วางแผนหนี #12
วางแผนหนี #12
“เมื่อคืนข้าคืนกุญแจเรือนให้พ่อบ้านแล้ว”
“แต่บัญชียังอยู่เพคะ พวกเขาคงต้องการให้พระองค์ส่งมอบทุกอย่างด้วยตนเองกระมัง”
เหอหมัวมัวจัดผ้าคลุมลงบนไหล่เจ้านาย “เสวยให้หมดก่อนเถิดเพคะ เรื่องบัญชีค่อยจัดการ”
อวี้หนานตักโจ๊กอีกสองคำ จากนั้นล้างมือบ้วนปาก แล้วค่อยรับบัญชีมาตรวจ
นับตั้งแต่แต่งเข้าจวนมา งานเบิกผ้า แจกถ่าน ซ่อมหลังคา จ่ายเบี้ยรายเดือน และรับของจากที่ดินนอกเมืองล้วนผ่านมือของนาง ตัวเลขทุกบรรทัดมีชื่อผู้รับกับรอยประทับตราครบถ้วน นางเรียกเยี่ยนหลีให้นำกล่องตราประจำตัวมาวาง แล้วประทับหน้าสุดท้ายก่อนจะผูกเชือกใหม่
“นำหีบเครื่องประดับใบเล็กไปด้วย ของที่ท่านอ๋องมอบให้ข้าเมื่อคืนยังแยกอยู่ในนั้น เราจะตรวจต่อหน้าไท่เฟยให้เสร็จ”
เยี่ยนหลีมองไปทางหีบข้างผนัง “พระองค์จะคืนจริงหรือเพคะ”
“คืนสิ ไฉนจะไม่คืน” ของทุกอย่างไม่ใช่ของนางตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว
ระหว่างทางจากเรือนจือจู่ไปเรือนฉางเยว่ แสงแดดลอดกิ่งไผ่เป็นช่วง ๆ คนงานสองคนกำลังเปลี่ยนกระเบื้องห้องตะวันตก เสียงค้อนดังตามหลังขบวนไปจนพ้นสวน เวลานี้เรือนหลักมีบ่าวเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว คนถือยา คนอุ่นน้ำ และนางกำนัลจากเรือนไท่เฟยเดินเข้าออกจนลานแทบไม่ว่าง
อวี้หนานหยุดตรงประตูวงเดือนเพื่อให้บ่าวรายงาน อวิ๋นเซวี่ยออกมารับด้วยอาภรณ์สีเขียวสดที่เพิ่งตัดใหม่ นางยอบกายแล้วบอกว่าเวินไท่เฟยกำลังเลือกผ้าสำหรับตัดชุดให้คุณหนูใหญ่ ส่วนเซิ่งอ๋องอยู่ในห้องหนังสือเล็กด้านตะวันออก
“ไท่เฟยรอหวางเฟยอยู่เพคะ”
คำเรียกหวางเฟยจากปากนางฟังอย่างไรก็แปลกแปร่งไม่เข้าหู อวี้หนานไม่ได้หยุดฟัง นางก้าวผ่านม่านเข้าไปในห้องโถง กลิ่นเครื่องหอมดอกไห่ถังลอยอยู่เหนือเตา ช่างจากห้องตัดเย็บวางผ้าไหมหลายพับเรียงบนโต๊ะ เวินไท่เฟยนั่งหัวโต๊ะ ส่วนเฉียวหลันจือนั่งอยู่บนตั่งยาวข้างหน้าต่าง มีผ้าคลุมขนกระต่ายพาดอยู่บนตัก
สิ่งแรกที่อวี้หนานเห็นไม่ใช่ผ้าไหมหรือสีหน้าของผู้คน หากแต่เป็นปิ่นหยกขาวที่ปักอยู่เหนือมวยผมของพี่สาว
หยกชิ้นนั้นแกะเป็นกิ่งไห่ถังสองกิ่งเกี่ยวกัน ปลายกิ่งห้อยเม็ดหยกสีเขียวอ่อน เมื่อเจ้าของขยับศีรษะ เม็ดหยกจะกระทบกันเกิดเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน อวี้หนานจำตำหนิสีขาวตรงปลายกลีบดอกได้ นางเคยใช้นิ้วลูบรอยนั้นในคืนแต่งงาน ขณะจูจั้นเหิงยืนอยู่หลังเก้าอี้และปักปิ่นลงบนมวยผมให้ด้วยตนเอง
วันนั้นเขาบอกเพียงว่า ของจากคลังหลวงชิ้นนี้เหมาะกับฐานะเซิ่งหวางเฟย นางเลยเก็บไว้ในกล่องผ้าแดงและใช้เฉพาะวันที่ต้องเข้าวังหรือร่วมพิธีสำคัญ เมื่อคืนตอนแยกของ นางวางมันไว้กับเครื่องประดับที่เป็นของเซิ่งอ๋อง ไม่คิดนำติดตัวมาเรือนจือจู่
เวินไท่เฟยเห็นนางเข้ามาก็ชี้ไปยังเก้าอี้ล่างสุด “มาพอดี ช่วยดูผ้าพวกนี้หน่อย หลันจือผอมลงมาก สีเข้มยิ่งขับให้ใบหน้าซีด ข้าคิดว่าสีชมพูอ่อนหรือเขียวอ่อนเหมาะกว่า เจ้าคิดเห็นเช่นไร”
อวี้หนานคำนับตามธรรมเนียมแล้วนั่งลง เยี่ยนหลีกับเหอหมัวมัววางหีบและบัญชีไว้ข้างเก้าอี้ก่อนจะถอยไปด้านหลัง
หลันจือยกมือแตะปิ่นบนศีรษะ สายตาเคลื่อนมาหาน้องสาว “หนานเอ๋อเจ้ามาพอดี ข้ากำลังคิดจะให้คนไปถามเจ้าเรื่องปิ่นชิ้นนี้”
เฉียวอวี้หนานมองนาง “พี่ใหญ่ต้องการถามสิ่งใด”
“อวิ๋นเซวี่ยพบในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง นางจำได้ว่าก่อนเกิดเหตุบนเขา จั้นเหิงเคยพาข้าไปเลือกหยกที่ร้านช่างหลวง เขาบอกว่าจะให้คนแกะเป็นกิ่งไห่ถังมอบแก่ข้าในวันอภิเษก” หลันจือคลี่รอยยิ้มบาง มือยังประคองเม็ดหยกไว้ “เมื่อเช้าข้าเห็นเข้าจึงอดคิดถึงเรื่องเดิมไม่ได้ แต่พอได้ยินว่าเจ้าสวมมันในวันแต่งงาน ข้าก็รู้สึกไม่สบายใจ หากเจ้าถือสา ข้าจะถอดคืนให้”
ทันทีที่สิ้นเสียงของเฉียวหลันจือ สายตาหลายสิบคู่ก็พากันเคลื่อนมาหยุดอยู่บนร่างของเฉียวอวี้หนาน ที่นี่มีทั้งช่างตัดเย็บ เวินไท่เฟย นางกำนัล และบ่าวไพร่อีกหลายคน
เฉียวอวี้หนานไม่ต้องมองยังรู้ว่าสายตาแต่ละคู่มีประกายเช่นไร
นางยังไม่ทันตอบ เสียงฝีเท้าก็ดังจากห้องด้านตะวันออก จูจั้นเหิงเดินผ่านฉากกั้นเข้ามา ในมือถือกระดาษสองแผ่น เขาคงได้ยินประโยคท้าย เพราะสายตาหยุดอยู่ที่ปิ่นบนศีรษะหลันจือก่อนจะหันมามองอดีตพระชายา
“ปิ่นชิ้นนั้นเดิมข้าสั่งช่างแกะไว้ให้เจ้า” เขาเอ่ยพลางวางกระดาษลงข้างมารดา “ตอนเจ้าหายไป ของทำเสร็จแล้วและถูกส่งมาที่จวน ภายหลังพิธีอภิเษก ฝ่ายคลังจึงนำออกมาใช้ตามรายการเครื่องประดับของหวางเฟย”
อวี้หนานได้ฟังความจริงเป็นครั้งแรก ปิ่นที่เขาปักให้ในคืนแต่งงานที่แท้ก็แค่ถูกเตรียมไว้เหมือนของชิ้นอื่น ไม่ได้มีอะไรพิเศษ เพียงแต่เจ้าของเดิมไม่อยู่ ผู้ดูแลคลังจึงนำของที่มีออกมาใช้ก็เท่านั้น
ช่างน่าขันสิ้นดี สองปี...สองปีที่นางหลงใหลได้ปลื้มกับสิ่งหลอกลวง เฉียวอวี้หนานเจ็บจนไม่รู้จะเจ็บอย่างไรแล้ว แต่สีหน้ายังคงเดิม
หลันจือยกมือขึ้นทำท่าจะดึงปิ่นออกจากมวยผม “เช่นนั้นยิ่งควรคืนให้หนานเอ๋อ นางใช้มาสองปีแล้ว”
จูจั้นเหิงเอ่ยตัดบท “ก็แค่ของชิ้นหนึ่งเท่านั้น เจ้าอยากสวมก็สวมไว้เถิด นางมีเครื่องประดับอื่นอีกมาก”
เยี่ยนหลีกับเหอหมัวมัวได้แต่มองไปยังแผ่นหลังผู้เป็นนาย ผู้อื่นอาจไม่เห็นว่าแผ่นหลังตั้งตรงนั้นเหมือนจะงองุ้มลงไปเล็กน้อย แต่สำหรับข้ารับใช้ใกล้ชิดที่รับใช้กันมานานเห็นชัดเจน ทั้งสองรู้สึกสงสารเจ้านายจับใจ แต่ไม่อาจทำอันใดได้
อวี้หนานมองปิ่นหยกเหนือมวยผมของพี่สาวอีกครั้ง กิ่งไห่ถังสองกิ่งรับกับใบหน้าซีดของนางพอดี ของที่สร้างขึ้นตามความชอบของผู้ใด ย่อมดูเข้ากับผู้นั้นเป็นเรื่องธรรมดา