LNCrawler

บทที่ 4 หาเงิน

เมื่อฮันเตอร์ Sss เกิดใหม่ — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 4 หาเงิน

d54dfc0694018f824732ac7221185846.jpg

 

เมื่อไปส่งแม่กลับบ้านแล้ว เธอโอนเงินที่มีเหลือที่ตัวส่วนใหญ่ให้แม่ไป แล้วก็เดินทางออกจากบ้านเพื่อไปยังเกตระดับ D ที่ได้จองเอาไว้แล้วทันทีในคืนนั้น

ต้องเดินทางข้ามเมืองไป 2 เมืองด้วยกัน ระหว่างนั้นก็จองโรงแรมฮันเตอร์ห้องที่ถูกที่สุดเอาไว้เรียบร้อย เก็บเสื้อผ้าไม่มาก เน้นความคล่องตัว กินข้าวเย็นให้เรียบร้อยก็ออกมาเลย

หลี่มั่นยังท้วง

“ทำไมรีบจังลูก ไม่เดินทางพรุ่งนี้เช้าล่ะ”

“เดี๋ยวทีมจะไม่รอหนูน่ะค่ะ พี่ไปละ ดูแลบ้านให้ดีนะ” เธอยิ้มบอกแม่ แล้วหันมาตบไหล่น้องชายเบา ๆ

“รู้แล้ว ระวังตัวด้วยนะพี่” จางป๋อเหวินตอบพี่สาว

สองพี่น้องส่งสายตาให้กันเล็กน้อย เป็นอันรู้กัน

แล้วเธอก็จากมาอย่างวางใจ

ที่โลกใบนี้ดีอย่างหนึ่ง คือตั้งแต่มีเกต ระบบการขนส่งก็ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้ฮันเตอร์หรือประชาชนที่อาจจะต้องการหลบหนีออกจากพื้นที่ กรณีที่เกิดเกตขึ้นมา

ดังนั้นรสบัส รถโดยสาร กระทั่งรถไฟฟ้า ก็เป็นการวิ่งตลอด 24 ชั่วโมง เท่ากับเป็นการสร้างงานให้ประชาชนได้ด้วย และยังทำให้การเดินทางสะดวกอย่างมาก แถมยังลดอาชญากรรมไปได้ด้วยในตัว

เป็นเรื่องดี ๆ ที่เหมือนเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

เธอขึ้นรสบัสแล้วมาต่อยังสถานีรถไฟ ซื้อตั๋วแล้วเดินทางทันที

ใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงก็มาถึงยังเมืองที่มีเกตระดับ D เธอขึ้นรสบัสประจำทางเพื่อที่จะไปยังโรงแรมสำหรับฮันเตอร์โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นกิจการของสมาคมกลางฮันเตอร์ กระจายตัวอยู่ทั่วโลก คนธรรมดาไม่สามารถเข้าพักได้ ด้านในโรงแรมจะมียิม ห้องอาหารที่กินได้ฟรี รวมกับค่าห้องแล้ว

พูดก็พูดเถอะ ตอนสมัยเธอยังในชีวิตนั้นไม่อู้ฟู่เท่านี้

สายตาของเธอมองสำรวจโรงแรมที่ดูแล้วไม่ต่างกับเป็นโรงแรมห้าดาวดี ๆ มีรถหรูจอดอยู่ตรงที่จอดรถหลายคัน

“ว้าว! ตาแก่ประธานสมาคมคนนั้นขยันไม่เบาแฮะ เข้าใจหาเงิน เก็บทุกเม็ด แต่เวิร์ก”

เมื่อนึกถึงหัวล้าน ๆ ที่ขัดจนเรียบมันวาวและใบหน้าที่มีอายุของประธานสมาคมฮันเตอร์ในความทรงจำ หญิงสาวก็รู้สึกระลึกถึงความหลังอัน...อืม

จะเรียกว่าน่าประทับใจก็อาจจะพูดได้ไม่เต็มปากสักเท่าไร

เอาเป็นว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างทั้งรักทั้งชังก็ว่าได้

แล้วโรงแรมเฉพาะของฮันเตอร์แบบนี้กระจายตัวไปทั่วโลก เมืองใหญ่ ๆ จะต้องมีอย่างน้อยหนึ่งแห่ง เพื่อเอาไว้รองรับฮันเตอร์ทุกระดับ สำหรับมาพักเพื่อเคลียร์เกตในพื้นที่นั้น ๆ หรือกระทั่งยามที่มีการจัดสัมมนาฮันเตอร์เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ก็สามารถใช้สถานที่นี้ได้ ทั้งเป็นส่วนตัว เฉพาะทาง และเงียบสงบ

ถือว่าคิดมาดี

ปัจจุบันประชากรฮันเตอร์ในโลกใบนี้ คิดเป็น 5% ของประชากรโลกทั้งหมด แต่นั่นก็นับเป็นหลักร้อยล้านคนได้แล้ว อีกอย่างยังมีประชากรที่ตระหนักรู้ต่อพลังมากขึ้นทุกวัน ดังนั้นประชากรฮันเตอร์จึงเพิ่มมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด

เช่นเดียวกับเกตที่ขยันสุ่มเกิดออกมานั่นแหละ

แต่ถึงจะดูน้อย แต่เม็ดเงินที่หมุนเวียนอยู่ในวงการฮันเตอร์กลับสามารถคิดเป็น 40% ของเศรษฐกิจโลกได้เลย

มันมหาศาลขนาดนั้นเชียวละ

ไม่แปลกใจที่สมาคมกลางฮันเตอร์สามารถสร้างโรงแรมที่ยอดเยี่ยมและกระจายไปทั่วโลกได้แบบนี้

เธอเดินเข้ามาที่โรงแรม ลงทะเบียนอย่างรวดเร็ว รับคีย์การ์ดมาแล้วก็ขึ้นลิฟต์ไปเพื่อพักผ่อน

ก่อนจะพักผ่อนยังไม่ลืมที่จะปรุงยาเพิ่มอีกสักเตาสองเตา แล้วดูดซับมันเข้าไป ใช้พลังปราณนั้นเพิ่มพูนตบะของตัวเองได้อีกหนึ่งขั้นย่อย เพิ่มหลักประกันและความมั่นใจมากขึ้น

ตอนเช้าวันพรุ่งนี้เธอจะไปยังเกตระดับ D แห่งนั้น

จางชิงเยียนคิดแล้วก็ล้มตัวลงนอน

 

เช้าวันต่อมา เธอตื่นขึ้นมาแต่เช้า เตรียมตัวเรียบร้อย แล้วก็ลงไปกินอาหารเช้าที่ห้องอาหาร มีฮันเตอร์จำนวนหนึ่งอยู่ที่นั่นแล้ว

สายตาของคนเหล่านั้นมองผู้มาใหม่ เห็นเป็นสาวน้อยแสนสวยคนหนึ่งก็เกิดสนใจ

“น้องสาวมาเคลียร์เกตไหนเหรอ” ชายวัยประมาณ 30 กว่า ๆ แต่ตัวแนวพังก์ สวมเสื้อกั๊กหนังสีดำถาม แต่ท่าทีไม่ได้คุกคามอะไร

“แค่แวะมาพักแถวนี้แล้วจะเดินทางต่อค่ะ ต้องไปเมือง H” เธอจงใจบอกเมืองที่ค่อนข้างไกล

“อ้อ” เมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้มาเคลียร์เกตแถวนี้ ชายคนนั้นก็ไม่ได้สนใจอีก

กลับเป็นหญิงสาวที่อยู่ข้าง ๆ เขา เธอตัดผมสั้น ทำสีอ่อนไฮไลต์อย่างเท่

“น้องสาวเป็นฮันเตอร์ระดับไหน”

จางชิงเยียนตอบกลับไปอย่างตรงไปตรงมา

“ระดับ F ค่ะ”

เมื่อได้ยินว่าเธอมีระดับ F ดูเหมือนว่าความสนใจของทั้งสองคนก็หมดไปในทันที

หญิงสาวยิ้มอ่อน แล้วก็เดินไปหาที่นั่ง

นี่เป็นเรื่องปกติธรรมดาของมนุษย์ พวกเขาสนใจผู้แข็งแกร่ง ยอมให้คนแข็งแกร่ง แต่คิดจะรังแกคนอ่อนแอ หรือกระทั่งไม่สนใจคนอ่อนแอ

จางชิงเยียนไม่ต้องการให้ใครมาเชื่อมโยงเธอกับสิ่งที่เธอจะทำหลังจากนี้ ดังนั้นเธอก็เลือกโกหกเพื่อตัดปัญหาไป

เมื่อกินอาหารเสร็จแล้ว ก็เดินทางออกไปยังเกตในทันที

เกตระดับ D นี้เกิดขึ้นที่สวนสาธารณะของเมือง ไปถึงได้ไม่ยาก

เมื่อมาถึงก็เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยเฝ้าระวังพื้นที่แห่งนี้อยู่แล้ว โดยรอบโดนกันเอาไว้ มีที่กั้น ไร้คนอยู่แถวนี้ เธอเดินเข้าไปแสดงบัตรประจำตัวทันที

เจ้าหน้าที่มองระดับฮันเตอร์ของเธอ สีหน้าของเขาก็ประหลาดใจไปครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร แล้วก็เปิดทางให้เธอเข้าไปด้านในอย่างง่ายดาย

“เชิญครับ”

“ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าวขอบคุณแล้วเดินเข้าไปด้านใน

สายตาของเธอมองเกตที่เป็นเหมือนมิติที่ผันผวน สิ่งที่เรียกว่าเกตจะเป็นเหมือนวังวนหมอกสีดำม่วง เป็นรูปวงรีขนาดกว้างประมาณ 3 เมตร สูงประมาณ 10 เมตร แผ่รังสีน่าเกรงขามและพลังงานลบออกมาไม่หยุดหย่อน

ตรงกลางที่หมอกควันสีดำผันผวนจะมีแสงสีมากมายหมุนวนไล่เรียงสีสันไปเรื่อย ๆ

ในสมัยก่อนเธอไม่เคยตั้งข้อสังเกตและพินิจอย่างจริงจังเลยสักครั้ง ว่าเจ้าสิ่งที่เรียกว่าเกตนี้ทำงานอย่างไรกันแน่

แต่ตอนนี้ หลังจากที่ได้กลับมาจากแดนเซียน พอเธอมองเกตตรงหน้าอย่างจริงจัง ก็ค้นพบว่าพลังงานที่ออกมาจากตัวเกตมันค่อนข้างที่จะคุ้นเคย

ในใจของเธอตระหนก

“นี่มันพลังอนธการ ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้นะ”

พลังอนธการ คือพลังความอัปมงคลขั้นสุดในแดนเซียน มันเป็นขั้วตรงข้ามของพลังกุศล สิ่งนี้มักจะพบในดินแดนที่สะสมความชั่วร้ายเอาไว้เท่านั้น

แต่ตอนนี้ที่อยู่ตรงหน้าของเธอ คือเศษเสี้ยวของพลังอนธการที่ก่อตัวเป็นมิติที่บิดเบี้ยว กลายเป็นเกตที่เชื่อมเข้ากับพื้นที่ซึ่งอยู่นอกเหนือจากพื้นที่ของโลก

ในตอนที่เธออยากจะหาคำตอบให้มากกว่านี้ ก็ได้ยินเสียงถามขึ้นมา

“มีอะไรหรือเปล่าครับคุณ”

เจ้าหน้าที่หนุ่มเห็นว่าเธอไม่เข้าเกตเสียทีก็ถาม ด้วยคิดว่าเธอนึกกลัวแล้ว

“เปล่าค่ะ” เธอหันไปยิ้มให้เขา แล้วก็เดินดิ่งเข้าไปยังเกต

และทันทีที่เข้าใกล้ เกตที่ตระหง่านอยู่เหนือพื้นเล็กน้อยก็ราวกับสัมผัสได้ถึงพลังงานของฮันเตอร์ มันขยายตัวออกเองทันที วังวนนั้นขยายจนลากลงมาถึงพื้น ราวกับว่าตอนนี้เธอยืนอยู่หน้าประตูโค้งขนาดยักษ์บานหนึ่ง

เธอไม่มีเวลามาวิเคราะห์แล้ว เดินเข้าไปทันที

เมื่อเข้ามาได้ สิ่งแรกที่รู้สึกก็คือกลิ่นสะอาดสดชื่นของพืชพรรณ จากนั้นก็เป็นแสงแดดเจิดจ้า ที่ส่องกระทบลงบนทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ที่มีหญ้าขึ้นเรี่ยพื้นสีเขียวอ่อน แซมเอาไว้ด้วยดอกหญ้าเล็ก ๆ ดูน่ารักสวยงามมาก

ทุ่งหญ้านี้รายล้อมไปด้วยป่าโปร่งสีเขียวชะอุ่มดูรื่นตา หากว่านี่ไม่ใช่เกต เกรงว่าคงมีคนอยากมาปิกนิกที่นี่ไม่น้อยเลยทีเดียว

ทว่าสิ่งที่หญิงสาวทำเป็นอย่างแรกไม่ใช่การเดินดุ่ม ๆ เข้าไปในป่า

แต่คือการแผ่ปราณออกไปโดยรอบ เพื่อค้นหามอนสเตอร์ประจำเกตนี้

และไม่นานเธอก็พบพวกมันซ่อนตัวอยู่ที่ทุ่งหญ้าด้านหนึ่ง มีฝูงหนึ่งใหญ่ ๆ ราวยี่สิบกว่าตัว

พวกมันมาซุ่มดูเธอราวกับว่ากำลังวางแผนว่าจะจัดการเธออย่างไร

แต่จางชิงเยียนคุ้นเคยกับเจ้าตัวแสบพวกนี้อย่างยิ่ง

สิ่งที่ยากของดันเจี้ยนนี้คือการที่มอนสเตอร์พรางตัวได้

แต่หากว่ามีฮันเตอร์จำพวกโจมตีหมู่ได้ และตรวจจับพวกมันได้ นั่นก็ง่ายแล้ว

เลยทำให้เกตนี้โดนจัดอันดับเอาไว้ที่ระดับ D เท่านั้น เพราะจะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่ายมากทีเดียว

เจ้าพวกภูติต้นไม้เหล่านี้มักจะอยู่ด้วยกันเป็นฝูง

จางชิงเยียนใช้พลังของตัวเองทันที โดยไม่คิดให้ศัตรูได้ตั้งตัว รอบตัวของเธอตอนนี้คือกระบี่เพลิงจำนวนมากที่มีขนาดย่อส่วน ทำให้ดูเหมือนเป็นเข็มจำนวนมหาศาล

เธอเล็งไปยังเป้าหมาย มือที่เป็นมุทรากระบี่สะบัดชี้ไปยังทิศทางของศัตรู

“ไป!”

จากนั้นกระบี่ปราณเพลิงของเธอก็พุ่งตรงไปหาภูติเหล่านั้นด้วยความเร็วสูง

เจ้าภูติพวกนั้นแม้จะพรางตัวเก่งแต่พวกมันหลบหนีได้ไม่เร็วนัก ประกอบกับที่เธอจู่โจมโดยไม่ให้ตั้งตัว เลยทำให้กว่าที่พวกมันจะรู้ตัว ก็โดนกระบี่นับไม่ถวนของเธอทะลุร่างไปแล้ว

“กี๊!!!”

เหล่าภูติที่เป็นเหมือนแฟรี่ในเทพนิยาย ดูเหมือนคนจิ๋วตัวเล็ก ที่มีปีกเหมือนแมลงปอ แต่หน้าตาของพวกมันดุร้ายมาก ดวงตาสีแดงก่ำ และมีคมเขี้ยวกับกรงเล็บที่แหลมคมทะลุทะลวง ใบหน้าบิดเบี้ยวน่าสยดสยอง

พวกมันบางส่วนรู้ตัวแล้วว่าโดนโจมตี ทำให้พวกมันส่งสัญญาณให้พวกเดียวกันที่อยู่ไกลออกไปได้รู้ตัว

“มาเลย จะได้จัดการเสียทีเดียว”

หญิงสาวรับรู้ได้ถึงพลังปราณที่เข้มข้นกว่าที่เกตก่อนหน้านั้น เธอคิดจะจัดการบอสของดันเจี้ยนให้จบในม้วนเดียว แล้วไปค้นหาสมุนไพร กับของหายากที่อาจจะพอเอาไปขายได้ จากนั้นก็จะบำเพ็ญตบะในดันเจี้ยนจนกว่าจะหมดเวลาสักหน่อย

ด้วยพลังที่เพิ่งจะทะลวงขั้น ทำให้เธอทรงพลังมากขึ้น อีกทั้งหญิงสาวยังเป็นเซียนมาแล้วชาติหนึ่ง เธอคุ้นเคยกับการใช้พลังเป็นอย่างดี

การรับรู้ของเธอรู้สึกได้เลยว่ามีภูติเหล่านั้นหลายร้อยตัวกำลังตรงเข้ามาอย่างดุร้าย

“เปิดศึกกันเลย”

จางชิงเยียนรีดเค้นพลังของตัวเอง เกิดเป็นกระบี่เพลิงจำนวนมากลอยอยู่รอบตัว จากนั้นเธอสะบัดมุทรารูปกระบี่ทีหนึ่ง กระบี่เล็กเหล่านั้นก็พุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็วทั่วทิศทาง

ภูติเหล่านั้นร่วงลงตายราวกับใบไม้ร่วง

เธอกำลังคำนวณพลังของตัวเองให้ดีอยู่ และพบว่าตอนนี้พลังของเธอก็หมิ่นเหม่เสียเหลือเกิน ด้วยร่างกายนี้ ด้วยพลังที่น้อยนิดเพียงนี้ ขีดจำกัดของเธอเห็นได้อย่างชัดเจน

ไม่สามารถเปิดศึกยืดเยื้อได้

พลังของเธอยังถือได้ว่าอ่อนด้อยเกินไปแล้ว

“บอสล่ะ จัดการบอสก่อนเลยดีกว่า”

เธอแผ่สัมผัสออกไปให้ไกลกว่าเดิม แล้วจิตของเธอก็พบกับก้อนพลังงานที่เข้มข้นจากทิศทางหนึ่ง

เธอยกมือขึ้นร่ายเคล็ดกระบี่

กระบี่เพลิงเล่มใหม่นี้ดูทรงพลังมากกว่ากระบี่จิ๋วก่อนหน้านั้นอย่างชัดเจน

จากนั้นด้วยพลังของเธอ มันมุ่งไปยังทิศทางหนึ่ง

มอนสเตอร์ในโลกนี้หากระดับต่ำกว่า C สามารถกล่าวได้ว่าด้วยพลังของเธอในตอนสามารถเอาชนะได้สบายมาก

หากไปที่สมาคมฮันเตอร์ในตอนนี้แล้ววัดระดับพลังใหม่ เธอน่าจะอยู่ที่ระดับ D แล้วเช่นกัน

เพราะว่าหลังจากที่ประเมินพลังอยู่พักใหญ่เมื่อก่อนที่จะเข้ามาที่นี่ บวกกับข้อมูลที่มีจากโลกก่อนหน้าแดนเซียนนั้นแล้ว เธอค้นพบว่าขีดจำกัดของพลังที่โลกใบนี้รับได้ไม่ได้สูงเลย

พลังของเธอก้าวกระโดดมากขนาดนี้ เกรงว่าหากไปขอประเมินพลังใหม่ น่าจะสร้างความฮือฮาไม่น้อย

เอาเป็นว่าจนกว่าจะหาเงินได้เยอะกว่านี้ มีเหตุผลที่สมเหตุสมผลกว่านี้ ยังคงต้องห่างจากสมาคมฮันเตอร์สักพักหนึ่งก่อนดีกว่า

กลับมาที่การจัดการบอส แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องยาก

เช่นเดียวกับบรรดาลูกน้องภูติที่แสนจะดุร้ายทั้งหลาย เมื่อพวกมันเข้ามาในระยะโจมตี ปราณกระบี่นับพันของเธอจะพุ่งออกไปอย่างไม่ลังเล จนร่วงกราว บอสเองก็โดนกระบี่บินของเธอจัดการจากระยะไกลแบบที่ไม่ทันตั้งตัวเช่นเดียวกัน

พลังงานของเกตไหลวนไปมาวูบหนึ่ง เป็นสัญญาณว่าเธอได้จัดการ
มอนสเตอร์บอสในเกตนั้นไปแล้ว หลังจากนี้มีเวลาอีกประมาณ 10 วันกว่าที่เกตจะหายไป

เวลาในเกตกับเวลาข้างนอกจะไม่ต่างกัน

จางชิงเยียนรับรู้ได้ว่าไม่มีมอนสเตอร์อยู่แถวนี้แล้ว เธอจึงได้เดินไปยังทิศทางของบอสที่เพิ่งจัดการไปไม่นาน

หากว่าเกตนี้จะมีของดีอะไร มันก็ต้องอยู่แถว ๆ รังของบอสนั่นแหละ

หญิงสาวเดินลึกเข้าไปด้วย ก็ใช้ปราณสำรวจไปด้วย

ระหว่างทางไม่ได้พบสมุนไพรที่น่าสนใจอะไร เกรงว่าคงต้องสำรวจละเอียดกว่านี้

เมื่อเดินมาถึงรังของบอสเธอก็ได้พบของดีจริง ๆ เป็นพวกสมุนไพรหายากทั้งหลายอย่างที่คิดเอาไว้

“เยี่ยม เท่านี้ก็ทำเงินได้มากมายแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่สุดนะ”

เธอสำรวจมองสมุนไพรเหล่านั้น รังโดยรอบมีหญ้าปราณจำนวนมาก เก็บมาหมดนี่ก็ปรุงยาเพิ่มปราณได้มากมายทีเดียว เพียงพอให้เธอใช้และเอาไปขายแล้ว

แต่หญิงสาวคิดว่ามันต้องมีของที่เด็ดดวงกว่านั้นซุกซ่อนอยู่อย่างแน่นอน

หญิงสาวแผ่พลังปราณออกไป เงยหน้าเล็กน้อย พยายามรับสัมผัสหรือกลิ่นของสมุนไพรหายากในบริเวณนี้ เริ่มสำรวจอย่างไม่ยอมแพ้

จนกระทั่งเธอเห็นว่ามีซอกหินเล็ก ๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากรังของบอสสักเท่าไรอยู่ เมื่อมองเข้าไปด้านในพบว่ามันมีลักษณะเป็นเหมือนถ้ำใต้ดิน เพราะทางมันดิ่งลึกลงไปไม่ใช่น้อยเลย

ลางสังหรณ์ของเธอบอกได้ว่าต้องมีของดีในนั้นแน่นอน

ดวงตาคู่สวยหรี่ลง

เธอไม่ลังเลที่จะพยายามแทรกตัวลงไป

สัมภาระต่าง ๆ หญิงสาวเอาเก็บเข้าสู่ถุงเฉียนคุนเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจึงคล่องตัวอย่างมาก อาศัยรูปร่างที่ค่อนข้างบางค่อย ๆ แทรกเข้าไปในซอกหินแคบที่เดินเข้าไปตรง ๆ ไม่ได้ ด้านข้างผนังมีความชื้นเล็กน้อย ขยับไปตามพื้นที่ลดหลั่นระดับลงไปยังใต้ดิน

กลิ่นความชื้นและกลิ่นดินตีเข้ามาในจมูกของเธอ

เมื่อขยับลึกลงไปเรื่อย ๆ หูของหญิงสาวก็ได้ยินเสียงน้ำไหลเอื่อย ๆ

ถือเป็นสัญญาณที่ดี

เธออดทนขยับลึกลงไปอีกอย่างช้า ๆ เพราะรู้สึกได้ถึงความลื่นใต้เท้า คาดว่าน่าจะเป็นพวกตะไคร่น้ำที่เกาะอยู่

หญิงสาวเห็นว่าด้านหน้ามีบางอย่างอยู่จริง ๆ เธอรีบเร่งฝีเท้ามากกว่าเดิม

จนในที่สุดก็หลุดเข้ามายังโถงถ้ำขนาดใหญ่ที่ดูราวกับเป็นอีกโลกหนึ่ง

“ว้าว! นี่แหละของดีของจริง ไฮไลต์มันอยู่ตรงนี้ สมกับเป็นเผ่าภูติ”

ตรงหน้าของเธอคือโถงถ้ำขนาดยักษ์ที่สูงไม่น่าจะต่ำกว่า 10 เมตร มันลึกลงมาใต้ดินแน่ ๆ และเช่นเดียวกับเกตก่อนหน้านั้น มันมีแสงอาทิตย์ลอดเข้ามาจากช่องด้านบนอยู่ อาจจะเป็นช่องเล็กช่องน้อยที่พอรวมตัวกันแล้วดูเหมือนกับว่าที่นี่ติดหลอดไฟสปอต์ไลต์เอาไว้มากมาย

แสงเหล่านั้นสาดส่องลงมายังพื้นถ้ำที่เต็มไปด้วยหญ้าปราณวิญญาณ สมุนไพรมากมายที่เธอรู้จัก

สายตาของจางชิงเยียนมองไปยังสมุนไพรที่ค่อนข้างโดดเด่น มันขึ้นอย่างงดงามอยู่หย่อมหนึ่ง

“นั่นไง สมุนไพรดอกทะลวงปราณ รวยแล้วเรา!”

ดอกทะลวงปราณมีลักษณะคล้ายพุ่มกุหลาบ แต่ใบของมันมีสีม่วงเข้ม ส่วนดอกจะเป็นสีเหลืองทองงดงาม ต้องเก็บแล้วรักษาเอาไว้ทันที จะสามารถคงสรรพคุณเอาไว้ได้

เธอรีบเอาหีบหยกของท่านอาจารย์ออกมา แล้วใช้พลังปราณค่อย ๆ ขุดต้นดอกทะลวงปราณออกมาทั้งราก แล้วรีบนำไปปลูกยังที่ดินที่ว่างส่วนหนึ่ง ข้าง ๆ ทุกหญ้ารากปราณที่เธอเอามาปลูกไว้ก่อนหน้านี้

เพียงเท่านี้เธอก็มีแหล่งผลิตเงินของตัวเองแล้ว แถมยังสามารถเอามาปรุงยาทะลวงปราณเอาไว้ใช้เองตอนจะทะลวงระดับครั้งหน้าได้ด้วย

เธอยังคงสำรวจโถงถ้ำที่กว้างขวางนี้ต่อ

หวังว่าจะพบเจอสมุนไพรที่มีประโยชน์

แล้วสายตาของเธอก็สะดุดกับต้นไม้ที่ดูเหมือนจะแห้งเหี่ยว ใบของมันเป็นสีน้ำตาลเรี่ยไปกับพื้น หากไม่สังเกตดูให้ดีจะนึกว่าเป็นต้นไม่ที่ตายแล้ว

ดวงตาของเธอเปล่งประกายทันที

“ไม่คิดว่าจะเจอเลยนะเนี่ย เท่านี้เราก็ทำยารักษาแม่ได้แล้วสิ”

สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เธอตามหา นอกจากเงิน ก็คือสมุนไพรที่เอาไว้รักษาแม่

สิ่งนี้เรียกว่าต้นสะบั้นลำไส้

ชื่อน่ากลัวอย่างมากแต่สรรพคุณของมันเลิศล้ำ

มันคือพืชวิเศษที่เอาไว้เป็นรากฐานของยาที่รักษาได้สารพัดโรค แน่นอนว่าหากใช้เดี่ยว ๆ หรือสกัดมันได้ไม่ดี มันจะเป็นพิษร้าย ใช้พิษนิดเดียวก็มีฤทธิ์สะบั้นลำไส้ สมกับชื่อของมัน แต่หากคนที่รู้จักปรุง จะสามารถสร้างสรรยาที่มีสรรพคุณการรักษาที่เลิศล้ำได้มากมายมหาศาลเลยทีเดียว

โรคของแม่เธอก็เป็นหนึ่งในนั้นที่สามารถใช้เจ้าสมุนไพรนี้รักษาได้

จางชิงเยียนใช้พลังค่อย ๆ ขุดกอของต้นสะบั้นลำไส้ขึ้นมาพร้อมกับราก

ส่วนที่จะต้องใช้ก็คือส่วนรากของมัน

และเพียงไม่นาน ต้นสะบั้นลำไส้ก็เข้าไปปลูกเอาไว้ในสวนสมุนไพรของท่านอาจารย์อีกต้นหนึ่ง ห่างจากโซนสมุนไพรวิเศษอื่น ๆ ที่มีฤทธิ์ร้ายแรงไปไกลโข

จางชิงเยียนพบสมุนไพรที่มีประโยชน์เพิ่มเติมอีกหลายตัว เธอยังได้สมุนไพรที่น่าจะมีประโยชน์สำหรับพลังการบำเพ็ญในอนาคตมาด้วยอีกหลายชนิด

เก็บมาปลูกต่อในหีบให้หมดทุกชนิดเลย

เธอมีสีหน้าสบายใจขึ้นมา อย่างน้อยในช่วงนี้เธอก็ไม่ต้องกังวลทั้งเรื่องอาการของแม่ และเรื่องสมุนไพรที่จะใช้บำเพ็ญแล้ว

เนื่องจากมีเวลาจำกัด และเธอร้อนใจเรื่องยาที่เอาไว้รักษาแม่กับเรื่องเงิน ทำให้ความตั้งใจที่จะอยู่ฝึกบำเพ็ญถูกละเอาไว้ก่อนชั่วคราว

เธอออกจากเกตนี้ทันที

เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าเกตย่อมสังเกตเห็นแล้วว่าเกตได้รับการเคลียร์แล้ว

โดยวังวนหลากสีสันและพลังงานน่าขนลุกที่แผ่ออกมาจะหายไป เหลือไว้เพียงวังวนที่ดูไร้พิษสงเท่านั้น

เมื่อเขาเห็นเธอเดินออกมาอย่างปลอดภัย สีหน้าของนายตำรวจคนนั้นออกจะเหลือเชื่ออยู่บ้าง

จางชิงเยียนเพียงยิ้มให้เขาเล็กน้อย แล้วเดินจากมา

ปล่อยให้เจ้าหน้าที่นายนั้นได้ทำการติดต่อสมาคมฮันเตอร์ ให้เข้าไปเก็บทรัพยากรด้านในนั้น และยืนยันการตายของบอสในเกตตามระเบียบต่อไป

เธอกลับมาที่โรงแรม เข้าไปดูสถานะของเกตในไซส์

‘เกตระดับ D ได้รับการจัดการแล้ว จะลบพิกัดของเกตนี้ในอีก 48 ชั่วโมงข้างหน้า’

ไม่มีการระบุตัวผู้ที่จัดการได้ เช่นเดียวกับการที่จะสามารถเลือกให้ไม่แสดงผลว่าใครเป็นคนสมัครเข้าไปเคลียร์เกตเช่นเดียวกัน

การจัดการแบบนี้หญิงสาวพอใจมาก

เธอกลับมาถึงโรงแรมก็นั่งขัดสมาธิ เข้าฌาณทันที เพื่อฟื้นฟูพลังที่เสียไป

จากนั้นก็ลงไปกินอาหาร แล้วกลับขึ้นมานอนพัก

จางชิงเยียนถอนหายใจอย่างพอใจกับผลลัพธ์ในวันนี้

ดูเหมือนว่าการกลับมาของเธอจะราบรื่นและสวยงามกว่าที่คิด

“ไม่วาจะกลับมาเพราะอะไร แต่ขออยู่อย่างสบายใจก่อนค่อยว่ากัน”

จากนั้นเธอก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างง่ายดาย

 

ละครหลังม่าน

จางชิงเยียน : สมบัติอยู่ไหน /// มองหา

ภูติ : พวกเราล่ะ /// โกรธแล้ว

จางชิงเยียน : อย่ามากวน ไปเล่นตรงนู้นไป /// ไล่

ภูติ : ...ก็ได้ /// น้อยใจ

03ca929a762adf827643a0c92869cf37.jpg

Writer's talk :

คนมันเทพอ่ะค้าบ ลุยเกตคนเดียวก็ไหวค้าบ อิอิ

ตอนนี้หาทางรวยก่อนค่ะ อย่างอื่นค่อยว่ากัน

นักอ่านที่น่ารักขา อีบุ๊กจะวางขายวันที่ 29/10/2569 เวลา 0.00 หรือก็คือเที่ยงคืนของวันที่ 28 นั่นเองค่ะ ราคาน่ารักเหมือนเคย ฝากหยอดกระปุกไว้ให้ไรต์ด้วยนะคะ หากว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลง ไรต์จะรีบมาอัปเดตค่ะ

และเรื่องนี้จะลงให้อ่านจนกว่าอีบุ๊กจะวางขายเลยค่ะ ซึ่งก็น่าจะเป็นตอนที่ 6  แล้วหลังจากนั้น ก็จะติดเหรียญให้อ่านล่วงหน้าค่ะ

ยังไม่ได้ตรวจคำผิดนะคะ

รักสุด ๆ

e484308280a8fafbddae5a27983a1322.jpg