LNCrawler

บทที่ 3 วิกฤติทางการเงิน

เมื่อฮันเตอร์ Sss เกิดใหม่ — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 3 วิกฤติทางการเงิน

d54dfc0694018f824732ac7221185846.jpg

 

ตอนนี้เธอกำลังคีบอาหารขึ้นมากินอย่างเอร็ดอร่อย ต้องยอมรับเลยว่าหลี่มั่นมีฝีมือในการทำอาหารอย่างมากจริง ๆ อาหารทุกจานตรงหน้าอร่อยมาก รสชาติพอเหมาะพอดีเป็นที่สุด

ครอบครัวจางสามคนนั่งล้อมวงกินอาหารบนโต๊ะสี่เหลี่ยมขนาดกลาง ๆ ในชั้นล่างซึ่งเป็นพื้นที่ร้าน ซึ่งเป็นจุดที่พวกเขามักจะกินอาหารกันแบบนี้ประจำ เพราะสะดวกต่อการเก็บล้าง

จากนั้นเธอก็มาสะดุดเข้ากับสายตาสำรวจตรวจตราของคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกัน

เธอมองใบหน้าที่มีเค้าของความหล่อเหลา ดูเหมือนกับพ่อของร่างนี้ในความทรงจำของเธอ และมีความเหมือนเธอไม่น้อย เธอเลิกคิ้วแล้วถามว่า

“มีอะไร?”

จางป๋อเหวิน น้องชายของจางชิงเยียน เขามีอายุ 16 ปี นักเรียนมัธยมปลายปีที่ 1 ผลการเรียนดีมาก เมื่อโดนถาม เขาก็ก้มลงกินข้าวต่อ ราวกับว่าก่อนหน้านั้นเจ้าตัวไม่ได้มองพี่สาวอย่างเคลือบแคลงสงสัย

“เปล่า แค่รู้สึกเหมือนว่าพี่มีอะไรเปลี่ยนไป”

หลี่มั่นเองแม้จะรู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน แต่เธอก็ไม่ได้ทักตั้งแต่แรก

“อาจจะผอมลงเพราะเพิ่งกลับจากเกตหรือเปล่า ช่วงนี้ก็พักสักหน่อยก็ได้นะลูก”

สายตาของคนเป็นแม่ดูเป็นห่วงอย่างชัดเจน

“หนูสบายมากค่ะแม่” เธอยิ้มให้แม่ จากนั้นส่งสายตาว่าเธอไม่เป็นไรให้น้องชาย

เมื่อเห็นว่าสายตาของพี่สาวดูไม่ได้เปลี่ยนไปตรงไหน เขาก็ไหวไหล่ ความรู้สึกแปลก ๆ พลันหายไป

“แม่ฮะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมไปหาหมอเป็นเพื่อนนะ”

“พรุ่งนี้นายยังต้องเรียนไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวพี่ไปเอง” เธอพูดขึ้นมาทันที

“พี่จะไปเองเหรอ โอเค” จางป๋อเหวินเมื่อได้ยินว่าพี่สาวจะไปเองเขาก็โล่งใจ

“เงินจากการไปลงเกตครั้งล่าสุดมาแล้ว เดี๋ยวพี่จะโอนจ่ายค่าเทอมให้นายด้วยเลย”

การลงเกตครั้งล่าสุดเงินเพิ่งเข้าเมื่อช่วงที่เธอเพิ่งจะลงมากินข้าวนี่เอง จำนวน 10,000 หยวน ถือว่าไม่เยอะ แต่ก็ไม่ได้น้อยเกินไป แม้ว่าเธอจะเป็นเพียงฮันเตอร์ระดับ F ก็เถอะ

แต่แค่มันยังไม่พอเท่านั้นเอง

หลี่มั่นเผยดวงตาเศร้าเล็กน้อยยามที่ต้องเอ่ยถึงเรื่องเงิน แต่เธอก็พยายามไม่คิดถึงมันให้มากนัก เดี๋ยวลูก ๆ ก็ต้องมาปลอบเธออีก บรรยากาศของบ้านจะเสียไปเปล่า

“กินเยอะหน่อย ลูกอยู่ที่ห้องตั้งนานแน่ะวันนี้”

“ขอบคุณค่ะ แม่ก็กินเยอะ ๆ นะ พรุ่งนี้ต้องทำคีโมด้วย หาหมอด้วย เดี๋ยวจะไม่มีแรง” จางชิงเยียนยิ้มแล้วคีบอาหารให้แม่

“ขอบใจจ้ะ อาเหวินก็กินเยอะ ๆ นะลูก”

“ขอบคุณครับแม่” ลูกชายเองก็หันไปคีบอาหารให้แม่เช่นกัน

มื้อเย็นผ่านไปอย่างเป็นสุข

เพราะต้องเตรียมตัวไปทำคีโมที่โรงพยาบาล ทำให้หลี่มั่นต้องพักผ่อนเร็ว ดังนั้นตอนนี้ในบ้านจึงเหลือกันเพียงสองคนพี่น้องเท่านั้น

เดิมทีเธอก็นึกว่าตัวเองจะทำตัวประหลาดหรือลำบากใจบ้างยามที่อยู่ต่อหน้าน้องชาย แต่อาจจะเป็นเพราะสายสัมพันธ์ของสายเลือดกระมัง ที่ทำให้เธอสนิทใจกับจางป๋อเหวินได้อย่างรวดเร็วเหลือเกิน เธอรู้สึกว่าเขาคือน้องชายของเธอจริง ๆ

“พี่โอนเงินให้นายไว้ใช้จ่าย 1,000 หยวนนะ ไม่ต้องประหยัดนักหรอก เอาไว้ใช้ซื้อหนังสือเรียน แล้วช่วงนี้มีปัญหาอะไรที่โรงเรียนหรือที่บ้านมั้ย”

1,000 หยวนนี้เป็นเพียงค่าใช้จ่ายรายเดือนของน้องชายเท่านั้น พวกเราตกลงกันแล้วว่าให้เขาทำหน้าที่เรียนของตัวเองไปก่อน

“ไม่มี” จากนั้นเขาชะงักไปเล็กน้อย แล้วพูดต่อว่า “พี่ ตอนที่พี่ไม่อยู่ ลุงมาทวงหนี้จากแม่นะ”

เขาพูดเสียงเบาลง สีหน้าไม่ค่อยดีนัก

จางชิงเยียนมีสีหน้าตึงขึ้นมาทันที “เขาไม่ได้ทำร้ายแม่ใช่มั้ย”

ลุงตง ลุงแท้ ๆ ของพวกเธอเอง พี่ชายแท้ ๆ ของแม่ เขาทำงานเป็นผู้จัดการโรงงานอาหารกระป๋องแห่งหนึ่งอยู่ในอีกด้านของเมือง

ตอนที่ครอบครัวเราลำบากในตอนแรก ๆ แม่อับจนหนทาง จำต้องกลับไปขอเงินจากบ้านเดิม ถูกตายายไล่ออกมาเหมือนหมูเหมือนหมา

มีเพียงลุงที่ยอมให้ยืมเงินมา 50,000 หยวน นับว่าเยอะมาก

ทว่าลุงเขาไม่ได้ให้ยืมเปล่า ๆ เขาเรียกเก็บดอกเบี้ยรายเดือน เดือนละ 3,000 หยวน

ดอกเบี้ยอย่างเดียวไม่ใช่เงินต้น จนตอนนี้จ่ายมาเป็นปีแล้วเงินต้นยังไม่ลดลงเลยสักหยวนเดียว

จากนั้นหากมีเดือนใดจ่ายไม่ไหว ตัวลุงก็จะมาด่าทอแม่สาดเสียเทเสีย ลำเลิกบุญคุณ บางครั้งยังมีพลั้งมือทำร้ายแม่ด้วย

เธอหรือร่างเดิมอยากจะปลดเปลื้องหนี้ก้อนนี้ อยากจะหาทางทำอะไรกับมันสักอย่าง บางครั้งยังนึกอยากจะแจ้งตำรวจมาจับลุงคนนั้นไปเสีย

ทว่าจนใจที่เราเองก็เอาเงินก้อนนั้นมาใช้ประโยชน์จริง ๆ และเป็นหนี้เขาจริง อีกอย่างแม่ก็จะเป็นทุกข์ หากว่าต้องแตกหักกับญาติ ที่สำคัญกว่านั้นก็คืออาการของแม่อาจจะทรุดเพราะความสะเทือนใจได้

การเป็นโรคนี้ที่สำคัญคือพลังใจ

ต้องยอมรับว่า เป็นหนี้เขาก็ต้องใช้ เราเป็นหนี้เขาจริงจะทำอย่างไรได้

จางชิงเยียนจึงทำได้เพียงแค่กัดฟันทน หาเงินให้มากขึ้นไปอีก

เรื่องนี้ทำให้ครอบครัวจางลำบากใจเสมอมา เพราะอยู่ในจุดที่เสียเปรียบเสมอ โดนกดข่มเอาไว้ตลอด

เมื่อได้ยินว่าลุงมา สิ่งที่เธอกลัวก็คือกลัวว่าเขาจะทำร้ายแม่

“ไม่ แต่ก็เกือบ ผมกลับมาพอดี เลยเอาเงินค่าขนมที่เก็บเอาไว้ให้ดอกเบี้ยลุงไปแล้ว”

เมื่อได้ยินแบบนี้ จางชิงเยียนจึงกดโอนเงินให้น้องชายเพิ่มเป็นส่วนที่น้องชายจ่ายออกไป แล้วยกมือตบไหล่ของน้องชายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ

“ขอบใจนะ นายเก่งมากที่ดูแลบ้านตอนที่พี่ไม่อยู่” เธอส่งสายตาชื่นชม

“ผมต้องทำอยู่แล้วน่า” จางป๋อเหวินหน้าแดงเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเขินมาก

“พี่ต้องทำให้ความเป็นอยู่ของบ้านเราดีขึ้นกว่านี้ให้ได้” เธอพูดอย่างหมายมาดตั้งใจ

“พี่ อย่าไปเสี่ยงเยอะนะ รอผมอีกหน่อย เดี๋ยวผมจบมัธยมปลายแล้วจะออกมาทำงานช่วยพี่” จางป๋อเหวินถูกบังคับให้เติบโตอย่างว่องไว เขามีความคิดเป็นของตัวเอง

เด็กหนุ่มรับรู้ได้ทุกความลำบากของที่บ้าน ก่อนหน้านั้นเขายังไร้กำลัง ตอนนี้เขาเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ก็เริ่มพิจารณาเรื่องราวได้ด้วยตัวเอง ที่บ้านไม่จำเป็นต้องห่วงเลยว่าเขาจะทำตัวเหลวไหล

“ได้ พี่จะรอ” เธอไม่คิดขัดความเป็นตัวเองของน้องชายคนนี้

แต่กว่าจะถึงตอนนั้น เกรงว่าเธอคงสามารถแก้ปัญหาวิกฤติทางการเงินได้แล้ว

อาจจะแก้ได้ไวกว่าที่คิดก็เป็นได้

 

หญิงสาวเดินขึ้นมาบนห้อง เตรียมตัวจะนอนเนื่องจากพรุ่งนี้ต้องไปเป็นเพื่อนแม่

ระหว่างนั้นเธอก็เข้าไปยังเว็บไซต์กลางของฮันเตอร์ด้วย

เธอค้นหาเกตที่เกิดขึ้นใกล้ ๆ บ้าน ที่อาจจะมีแววว่าน่าจะมีสมุนไพรอยู่

เธอต้องการหาสมุนไพรมาทำยาเพื่อนำไปขายและเอามาบำเพ็ญ

การขายยาที่ยกระดับพลังได้น่าสนใจมาก

ตอนนี้หญ้าปราณที่มีมันเพียงพอแค่ให้เธอใช้ได้ไปสักระยะเท่านั้น แม้ว่าจะปลูกแล้ว ก็ต้องรอระยะหนึ่งให้มันแพร่พันธ์ในหีบวิเศษ ในขณะที่ตัวเองก็ต้องยกระดับ จะเอาไปขายด้วยก็ไม่พอใช้ อีกอย่างยาที่ใช้เพียงหญ้าปราณอย่างเดียวก็ยังไม่ดีพอที่จะขาย เพราะคนอื่นเขาไม่รู้วิธีดูดซับด้วยพลังปราณเหมือนเธอ จำต้องกินลงไป และยาพลังปราณนี้หากกินลงไปตรง ๆ ประสิทธิภาพจะลดลงไปมากโขเลยทีเดียว

ต้องหาสมุนไพรเพิ่มอย่างเร่งด่วน

การขายยาที่ไม่เคยมีมาก่อนในตลาดน่าจะสร้างความฮือฮา และสร้างแรงกระเพื่อมในระบบ อีกทั้งเม็ดเงินให้เธอได้มหาศาล

สิ่งที่เธอต้องมีคือพลังที่มากพอที่จะปกป้องตัวเอง

และการขายยานั้นต้องไม่มีใครรู้

เธอมองเกตระดับ D ที่ไม่มีใครสนใจมานานแล้วเกตหนึ่ง ดวงตาหรี่ลง

ที่โลกใบนี้ เกตจะสุ่มเกิด ไม่มีจุดที่แน่นอน และจะคงอยู่ประมาณ 20 – 30 วัน แล้วแต่ระดับของมัน หากว่าในระหว่างนี้ยังไม่มีใครเข้าไปจัดการเคลียร์มอนสเตอร์ด้านใน เกตนั้นก็จะแตกออก

ยกเว้นเกตแปรผันที่ยังไม่มีใครหาคำตอบได้ แต่หากมันเกิดขึ้นแล้ว มันจะเป็นมิติที่ปั่นป่วน นอกจากยกระดับตัวเองได้แล้ว เวลาที่จะแตกก็ยังไม่แน่นอนด้วย

อาจจะ 7 วัน หรือแค่ 30 นาทีหลังจากที่แปรผัน

อย่างเกตที่ทำให้เธอตายเมื่อชีวิตก่อนหน้านั้น ก็เป็นเกตระดับ SSS ที่พอแปรผันปุ๊บก็แตกปั๊บ ไม่ให้เวลาใครได้ตั้งตัวเลยสักนิดเดียว

ส่วนเกตระดับ D ที่เธอเล็งไว้นี้ มันเป็นเกตของเผ่าภูติ ธาตุพืช

ธาตุพืช หมายความว่าต้องมีสมุนไพร และบ่อยครั้งจะเจอสมุนไพรหายากราคาแพงด้วย

แต่สาเหตุที่คนไม่สนใจจะเข้าไปจัดการเกตนี้ ก็เพราะว่าเจ้าภูติพวกนี้มันจัดการได้ค่อนข้างยากและน่ารำคาญอยู่บ้าง

เพราะว่าภูติธาตุพืชสามารถล่องหนได้ แถมยังตัวเล็กมาก ขนาดประมาณลูกแมวตัวเล็ก ๆ แต่โจมตีด้วยกันเป็นฝูง มีอำนาจทะลุทะลวงประมาณหนึ่ง

ทำให้ต้องรอคนที่มีความสามารถจำเพาะที่จะเข้าไปเคลียร์

แต่ระหว่างนี้หากมีทีมไหนอยากเคลียร์ หรือฮันเตอร์คนไหนอยากลองของก็ลงชื่อได้เสมอ

ระบบการลงเกตคือ หากเกตมีระดับตั้งแต่ D ลงไป ฮันเตอร์สามารถลงไปคนเดียวได้ หากมีความสามารถมากพอ แต่ก็ต้องรับความเสี่ยงกันเอาเอง และต้องลงชื่อเอาไว้ที่สมาคมกลางอย่างถูกต้องเสียก่อน

ส่วนเกตอื่น ๆ จะมีสมาคมกลางเข้าไปประเมินระดับของเกต จากนั้นก็รับสมัครทีมที่จะเข้าไปเคลียร์อย่างอิสระ หากว่าเกตมีระดับ B ขึ้นไปจะมีการจัดประมูลสิทธิ์เข้า กิลด์ต่าง ๆ สามารถเข้าประมูลเพื่อขอสิทธิ์ในการเคลียร์ก่อนตามระยะเวลาที่กำหนด หากเคลียร์ไม่ได้ สมาคมฮันเตอร์กลางจะจัดหาทีมฮันเตอร์เพื่อเข้าไปเคลียร์อีกครั้ง

กฎที่สำคัญและเป็นสากลก็คือ หากมีคนหรือทีมลงทะเบียนเข้าเกตไปแล้ว ห้ามมีการเข้าไปซ้ำซ้อน ไม่อย่างนั้นถือว่าผิดกฎฮันเตอร์และผิดกฎหมาย มีบทลงโทษที่ร้ายแรง เว้นแต่ว่าคนที่เข้าไปเคลียร์ยังไม่กลับออกมาตามกำหนด หรือมีการร้องขอความช่วยเหลือ หรือเกตใกล้จะแตกภายใน 5 วัน จะต้องหาทีมเข้าไปจัดการทันที

ปัจจุบันการเกิดเกตแบบสุ่ม อาจจะทำให้ประชาชนเดือดร้อนไม่เบา เพราะมันเป็นแบบสุ่ม ไม่มีใครเดาได้ว่ามันจะมาโผล่ตรงไหน แต่ประชาชนก็ชินเสียแล้วที่อาจจะเจอมันมาปรากฏต่อหน้าได้ทุกเมื่อ ซึ่งหากพบเจอ ก็เพียงโทรแจ้งสมาคมฮันเตอร์ แล้วหนีออกมาให้ไกลเท่านั้น ไม่อาจทำอะไรมากกว่านั้นได้อีก

กล่าวคือ เวลาที่ผ่านมาเนิ่นนานเพียงนี้ เกตคือสิ่งที่หลอมรวมเข้าไปในวิถีชีวิตประจำวันของประชาชนแล้ว พวกเขาเคยชินที่จะอยู่กับมัน ไม่ตื่นตระหนกอีก และยังคิดว่าจะหาประโยชน์จากมันอย่างไรให้มากที่สุด ให้คุ้มค่าที่สุด

โดยสรุป เกตระดับ D ที่เธอเล็งไว้ยังไม่มีใครสนใจ ยิ่งไม่มีทีมที่กำลังระดมคนเพื่อเข้าไปจัดการ

เสร็จเธอ

หญิงสาวกดเข้าไปลงชื่อขอเข้าเกตในทันที

และตอนนั้นเองที่ข้อความเตือนเด้งขึ้นมา

‘ตรวจพบว่าท่านคือฮันเตอร์ระดับ F การเข้าสู่เกตระดับ D มีความเสี่ยงสูงมาก ท่านยินยอมรับความเสี่ยงนี้ด้วยตัวเองใช่หรือไม่’

เธอตอบใช่อย่างไม่ลังเล

“อะไรใหม่ ๆ แฮะ สมาคมฮันเตอร์ใจดีแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร” หญิงสาวพึมพำ

จากนั้นก็ได้เห็นข้อความขึ้นมาว่า

‘ท่านลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่เกตระดับ D เกตภูติล่องหน ตามพิกัด... โดยที่ท่านรับทราบทุกความเสี่ยงของการเข้าสู่เกตแล้ว ระยะเวลาการเคลียร์เกตคงเหลือ 239.59 ชั่วโมง กรุณาเข้าไปจัดการเกตภายในระยะเวลาที่กำหนด’

เธอมีเวลา 10 วันในการจัดการเกตนี้ ถือว่ากำลังพอดี

เมื่อได้เกตแล้ว เกิดความคาดหวังในใจ เธอก็ถอนหายใจเล็กน้อย

จากนั้นก็ปิดโน้ตบุ๊ก แล้วเตรียมตัวเข้านอน

จางชิงเยียนร่างใหม่ในโลกเดิม

ฉันกลับมาแล้ว

 

เช้าวันต่อมา เธอไปเป็นเพื่อนแม่เพื่อไปหาหมอและทำคีโม ทั้งสองไปถึงตั้งแต่ช่วงเช้า ตรวจเลือด พบหมอ จากนั้นก็ส่งแม่เข้าไปห้องให้คีโม ส่วนเธอตรงไปยังฝ่ายการเงิน

เพราะเธอเป็นฮันเตอร์ แม้ว่าจะเป็นแค่ระดับ F แต่ก็ยังได้การสนับสนุนจากรัฐบาลประมาณหนึ่ง ส่วนลดค่ารักษาพยาบาล เครดิตที่สามารถค้างชำระค่ารักษาพยาบาลของคนในครอบครัวได้ส่วนหนึ่ง แต่หากเป็นค่ารักษาของตัวเธอเองถ้าเข้าโรงพยาบาลรัฐบาลจะไม่เสียค่าใช้จ่าย

นั่นเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้เจ้าของร่างเดิมเข้ามาเป็นฮันเตอร์

“ยอดคงเหลือตอนนี้เหลืออยู่ที่ 525,410 หยวน นะคะ ทางโรงพยาบาลต้องขอให้ชำระยอดขั้นต่ำก่อนอย่างน้อย 50,000 หยวน ภายใน 10 วันนี้ เพื่อคงสถานะคนไข้ของคุณหลี่มั่นเอาไว้ ไม่อย่างนั้นเราจำเป็นจะต้องปฏิเสธการรักษาแล้วค่ะ”

เจ้าหน้าที่ชี้แจงอย่างสุภาพ ไม่ได้เผยท่าทีไม่ดีอะไร

ที่ยอดสูงขนาดนี้ เพราะก่อนหน้านั้นแม่ของเธอเคยผ่านการผ่าตัดมาแล้วครั้งหนึ่ง เป็นการผ่าตัดที่ยาก ค่าใช้จ่ายเลยสูง แล้วหลังจากนั้นก็รักษาด้วยการฉายแสงและคีโมต่อเลย ค่ารักษามันก็ทบมาเรื่อย ๆ จนมากขนาดนี้ แม้ว่าจะได้ส่วนลดแล้ว แต่ก็ถือว่ายังหนักหนา

แม้จะรับรู้ยอดหนี้โรงพยาบาลมาจากความทรงจำก่อนแล้ว แต่เมื่อมาได้ยินด้วยตัวเองแบบนี้ก็อดที่จะสะท้อนใจไม่ได้

หนี้โรงพยาบาล หนี้จำนองบ้าน หนี้ของลุง และยังมีหนี้ยิบย่อยอีกหลายก้อน ไหนจะเงินสำรองที่ต้องเก็บเอาไว้ให้น้องชายได้มีโอกาสทำตามความฝัน หรืออาจจะเอาไว้เรียนต่ออีก

เธอมองเงินในบัญชีตัวเองที่เหลือเพียงห้าหลักต้น ๆ

เธอต้องหาเงินอย่างเร่งด่วนแล้วจริง ๆ

ตอนที่รับแม่แล้วพากลับบ้าน แม่ก็ถามถึงเรื่องนี้

“ไม่ต้องห่วงค่ะแม่ หนูกำลังจะไปเกตระดับต่ำที่น่าจะมีพวกแร่หรือสมุนไพรมาขายบ้าง น่าจะได้เงินมาอีกก้อนใหญ่ อย่างน้อยจะได้ใช้หนี้ของลุงไปได้ก่อน”

เมื่อได้ยินเรื่องของลุง หลี่มั่นก็รู้ทันทีว่าลูกสาวคงรู้เรื่องที่พี่ชายมาทวงหนี้เธอวันนั้นแล้ว

“เฮ้อ เพราะแม่เอง ถ้าแม่ไม่ป่วย...”

“ไม่เอาน่า เราคุยเรื่องนี้กันแล้วนี่คะ ต้องทำใจให้สบายนะ”

เธอคิดว่าอย่างน้อยต้องรีบรักษาอาการของแม่ให้เร็วที่สุด

เกตระดับ D นั้นมีสิทธิ์ที่จะเจอสมุนไพรที่เธอต้องการสูงมาก

เห็นทีต้องรีบเข้าไปที่เกตนั้นให้เร็วกว่านี้เสียแล้ว

หลี่มั่นยิ้มจับมือลูกสาว เก็บความคิดลบทุกอย่างเอาไว้กับตัว ยิ้มน้อย ๆ ให้ลูกสาวอย่างภูมิใจ

คุณคะ ลูกของเราโตกันหมดแล้วนะ

ลูกสาวของคุณก็เก่งเหมือนคุณเลย คุณต้องภูมิใจมากแน่ ๆ

จางชิงเยียนเองก็ยิ้มมองหลี่มั่น หญิงแกร่งที่ยืนหยัดเลี้ยงลูกด้วยตัวคนเดียวมาได้ตั้งนานขนาดนี้ หากว่าเธอไม่ป่วย ทุกอย่างย่อมดีกว่านี้อย่างแน่นอน

ในเมื่อเธอมาแล้ว อาศัยร่างคนอื่นเขาอยู่ เธอก็ต้องปกป้องดูแลครอบครัวจางให้ดี เพื่อให้ร่างนี้หมดห่วง

‘ฉันขอให้เธอไปดีนะจางชิงเยียน ไม่ต้องห่วงทางนี้’

 

ละครหลังม่าน

จางชิงเยียน : มีอะไรขายได้มั่งเนี่ย /// ค้นในถุงเฉียนคุน

เมิ่งเยว่เซียนจวิน : เจ้ากล้าเอาของอาจารย์ไปขายหรือ? /// ทำหน้าดุ

จางชิงเยียน : คนมันต้องกินต้องใช้น่ะท่านอาจารย์ /// ยิ้มแห้ง

เมิ่วเยว่เซียนจวิน : ...ช่างน่าอนาถเสียจริง /// ทนมองไม่ได้

03ca929a762adf827643a0c92869cf37.jpg

Writer's talk :

ถ้านี่ไม่ใช่ชีวิตนางเอกที่วิบากที่สุด 555

สู้ ๆ นะคะน้องชิงเยียน เรามันตัวมัมนะ เดี๋ยวก็รวยค่ะ

ยังไม่ได้ตรวจคำผิดค่ะ

รักนะ

e484308280a8fafbddae5a27983a1322.jpg