วางแผนหนี #11
วางแผนหนี #11
ตอนที่ 5 วางแผนหนี
ก่อนที่จูจั้นเหิงกำลังจะหมุนตัวจากไป คล้ายจะคิดอันใดขึ้นมาได้ จึงหันกลับมาเอ่ย “เรื่องหนังสือหย่า หากเจ้าลงชื่อเรียบร้อย ให้ส่งไปห้องหนังสือ ข้าจะจัดการเรื่องที่เหลือเอง”
อวี้หนานใกล้จะแตกสลายเข้าไปทุกทีแล้ว “หากหม่อมฉันยังไม่พร้อมเล่าเพคะ”
เขานิ่งไปพักหนึ่ง ดวงตาสองคู่มองสบกัน เนิ่นนานกว่าที่จูจั้นเหิงจะเค้นเสียงตัวเองออกมาได้ “หากปล่อยนานไป ผู้คนยิ่งกล่าวถึงเจ้าในทางไม่ดี ข้าไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น”
เฉียวอวี้หนานพูดไม่ออกอีก นางรู้ว่าขืนพูดออกไปอีกคำ ต้องอาเจียนออกมาแน่
จูจั้นเหิงเห็นนางเงียบไป คิดว่านางรับรู้แล้ว ก่อนออกไป เขาสั่งเหอหมัวมัวให้ไปสั่งคนครัวส่งสำรับใหม่มา และคอยดูแลให้นางทานอาหาร
หลังเงาร่างของเขาผ่านแนวไผ่ไป เฉียวอวี้หนานก็รีบลุกไปอาเจียน มาถึงตอนนี้ น้ำตาที่หลั่งไหลออกมา ไม่รู้ว่ามีกี่สาเหตุ
เยี่ยนหลีรีบเข้าไปลูบหลัง น้ำตาไหลพราก เหอหมัวมัวก็เช่นกัน
หลังร้องไห้จนพอใจ ความเจ็บปวดเศร้าเสียใจถึงค่อยทุเลาลง อวี้หนานเริ่มคิดเรื่องตนเองอย่างจริงจัง นางตั้งครรภ์สายเลือดราชวงศ์ ต่อให้หย่ากัน ลูกก็เป็นของเซิ่งอ๋องอยู่ดี มีทางเดียวที่นางจะเก็บเด็กเอาไว้ได้ จะต้องไม่ให้ใครรู้ว่ามีลูก เรื่องนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก เพราะนางต้องกลับไปอยู่บ้านเดิม เมื่อท้องโตขึ้นมาทุกคนย่อมต้องเห็น
คิดได้ดังนั้นแล้ว อวี้หนานลุกไปเปิดหีบสินเดิมใบเล็ก หยิบถุงเงินกับกุญแจห้องเก็บของส่งให้เยี่ยนหลี “ไปซื้อหม้อดิน เตาเล็ก ข้าวฟ่าง บ๊วยเค็ม และถ่านสะอาดมา ตั้งเตาในห้องตะวันตกที่หลังคาไม่รั่ว จากวันนี้เราต้องทำอาหารกินเอง”
เยี่ยนหลีรับของทั้งสองไว้ “แล้วสำรับจากครัวใหญ่เล่าเพคะ”
“ก็รับมาตามปกติ เจ้ากับเหอหมัวมัวค่อยเอาไปแบ่งกันทาน”
“เพคะ” เยี่ยนหลีรับคำรีบไปจัดการ
รอให้สาวใช้ออกไปแล้ว นางก็หันไปมองเหอหมัวมัว
“หมัวมัว” เฉียวอวี้หนานกวักมือให้อีกฝ่ายโน้มตัวลงมาใกล้
เหอหมัวมัวโน้มใบหน้าลงมาในระยะที่คำพูดสามารถได้ยินเพียงสองคน
“ข้าจำได้ว่าท่านมีลูกหลานอยู่ต่างเมืองใช่หรือไม่”
เหอหมัวมัวพยักหน้า “ใช่เพคะ หม่อมฉันมีหลานชายคนหนึ่งอยู่เมืองฝูโจว หวางเฟยถามทำไมหรือเพคะ”
“ข้าอยากให้ท่านค่อย ๆ แอบทยอยนำสินเดิมของข้าออกไปขาย แลกเป็นตั๋วแลกเงินเอาไว้ แล้วก็ไปที่ร้านผ้าเฮ่ยเฟิง”
“ร้านผ้า? คุณหนูให้บ่าวไปทำอันใดหรือเจ้าคะ”
ก่อนแต่งงาน อวี้หนานเคยแอบได้ยินคนคุยกันเรื่องที่ร้านผ้าเฮ่ยเฟิงมีการค้าลับอยู่อีกอย่าง คือการขายใบผ่านทางปลอม นางไม่แน่ใจว่าจะจริงหรือไม่
“ข้าเคยได้ยินว่าที่นั่นขายใบผ่านทางปลอม ข้าอยากให้ท่านลองหาทางติดต่อดูหน่อย ถ้าเขารับจ้างพาคนเดินทางได้ด้วยยิ่งดี”
เหอหมัวมัวเป็นคนมีไหวพริบ ฟังแค่นี้ก็เข้าใจแจ่มแจ้ง “นี่หวางเฟยคิดจะ...”
เฉียวอวี้หนานพยักหน้า “ข้ากลับไปอยู่ตระกูลเฉียวไม่ได้ พวกเราต้องหนี ระหว่างนี้ท่านต้องติดต่อบอกหลานชาย ให้เขาหาดูที่ดินทำเลดี เตรียมเอาไว้ ข้าจะยื้อเรื่องหนังสือหย่าให้นานที่สุด พวกเราจะได้มีเวลา”
สำหรับเรื่องหนังสือหย่า อวี้หนานไม่จำเป็นต้องยื้อก็ได้ เพราะราชวงศ์ที่ผ่านการสมรสพระราชทานหาใช่จะหย่ากันได้ง่าย ต่อให้นางประทับตราลงชื่อในหนังสือหย่าฉบับนั้นจริง นางกับเขาก็ยังไม่ถือว่าหย่ากันอยู่ดี จนกว่าฮ่องเต้จะประทับตราอนุญาต นางยังมีเวลาให้เตรียมตัว
“บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ บ่าวจะจัดการให้เรียบร้อย”
ยามเว่ย เตาดินลูกเล็กถูกตั้งขึ้นบนแผ่นอิฐในห้องตะวันตก เยี่ยนหลีล้างข้าวฟ่างด้วยน้ำที่ตักมาจากครัวเล็ก เหอหมัวมัวหั่นบ๊วยเค็มครึ่งผลใส่ลงในหม้อ กลิ่นเปรี้ยวจาง ๆ ลอยออกมาตามไอน้ำ
เมื่อโจ๊กในหม้อเดือด เยี่ยนหลีตักใส่ชามใบเล็ก วางบ๊วยไว้ข้างช้อนเพียงชิ้นเดียว อวี้หนานนั่งลงหน้าเตา ดื่มน้ำข้าวอุ่นคำแรกโดยไม่มีน้ำมันหรือกลิ่นเนื้อปะปน
เหอหมัวมัวเฝ้ามองจนแน่ใจว่านางไม่คลื่นไส้ ค่อยยกห่อยามาวางรอ
ด้านนอก บ่าวครัวใหญ่มาส่งสำรับเย็นตามรายการของหวางเฟย ถาดเคลือบสีดำถูกวางไว้บนโต๊ะครบทุกจาน โดยไม่มีผู้ใดแตะต้อง มาอย่างไร ก็อยู่อย่างนั้น
เช้าวันถัดมา หมอกบางเกาะอยู่เหนือแนวไผ่จนปลายใบเปียกชื้น เรือนจือจู่เปิดหน้าต่างรับอากาศเพียงบานเดียว เตาดินในห้องตะวันตกยังมีถ่านแดงคุอยู่ใต้ขี้เถ้า เหอหมัวมัวตื่นก่อนยามเหม่า ต้มโจ๊กข้าวฟ่างหม้อเล็กแล้วหั่นบ๊วยเค็มครึ่งผลวางข้างถ้วยตามที่หมอหญิงกำชับ
เฉียวอวี้หนานกินได้เกือบครึ่งชาม อาการคลื่นไส้ยังคงอยู่ แต่ไม่รุนแรงเหมือนเมื่อวาน เยี่ยนหลีวางผ้าเช็ดหน้าที่เตรียมไว้ข้างมือ แล้วนำสมุดบัญชีของเรือนมาวางบนโต๊ะ
“พ่อบ้านเฉียนส่งคนมาบอกว่า ไท่เฟยให้หวางเฟยนำบัญชีพร้อมกุญแจห้องเก็บของไปที่เรือนฉางเยว่ก่อนยามซื่อเพคะ” นางเปิดหน้าสุดท้ายที่มีรอยประทับของฝ่ายพ่อบ้าน “ยังรับสั่งให้ตรวจเครื่องเรือนกับเครื่องประดับที่เหลืออยู่ในเรือนด้วย เกรงว่าของบางชิ้นจะปะปนกับของคุณหนูใหญ่”