มเทพลังทั้งหมดของเธอจนเลือดหยดสุดท้าย การต่อสู้กินเวลาเนิ่นนาน ราวกับจะพลิกฟ้าคว่ำดิน
เธอคิดแลกชีวิตกับมัน
แล้วเธอก็ทำสำเร็จ
“พี่ซือเยียน!” เสียงทุ้มพร่าตอนนั้นร้องเรียกเธอด้วยหัวใจแตกสลาย
เธอมองเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่มีพลังคล้ายกับเธอ ยังใหม่มาก ยังอ่อนเยาว์เหลือเกิน เขาเป็นคนที่มีอนาคต เธอก็ฝึกสอนเขาอย่างจริงจัง
เด็กคนนี้ติดตามเธอราวกับหางน้อย ๆ
ในตอนที่หอกสุดท้ายของเธอจะปลิดชีพมังกรร้าย เธอหันมายิ้มอย่างงดงามให้เด็กหนุ่มคนนั้น
ฉากนี้สุดแสนจะเท่
อย่างน้อยก็ในความคิดของเธอ
“ไอ้หนู ไฟของนายน่ะ มันยังแรงไม่พอนะ”
แล้วหอกไฟของเธอก็ตวัดฉับ เปลวเพลิงอันแสนร้อนแรงแผดเผาโชติช่วง ปลิดชีพของมังกรร้ายที่เตรียมจะระเบิดพลังเฮือกสุดท้ายของมัน
แล้วก็ปลิดชีพของเธอลงไปด้วย
“ไม่!!!”
จากนั้นลู่ซือเยียนก็ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ในโลกอันแสนจะแฟนตาซีอย่างแดนเซียน
โลกซานเชียนตี้ที่มีแดนเซียนเป็นศูนย์กลาง
เธอถือกำเนิดในครอบครัวเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง เป็นชาวบ้านธรรมดา
ที่โลกนี้ เธอมีนามว่า ‘จางชิงเยียน’
‘เยียน’ ตัวอักษรเดียวกับลู่ซือเยียนนั่นแหละ
เดิมทีก็คิดว่าคงได้ใช้ชีวิตอันแสนเรียบง่ายและอบอุ่น ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ แต่งงาน มีครอบครัว นินทาผู้อื่นไปวัน ๆ
แต่เมืองเล็ก ๆ บ้านเกิดของเธอดันถูกรุกรานโดยสัตว์อสูร พรากชีวิตครอบครัวที่รักยิ่งจากไปจนหมด
ในขณะที่เธอคิดว่าตัวเองกำลังจะตายตกจากคมเขี้ยวอสูรร้าย
ตอนนั้นเองที่เธอได้เห็นรัศมีโชติช่วงของผู้บำเพ็ญเซียนคนหนึ่ง เขาเหยียบกระบี่ ขี่มาอย่างรวดเร็ว จัดการอสูรร้ายภายในกระบี่เดียว ทั่วทั้งร่างเปี่ยมไปด้วยแสงเรืองรองราวกับมีหลอดไฟติดไปทั่วร่าง
ชายผู้นั้นหันมาเห็นเธอ เขาก็ชะงักไป
ทั้งสองคนจ้องตากันและกันไปมา
ความคิดแรกในหัวของเธอก็คือ
‘หล่อชะมัด หล่อเว่อร์ หล่อแบบไม่คิดเผื่อแผ่ใครแล้ว หล่อแบบทุกคนในโลกนี้คืออัปลักษณ์ไปในทันที ดาราโลกก่อนชิดซ้ายไปเลย’
ส่วนความคิดของบุรุษผู้นั้นก็คือ
‘เหตุใดเด็กน้อยผู้นี้จึงดูซื่อบื้ออยู่บ้าง’
ชายคนนั้นนับนิ้วคำนวณอะไรอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็เผยสีหน้าประหลาดใจ
เธอคิดในใจ ‘ดูสิ คนหล่อ ขนาดทำหน้าสงสัยยังหล่อฉิบหาย’
แน่นอนว่าตอนนี้เธอเป็นเพียงเด็กน้อยวัยสามขวบ ตัวกระเปี๊ยกเดียวเท่านั้น แม้ว่าความทรงจำจากชีวิตก่อนจะยังอยู่ครบ แต่ในโลกนี้เธอก็ไม่อาจแสดงออกมาอย่างชัดเจนได้
ไม่อย่างนั้นผู้คนรอบข้างอาจจะหาว่าเธอเป็นปีศาจร้ายก็เป็นได้ จึงทำได้แค่ต้องแอ๊บเด็กอยู่เสมอ
สายตาของเซียนคนหล่อตรงหน้ามองมาที่เธอนิ่ง จากนั้นเขาก็พูดว่า
“เจ้ามีวาสนากับข้าอยู่บ้าง”
เธอคิดในใจ ‘จะขอเธอแต่งงานเหรอ แต่เธอยังเด็กอยู่นะ!’
แต่ตัวยินยอมพร้อมใจมาก
เซียนผู้นั้นกล่าวโดยที่ไม่ได้รับรู้ความคิดฟุ้งซ่านเหลวไหลของเธอ
“มากับข้าเถิด กราบข้าเป็นอาจารย์ เจ้ามีรากปราณเซียน เข้าสู่เส้นทางบำเพ็ญเถิด”
จากนั้นเธอก็ฝังศพบิดา มารดา พี่ ๆ ญาติมิตรทั้งหลาย ด้วยความช่วยเหลือของเขา แล้วติดตาม ‘อาจารย์สุดหล่อโคตร ๆ’ กลับสำนัก
คิดเอาไว้แล้วว่าชีวิตนี้เธอได้กำไรแล้ว
มีอาจารย์หล่อให้มองทุกวัน เธอจะเป็นเด็กน้อยที่ออดอ้อนเขาตลอดไป
จางชิงเยียนเข้ามายังสำนักเทียนเซียน สำนักบำเพ็ญอันดับหนึ่งแห่งแดนเซียน เป็นศิษย์สายในของผู้อาวุโสนามเมิ่งเยว่เซียนจวิน ผู้บำเพ็ญขั้นมหายาน เป็นชายหนุ่มที่มีพรสวรรค์สูงสุด โดดเด่นที่สุดของสำนัก
ก็คืออาจารย์แสนหล่อเหลาของเธอนั่นแหละ
รูปก็งาม นามก็เพราะ คนหล่อนี่มันเจริญหูเจริญตาดีเหลือเกิน
เด็กน้อยแก่แดดแก่ลมจางชิงเยียนกลายมาเป็นศิษย์ตัวน้อยของเขา เพราะเธอมีรากปราณนภาเบญจธาตุ คุณสมบัติเลิศล้ำเหนือแดนดิน ทำให้ชะตาต้องกับผู้อาวุโสท่านนี้
ทุกอย่างมันก็ดูเหมือนจะดี
ติดตรงที่ว่าจางชิงเยียนผู้มีคุณสมบัติเลิศล้ำช่างซุกซนเหลือเกิน จับเธอมานั่งบำเพ็ญดี ๆ นั่งวิปัสสนา เธอก็นั่งได้ไม่ถึงชั่วยามด้วยซ้ำ ยุกยิกราวกับมีมดไต่ไปทั้งตัว ชอบวิ่งเล่น ชอบกินเป็นที่สุด
เธอใช้ชีวิตเพื่อคนอื่นมาหนึ่งชาติ ชาตินี้เธออยากที่จะใช้ชีวิตสบาย ๆ บ้าง มีคนหล่อคนงามให้มองทุกวัน มีคนหาอาหารมาให้ มีธรรมชาติสวย ๆ บำบัด มีอะไรไม่ดีกันเล่า
แม้ว่าข้างนอกนั่นจะมีสัตว์อสูร ปีศาจ หรือกระทั่งผู้บำเพ็ญสายมารที่น่ากลัวมากมาย แต่ชีวิตในสำนักช่างสุขสงบดีแท้
เดิมตั้งใจเอาไว้แล้วว่า เธอจะใช้เวลาเที่ยวเล่นจนมีอายุสักร้อยสองร้อยปีแล้วค่อยมานั่งบำเพ็ญเพียรอย่างจริงจัง
แต่เธอก็อยากให้หน้าท่านอาจารย์แสนหล่อเหลา เลยต้องฝึกบำเพ็ญบ้าง ให้พอที่จะสามารถคุยโม้โอ้อวดผู้อื่น ไม่ทำให้อาจารย์ต้องขายหน้า
สุดท้ายเธอก็บรรลุระดับสร้างรากฐานตอนอายุ 8 ปี หลอมแก่นตอน 20 ปี และรวมปราณตอน 60 ปี
นับว่าพรสวรรค์ที่มีติดตัวมาไม่เสียเปล่าแล้ว
เมื่อไม่ได้ทำให้สุดหล่อขายหน้า ในที่สุดเธอก็กราบลาอาจารย์ออกไปเที่ยวเล่นที่นอกสำนัก
อาจารย์มองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าในใจระอาเต็มที อยู่ด้วยกันมาเนิ่นนานปานนี้ เขายังถามตัวเองอยู่ทุกวัน ว่ามหาเคราะห์ใด ดลจิตดลใจให้เขาไปพบเจอกับเจ้าศิษย์จอมขี้เกียจ และไม่เหมือนใครคนนี้ได้หนอ
แต่เขาก็รักเอ็นดูนางมากจริง ๆ
“อาจารย์ ข้าอยากสั่งสมประสบการณ์” เธอทำสีหน้าออดอ้อนอย่างที่ได้ผลเสมอ อีกนิดจะเข้าไปกอดขาคนหล่อแล้ว
“เจ้าก็แค่อยากเที่ยวเล่นมิใช่หรือ” กระนั้นน้ำเสียงของเมิ่งเยว่เซียนจวินก็แฝงไปด้วยความเอ็นดูอย่างเต็มเปี่ยม น้ำเสียงอ่อนใจไม่เบา
“...แหม เที่ยวเล่นก็ยังถือว่าเป็นประสบการณ์นะเจ้าคะ”
เอาเถอะ เนิ่นนานเพียงนี้ มีแค่อาจารย์ที่เลี้ยงเธอมากับมือเท่านั้นที่รู้เช่นเห็นชาติตัวเธอทะลุปรุโปร่ง
แต่ตอนนี้หญิงสาวเลยระดับคำว่าอายไปนานแล้ว เธอหน้าหนาอย่างมากทีเดียว
กับอาจารย์คนหล่อคนนี้เธอไร้มาดใด ๆ ด้วยมานานแล้ว
เช็ดก้นกันตั้งแต่ตอนเด็กก็ทำมาแล้ว จะมาอายอะไรอีกเล่า
เมิ่งเยว่มองลูกศิษย์สาวตัวป่วนที่มีคุณสมบัติเลิศล้ำ เสียอย่างเดียวคือสุดแสนจะขี้เกียจและติดเล่นคนนี้ แต่ก็ไม่เคยทำให้เขาผิดหวังนิ่ง
บัดนี้นางเติบใหญ่เป็นหญิงสาวสะคราญที่งดงามเป็นหนึ่งไม่มีสอง ผิวพรรณผุดผ่องเป็นยองใย ดวงตากลมโตราวกับตากวางหวานซึ้ง ยิ่งยามแย้มยิ้มดวงตาจะโค้งอย่างงดงาม พาให้รู้สึกว่าโลกใบนี้ช่างสดใส ราวกับว่าเรื่องราวบนโลกใบนี้ไม่อาจทำให้นางร้อนใจได้
เซียนหนุ่มที่อายุไม่หนุ่มนักค่อนข้างภาคภูมิใจ
นี่คือศิษย์ตัวน้อยที่เขาฟูมฟักมาแต่เด็ก ประดุจบุตรสาวอย่างแท้จริง
“เอาเถิด เจ้าเติบใหญ่แล้ว ก็สมควรที่จะออกไปข้างนอกบ้างจริง ๆ ออกไปพิจารณาถึงสัจธรรมของชีวิตเถิด หากมีอะไรเกิดขึ้นจำไว้ว่ายังมีอาจารย์อยู่”
จางชิงเยียนยิ้มหวานงดงามเป็นที่สุด
“ข้ารักท่านอาจารย์ที่สุดเลยเจ้าค่ะ”
จากนั้นเธอก็รีดไถ เอ่อ...ออดอ้อนเอาสมบัติล้ำค่าจากอาจารย์มาไม่น้อย แล้วก็ออกท่องโลกเซียนที่ชีวิตที่แล้วเพียงได้อ่านจากในนิยายเท่านั้น
เธอท่องโลกอย่างเพลิดเพลิน ไม่นานก็พบสหายจากสำนักเดียวกัน แต่พักอยู่คนละหุบเขา เคยได้ยินเพียงแต่ชื่อ
เซียนสาวคนนี้นามว่า ‘เพ่ยเสวี่ยอิ๋ง’ เป็นหญิงสาวที่งดงามไม่แพ้กัน ใบหน้าติดหวาน ยามไม่ยิ้มดูราวกับเป็นหญิงสาวที่นิ่งเย็น พ้นจากโลกีย์ จิตใจก็งดงามยิ่งกว่า ชื่นชอบการผจญภัย ทั้งสองเข้ากันได้ดี เป็นสหายรักร่วมเป็นร่วมตาย ร่วมผจญภัยไปด้วยกัน บุกรักโจร รังปีศาจ ทลายหมู่บ้านมาร
ผจญภัยอยู่ด้วยกันนานถึง 1,000 ปีเต็ม ๆ สร้างชื่อเสียงไม่น้อย ระดับพลังก้าวหน้า จนเข้าสู่ขั้นรวมร่าง อีกก้าวเดียวจะเข้าสู่ขั้นมหายานแล้ว ทั้งคู่ก็ได้ข่าวว่าเมิ่งเยว่เซียนจวิน อาจารย์ของเธอกำลังจะฝ่าด่านเคราะห์ ก้าวเข้าสู่ขั้นทะยานเซียน บรรลุเป็นเซียนแท้ขึ้นสู่สรวงสวรรค์เบื้องบน
เธอเลยชวนสหายกลับสำนักทันที
อันที่จริงก่อนหน้านั้นทั้งสองคนก็หมั่นเพียรกลับสำนักบ่อย ๆ นั่นแหละ เพียงแต่ติดเล่น จึงมักจะออกมาอยู่เรื่อย อยู่ในสำนักได้ไม่นานนักหรอก
เพ่ยเสวี่ยอิ๋งเป็นคนง่าย ๆ สบาย ๆ แม้จะชอบเที่ยวเล่นแต่มีบุคลิกสุขุมกว่าเธอมาก อีกทั้งยังเป็นคนใจเย็นเป็นที่สุด เข้าอกเข้าใจ ทั้งคู่สนิทกันขนาดนี้ ทำให้รู้ว่าจางชิงเยียนชื่นชอบคนที่หน้าตาดีเป็นพิเศษ เช่นเดียวกับตัวเอง
สามารถพูดได้ว่า ทั้งสองคนคือคนที่ชื่นชอบมองสิ่งของสวย ๆ งาม ๆ
“อาจารย์คนหล่อของเจ้าเข้าสู่ขั้นทะยานเซียนแล้ว ไม่นึกเลยว่าเขาจะขึ้นสู่สวรรค์ได้ไวเพียงนี้” เพ่ยเสวี่ยอิ๋งก็มีอาจารย์คนงามเช่นกัน แต่ตอนนี้อาจารย์ยังอยู่ที่ขั้นมหายานขั้นกลางอยู่เลย
“อืม ข้าถึงต้องรีบกลับไป เกรงว่าหากท่านอาจารย์หนีขึ้นสวรรค์ไปแล้ว ข้าจะไม่มีคนหล่อให้มองแล้วน่ะสิ” เธอยังคงมีสีหน้าขี้เล่นไม่เสื่อมคลาย
ลึก ๆ ในใจก็ยินดีกับอาจารย์ด้วย แต่ก็แอบมีความเหงา และเศร้าในใจไม่น้อย เพราะหากว่าท่านอาจารย์ทะยานขึ้นสวรรค์แล้ว เธอก็ไม่มีคนหล่อให้มองอีกนานเลย
ทั้งสองคนขี่กระบี่เคียงกันกลับ อย่างน้อยก็เพื่อให้ทันช่วงเวลาบอกลากันสักคำก็ยังดี
จากนั้นทั้งคู่ก็มาถึงยังจุดฝ่าเคราะห์ ตอนนี้ท้องฟ้าเบื้องบนปั่นป่วนเหลือหลาย สายฟ้าสีเงินแกมม่วงแลบแปลบปลาบกลางฝืนฟ้า อานุภาพน่าหวาดหวั่นเสียเหลือเกิน
ทุกคนได้เห็นสายฟ้าที่มีฤทธิ์มากมายขนาดนี้ก็ฮือฮา
“สมแล้วที่เป็นเมิ่งเยว่เซียนจวิน สายฟ้าทัณฑ์สวรรค์ระดับนี้ จุ๊ ๆ ช่างฝ่าได้ยากเย็นนัก”
“ช่างน่าตื่นตาตื่นใจเสียจริง”
“เขาต้องทนรับสายฟ้ามากมายเพียงไรกันแน่”
เธอมองสายฟ้าที่น่ากลัวเหล่านั้นด้วยความตื่นตาตื่นใจเช่นกัน
สองสหายยืนอยู่บนกระบี่วิเศษ มองร่างอันหล่อเหลาที่ยืนไขว้แขนไปด้านหลัง ลอยตัวตระหง่านไกลออกไป เขาเงยหน้ามองฟ้าอย่างทรนง ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา ผิวพรรณเสมือนแก้วเสมือนหยก ไร้ซึ่งความหวาดกลัว
“จุ๊ ๆ อาจารย์ของเจ้า มองกี่คราก็รูปงาม” เพ่ยเสวี่ยอิ๋งจุ๊ปากอย่างอดไม่ได้
“ใช่ ข้าบอกแล้ว นี่แหละผู้ล้ำเลิศที่สุดในแดนเซียน” เธอเห็นด้วยอย่างไม่มีข้อกังขา
ราวกับรับรู้ได้ว่าเธออยู่ใกล้ ๆ ดวงตาคมกริบสง่างามจ้องมองมาทางนี้ทันที
จางซือเยียนรู้สึกได้ถึงความเมตตา และความอ่อนใจ กับความอาลัยที่แฝงมากับสายตาคู่นั้นของอาจารย์อย่างชัดเจนยิ่ง
จากนั้นถุงเฉียนคุณที่ดูเรียบง่ายใบหนึ่งก็ลอยมาตรงหน้า
เธอรับไว้ สายตางุนงง
แล้วเธอก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ถ่ายทอดตรงเข้ามาในหัว
‘มรดกของอาจารย์ ให้เจ้า ขยันบำเพ็ญให้มากหน่อย ซุกซนให้น้อย ดูแลตนเองให้ดี มีเรื่องอันใดแก้ไม่ตกจงไปหาศิษย์พี่เจ้าสำนัก’
“อาจารย์ ข้าจะพยายามเร่งบำเพ็ญแล้วตามอาจารย์ไปนะเจ้าคะ”
เธอถ่ายทอดเสียงกลับไปเช่นกัน
จางชิงเยียนน้ำตาคลออย่างซาบซึ้งใจ
ที่เธอไม่เศร้ามากนักเพราะคิดว่าเดี๋ยวค่อย ๆ บำเพ็ญไปก็จะสามารถติดตามอาจารย์ขึ้นไปบนนั้นได้แน่นอน
อย่างไรตอนนี้เธอก็เป็นผู้บำเพ็ญที่อีกนิดก็จะเข้าสู่ขั้นมหายานแล้วนี่นา
‘หึ! ขอให้มันจริงเถิด’ น้ำเสียงของเมิ่งเยว่เซียนจวินดูไม่ค่อยเชื่อนัก
เจ้าเด็กคนนี้ เขายังรู้จักนางไม่ดีพอหรือไร
บอกว่าจะรีบมา เกรงว่าคงจะเถลไถลไปเรื่อยเปื่อย
เผลอ ๆ อีกแสนปีข้างหน้ายังไม่รู้ว่าจะได้เจออีกหรือไม่
ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันอีก เพราะว่าสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์สายแรกฟาดลงมาแล้ว
เปรี้ยง!
เธอเห็นอาจารย์โบกมือทีเดียว สร้างค่ายกลรับสายฟ้า จากนั้นสายฟ้านั้นก็สลายหายไปอย่างรวดเร็ว
ราวกับว่าโดนท้าทาย จากนั้นสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์สายแล้วสายเล่าก็โถมกระหน่ำใส่ร่างของเซียนหนุ่มไม่หยุดยั้ง
จางชิงเยียนเจ็บปวดใจ เธอคิดว่า
‘โถคนหล่อ สวรรค์ไม่น่าใจร้ายปานนี้เลย ระวังอย่าผ่าหน้าหล่อ ๆ ของอาจารย์ของข้านะ ฮือ เดี๋ยวคนหล่อเสียโฉมไปทำยังไง’
‘จุ๊ ๆ ท่านั้นหล่อสุดยอดไปเลย ไม่ได้แล้ว ต้องเอาหินบันทึกภาพออกมาบันทึกเอาไว้’
‘โอ๊ย! ค่ายกลจะต้านไม่อยู่แล้ว’
‘อาจารย์คนหล่อ ศิษย์เอาใจช่วยท่าน’
‘ใบหน้านี้ จิ๊ ๆ อย่าให้โดนทัณฑ์สวรรค์เชียวนะ’
‘เสียดายจัง ตอนเด็ก ๆ ข้าน่าจะลูบ ๆ คลำใบหน้าหล่อนี้ให้มากหน่อย’
ในใจคิดฟุ้งซ่านไป คิดเสียดายไป แต่ไม่รู้ด้วยเหตุอันใดไม่ทราบ
ตอนที่แสงทองจากสวรรค์ทาบทอลงมาเป็นเส้นทางสีทองอร่าม ส่องมายังตัวของเมิ่งเยว่เซียนจวิน เป้นสัญญาณว่าสวรรค์ได้เปิดรับเขาแล้ว
สายฟ้าทัณฑ์สวรรค์เส้นสุดท้ายที่กำลังจะฟาดลงมา พลันเลี้ยวโค้งแทบจะหักศอก
มุ่งตรงมาทางเธอและสหายของเธอที่อยู่ข้างกัน พาให้ทุกคนตื่นตะลึง
“หา?”
“เฮ้ย!!!”
สิ่งสุดท้ายที่เธอจดจำได้ คือใบหน้าตกใจอย่างหาได้ยากของอาจารย์สุดหล่อ จากนั้นก็เป็นเสียงที่เขาส่งมา
‘ศิษย์ข้า เจ้ากำลังมีเคราะห์’
เธอคิดในใจว่า ไม่ทันแล้วท่านอาจารย์
เปรี้ยง!
ท่านอาจารย์ที่กำลังจะขึ้นสวรรค์ในอีกครึ่งก้าว “...”
ทุกคนตรงนั้นที่เบิกตากว้าง “...”
จางชิงเยียนที่เห็นวิถีโค้งหักศอกแล้วแต่คิดไม่ถึง “...”
สายฟ้านั้นฟาดลงมาโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว
และเธอก็จำได้ว่าสหายของเธอก็อยู่ข้าง ๆ ด้วย
แล้วภาพทุกอย่างก็ตัดไป
ในห้วงคำนึงอันแผ่วจาง เธอพลันคิดว่า
หรือนี่คือสายฟ้าที่มาลงทัณฑ์คนใจบาปแบบเธอกันนะ
แต่คนหล่อเขาก็มีเอาไว้ให้มองไม่ใช่เหรอ!
สวรรค์ไม่ยุติธรรมเลย!

Writer's talk :
เอ้า! โดนสายฟ้าลงทัณฑ์เพราะชมคนหล่อมากเกินไปเหรอคะ 555
บอกก่อนน้า ท่านอาจารย์ไม่ใช่พระเอกนะคะ ส่วนพระเอกก็...นั่นแหละค่ะ อิอิ
ท่านอาจารย์เป็นของไรต์เท่านั้นค่ะ อุ๊บส์ /// โดนตบ
ดีใจที่ได้เจอทุกคนค้าบ รออีบุ๊กก่อนน้า
ยังไม่ได้ตรวจคำผิดค่ะ
รักนะ
ปล. ไม่ได้ใช้สรรพนามผิดนะคะ นางเอกในโลกเซียนมาจากยุคปัจจุบัน ไรต์เลยใช้ว่า 'เธอ' ในส่วนที่บรรยาย จะได้อ่านง่ายหน่อยค่ะ แต่ถ้ารู้สึกขัดตาแจ้งได้นะคะ
