LNCrawler

คืนของ #13

เมื่อหวางเฟยหมดรัก — novel.dek d.com · All chapters

คืนของ #13

ตอนที่ 6 คืนของ

“ท่านอ๋องกล่าวถูกต้องแล้ว ก็แค่ของชิ้นหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้สลักสำคัญอันใด พี่ใหญ่ใส่ไว้เถิด” ถึงแม้ก้อนเนื้อในอกจะถูกบีบจนย่อยยับแค่ไหน อวี้หนานก็ไม่มีทางให้ใครได้รู้ ในเมื่อเขามองมันเป็นแค่ของชิ้นหนึ่ง มันก็คือของชิ้นหนึ่ง

หลันจือมองนางอยู่ชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะปล่อยมือจากปิ่น “ข้าเกรงว่าเจ้าจะน้อยใจ”

“ข้าจะน้อยใจด้วยเรื่องอันใด” อวี้หนานคลี่ยิ้ม “ปิ่นอยู่ในเรือนฉางเยว่ เป็นเพราะข้าทิ้งมันเอาไว้เอง ก็อย่างที่บอก ก็แค่ของชิ้นหนึ่ง ไม่ได้สลักสำคัญอันใด อีกอย่าง มันไม่ใช่ของข้า ในเมื่อเรือนนี้เป็นของท่าน ของในเรือนก็ย่อมเป็นของท่าน”

จูจั้นเหิงขมวดคิ้ว รู้สึกไม่พอใจกับวาจาเหมือนไม่ใส่ใจของนาง เขาคล้ายอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดออกไป

เวินไท่เฟยกระแอมกระไอ ดึงความสนใจของทุกคน นางเปิดสมุดบัญชีที่อวี้หนานนำมา พลิกดูตั้งแต่รายการเบี้ยรายเดือนถึงกุญแจห้องเก็บผ้า “หลันจือยังต้องพักอีกระยะ งานเรือนคงให้เจ้าดูต่อไปก่อน ส่วนบัญชีเครื่องประดับ แยกของที่ราชสำนักประทานมากับของที่จวนให้ชัด ของสิ่งใดเคยเตรียมไว้ในพิธีหมั้นเดิมก็คืนให้หลันจือ”

อวี้หนานรับคำแล้วเปิดหีบใบเล็ก ช่างตัดเย็บกับนางกำนัลถูกสั่งให้ออกไปรอด้านนอก เหอหมัวมัวจึงยกถาดผ้าขึ้นวางบนโต๊ะ

ปิ่นมุกจากวันอภิเษก กำไลหยกขาวจากวันเกิด หวีงาช้างจากชายแดน ต่างหูทองฝังหินสี และปิ่นเงินรูปนกกระเรียนถูกจัดเรียงอยู่บนผ้าสีเข้ม อวี้หนานนำบัญชีอีกเล่มออกมา อ่านวันที่ได้รับกับผู้มอบทีละรายการ เฉียนกว่างถูกเรียกเข้ามาตรวจยืนอยู่ข้างโต๊ะ คอยรับของและทำเครื่องหมาย

หลันจือทอดสายตามองของเหล่านั้น “จั้นเหิงมอบให้เจ้ามากถึงเพียงนี้เชียวหรือ”

อวี้หนานพลิกไปหน้าถัดไป “เป็นของตามเทศกาลและธรรมเนียม”

เฉียวอวี้หนานไม่รู้ว่านางจะต้องอธิบายให้พี่สาวฟังไปเพื่ออันใด นางกับเขาเป็นสามีภรรยากัน เขาจะมอบของให้นางมันผิดแปลกตรงไหน ตอนนี้นางกำลังจะคืนให้แล้วไม่ใช่หรือ

จูจั้นเหิงยืนอยู่ใกล้หน้าต่าง สีหน้าไม่เปลี่ยน แต่สายตาหยุดบนหวีงาช้าง ของชิ้นนั้นเขาเคยนำกลับมาจากด่านเหนือเพราะเห็นลายเมฆแกะบนด้ามเหมือนลายปักที่อวี้หนานใช้บนถุงหอม เขาจำได้ว่าตนมอบให้นางในคืนหิมะแรกตก และนางเก็บไว้ใต้หมอนจนรุ่งเช้าเพราะกลัวงาช้างเย็นจัดจะแตก

ครั้นของทุกชิ้นถูกนำออกมากองรวมกัน ความทรงจำที่เขาไม่เคยนับกลับมีจำนวนมากกว่าที่คิด

“ของเหล่านี้ไม่เกี่ยวกับสัญญาหมั้นเดิม” เขากล่าว “ไม่ต้องตรวจต่อ”

เวินไท่เฟยปิดสมุดบัญชี “ในเมื่อเป็นของที่เจ้ามอบให้อวี้หนาน ก็ให้นางนำกลับไป ไม่มีเหตุให้เก็บไว้เรือนฉางเยว่”

อวี้หนานประสานมือ “หม่อมฉันขอฝากไว้กับฝ่ายพ่อบ้านก่อนเพคะ”

จูจั้นเหิงนิ่วหน้า “เพราะปิ่นชิ้นเดียว เจ้าจะคืนทุกอย่างหรือ”

“ไม่เกี่ยวกับปิ่น” นางตอบ “เมื่อคืนหม่อมฉันแยกสินเดิมออกจากทรัพย์สินของจวนอ๋องหมดแล้ว ของบนโต๊ะล้วนได้รับภายหลังแต่งเข้ามา เมื่อหนังสือหย่าระบุว่าจะคืนสินเดิมครบถ้วน ของเหล่านี้จึงควรทำบัญชีแยกไว้ จะได้ไม่ปะปนในวันส่งมอบ และหม่อมฉันไม่คิดจะนำติดตัวไป”

“ของที่ข้าให้แล้วเป็นของเจ้า”

“แต่หม่อมฉันไม่ต้องการเพคะ”

มือของเฉียนกว่างถือพู่กันหยุดค้างเหนือกระดาษ เวินไท่เฟยมองบุตรชายสลับกับอดีตลูกสะใภ้ หลันจือมองไปที่จูจั้นเหิง เม็ดหยกข้างขมับสั่นไหวตามการเคลื่อนไหว

เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะ “หนานเอ๋อ ข้าเคยบอกแล้วว่าสิ่งใดที่เป็นของเจ้า จะไม่มีผู้ใดแตะต้อง”

อวี้หนานไม่สนใจเขา เลื่อนสมุดบัญชีไปตรงหน้าเฉียนกว่าง “เชิญพ่อบ้านลงชื่อรับของ เมื่อเรื่องหย่าเสร็จสิ้น ท่านอ๋องจะจัดการอย่างไรก็สุดแต่พระทัยเถิดเพคะ”

“ข้ายังยืนอยู่ตรงนี้” น้ำเสียงของเขาเริ่มฉายความไม่พอใจ “เหตุใดเจ้าต้องกล่าวผ่านพ่อบ้านด้วย”

นางสบตาเขา “เพราะท่านอ๋องกับหม่อมฉันหย่ากันแล้วเพคะ”

นอกห้องมีเสียงลมพัดกิ่งไห่ถังกระทบกระดาษหน้าต่าง เม็ดหยกบนปิ่นของหลันจือกระทบกันอีกครั้ง เสียงเบานั้นลากผ่านความเงียบไปถึงโต๊ะกลางห้อง

เวินไท่เฟยวางบัญชีลงบนโต๊ะอย่างแรง “พอแล้ว! หากนางอยากฝากก็รับฝากไว้ วันหน้าค่อยว่ากัน วันนี้ข้าเรียกมาเพื่อส่งบัญชี ไม่ใช่ให้พวกเจ้ามาทะเลาะกันต่อหน้าบ่าวไพร่!”

เฉียนกว่างจำต้องก้มลงเขียนรายการ เขาลงชื่อและประทับตราฝ่ายพ่อบ้านครบทุกหน้า จากนั้นให้บ่าวยกหีบเครื่องประดับไปเก็บในห้องคลังชั้นใน

หลันจือมองตามหีบที่ถูกยกออกไปพลางกล่าวกับน้องสาว “หนานเอ๋อ ข้าไม่รู้ว่าปิ่นนี้จะสะกิดความเสียใจของเจ้า หากรู้ ข้าคงไม่แตะต้อง”

อวี้หนานหันไปทางพี่สาว “ไฉนท่านจึงเอาแต่คิดเช่นนั้น หรืออยากเห็นข้าเสียใจ? เดิมทีท่านก็เป็นเจ้าของทุกอย่างอยู่แล้ว เรื่องนั้นข้ารู้ดี ท่านเลิกกังวลเถิด แล้วปิ่นนั่น สั่งทำมาสำหรับท่าน มันเป็นของท่านก็ถูกต้องแล้ว”

จูจั้นเหิงได้ยิน สีหน้าพลันเคร่งขรึม “ปิ่นคือปิ่น เจ้าอย่านำไปเปรียบกับเรื่องอื่น”

อวี้หนานไม่สนใจเขา มองเมินไปทางอื่น