เรือนอับชื้น #10
เรือนอับชื้น #10
เยี่ยนหลีที่พยายามสงบปากสงบคำ สุดท้ายก็อดบ่นออกมาไม่ได้ “ท่านอ๋องทรงทราบอยู่แล้วว่าสำรับชุดนั้นตั้งใจทำถวายหวางเฟย เหตุใดยังยกไปทั้งถาด แบ่งออกสักถ้วยก็พอแล้ว”
“พี่ใหญ่กินอาหารไม่ได้มาสองมื้อ หากนางกินได้ก็ยกให้นางเถิด”
“แล้วพระองค์เล่าเพคะ”
อวี้หนานไม่ได้ตอบ เหอหมัวมัวยกถ้วยน้ำอุ่นเข้ามาแทนและบอกให้เยี่ยนหลีไปนำขนมแป้งอบที่เหลือมา นางเดินออกไปทั้งดวงตาแดงก่ำ
ข่าวว่าสำรับของหวางเฟยถูกยกกลับโดยไม่ได้แตะต้องไปถึงเรือนฉางเยว่ยามอู่ พ่อบ้านทูลตามจริงว่าอวี้หนานอาเจียนและยังรับอาหารไม่ได้
“เป็นข้าผิดเอง ไม่ควรไปแย่งสำรับของหนานเอ๋อมา นางคงโกรธข้า ก็เลยไม่ยอมทาน” เฉียวหลันจือหันไปเอ่ยกับจูจั้นเหิงที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่าง ท่าทางเสียใจระคนรู้สึกผิด
“เจ้าอย่าได้คิดมาก หนานเอ๋อไม่ใช่คนเช่นนั้น บางทีนางอาจ...”
ไม่รอให้เขาพูดจบ นัยน์ตาของหลันจือก็เอ่อคลอไปด้วยน้ำ “ข้าไม่ควรมีชีวิตอยู่ใช่หรือไม่ ฮึก!”
จูจั้นเหิงเห็นอย่างนั้นก็พูดอันใดไม่ออก เขาเดินเข้ามายืนข้างเตียง ส่งผ้าเช็ดหน้าให้นาง แต่เฉียวหลันจือกลับผวากอดเอวสอบแล้วรั้งร่างเขาเข้าไปใกล้ แนบแก้มร้องไห้สะอึกสะอื้น
จูจั้นเหิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นลูบผมนางเบา ๆ เป็นการปลอบประโลม หากแต่ในหัวกลับคิดไปถึงหญิงสาวอีกคน
หลังจากเฉียวหลันจือหลับไปแล้ว จูจั้นเหิงก็ออกจากเรือนฉางเยว่ไปยังสวนตะวันตกด้วยตนเอง
อวี้หนานเพิ่งดื่มยาที่หมอหญิงนำมาให้ หมอออกจากประตูหลังไปได้ไม่นาน จูจั้นเหิงก็มาถึงเรือนจือจู่ เยี่ยนหลีเห็นเขาจากหน้าต่าง รีบซ่อนห่อยากับเทียบใหม่ลงในหีบเสื้อผ้า เหอหมัวมัวเปิดบานประตูรับ แล้วถอยไปยืนข้างฉากกั้น
จูจั้นเหิงก้าวเข้ามาเพียงคนเดียว สายตามองผ่านห้องที่ยังจัดไม่เรียบร้อย หีบสี่ใบวางชิดผนัง ผ้าม่านเก่าถูกใช้กั้นลมตรงหน้าต่าง ส่วนโต๊ะอาหารมีเพียงชาร้อนหนึ่งกาและขนมแป้งอบที่หักออกไปคำเดียว
“เหตุใดไม่กินอาหาร” เขาเอ่ยถามโดยไม่คิดจะลงนั่ง
อวี้หนานตอบไปตามความจริง “กลิ่นเนื้อแรงเกินไป หม่อมฉันกินไม่ลงเพคะ”
เขามองจานขนมแป้งอบ “แต่ในครัวแจ้งว่าสำรับแรกทำตามที่เจ้าสั่ง หลังถูกยกไปเรือนฉางเยว่ เจ้าก็เลยไม่แตะชุดใหม่”
“ท่านอ๋องทรงมาเพราะห่วงใย หรือว่าต้องการมาซักไซ้ไล่เลียงหาความผิดเพคะ”
คิ้วที่ขมวดอยู่แล้วของจูจั้นเหิงยิ่งขมวดลึกลงไปอีก เขาย่อมมาเพราะเป็นห่วงนาง แต่ความข้องใจก็ยังต้องสะสางอยู่ดี “ข้ามาดูว่าเจ้าต้องการสิ่งใด ครัวทำอาหารได้ทั้งวัน หากไม่ชอบชุดนั้นก็แค่สั่งใหม่ เหตุใดต้องปล่อยให้คนยกกลับไปเช่นนั้น จนทั้งจวนคิดว่าเจ้ากำลังไม่พอใจ”
อวี้หนานใช้นิ้วลูบขอบถ้วยชาไปมา เพื่อให้ตนเองยังไม่ขาดสติ เผลอปลดปล่อยความอ่อนแอออกมา “หม่อมฉันบอกแล้วว่าไม่เป็นอันใด ผู้ที่นำเรื่องไปทูลท่านอ๋องคงรายงานไม่หมด”
“แต่เจ้ารู้ว่าสำรับถูกยกไปให้หลันจือ นางเพิ่งกลับมา ร่างกายรับยาและอาหารแทบไม่ได้ เช้านี้เป็นครั้งแรกที่นางอยากกินสิ่งใด ข้าจึงให้ยกไปก่อน ครัวทำใหม่ให้เจ้าได้ เรื่องเพียงเท่านี้ไม่ควรกลายเป็นเหตุให้เจ้าทรมานตนเอง”
“หม่อมฉันกินไม่ได้ ท่านอ๋องกลับคิดว่าหม่อมฉันไม่กินเพื่อประชดหรือเพคะ”
“ก็แล้วไม่ใช่หรือไร ที่ผ่านมาเจ้าไม่เคยเลือกกิน”
“ก็เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีใครยกสำรับของหม่อมฉันไป” เฉียวอวี้หนานกระแทกเสียงแล้วจ้องเขาเขม็ง พยายามกลั้นน้ำตาสุดฤทธิ์จนเจ็บอกไปหมด
จูจั้นเหิงมองนางเช่นกัน ผ่านไปพักหนึ่ง เพื่อไม่ให้พี่น้องเข้าใจผิดกัน จูจั้นเหิงจึงอธิบาย “จือเอ๋อไม่ได้ตั้งใจแย่งอาหารของเจ้า นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสำรับนั้นเตรียมให้ผู้ใด นางแค่ได้กลิ่นแล้วเกิดอยากทาน เป็นข้าจัดการให้นางเอง”
“หม่อมฉันทราบแล้วเพคะ ทราบว่าท่านอ๋องทรงห่วงใยรักใคร่พี่ใหญ่แค่ไหน ท่านอ๋องพอพระทัยหรือยังเพคะ”
ความอดทนของคนเราย่อมมีขีดจำกัด เมื่อถูกบีบคั้นทุกทาง ความเข้มแข็งของเฉียวอวี้หนานเริ่มจะพังทลาย ขอบตาของนางเริ่มแดงก่ำ ตอนนี้เหลือเพียงแค่กระอักเลือดออกมาเท่านั้น
จูจั้นเหิงเป็นคนตาไว ย่อมมองเห็น “เป็นอะไรไป”
อวี้หนานพยายามกลืนก้อนแข็งที่จุกอยู่ในคอหอยลงคอ แล้วค่อยเอ่ย “แค่ผิดที่ ก็เลยหายใจไม่ค่อยสะดวก”
“เรียกหมอแล้วหรือยัง” สีหน้าของเขามีความกังวล
นางตอบกลับไปเสียงแข็ง “เรียกแล้วเพคะ”
“แน่ใจหรือ” เขาหันไปทางเหอหมัวมัว “ไปตามหมอมา”
อวี้หนานเอ่ยห้าม “ไม่จำเป็น”
จูจั้นเหิงหันกลับมามองนางหน้านิ่วคิ้วขมวด “นี่เจ้ากำลังประชดอยู่ใช่หรือไม่”
เฉียวอวี้หนานแทบจะหลุดยิ้มเยาะออกมา ตอนนี้ไม่ว่านางจะทำสิ่งใด ในสายตาของเขาล้วนผิดไปเสียหมด นี่เขาคิดว่านางเลวร้ายถึงเพียงนั้นเชียวหรือ
“ไม่ใช่...” นางเพิ่งจะเปล่งเสียงออกมาได้ครึ่งคำ นอกประตูก็มีเสียงรายงานเข้ามา
“ท่านอ๋อง ไท่เฟยส่งคนมาตามไปเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”
หัวคิ้วของจูจั้นเหิงค่อย ๆ คลายออก แต่สายตายังไม่ละไปจากใบหน้าขาวซีดของนาง ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาอ่อนลงเล็กน้อย
“ที่ข้ามา เพราะไม่อยากให้เจ้าอดอาหาร ถ้าเจ้ายืนยันว่าไม่ได้ทำไปเพราะประชดประชัน ถ้าอย่างนั้น เจ้าก็ทานให้มากหน่อย”