คืนหิมะ #15
คืนหิมะ #15
ตอนที่ 7 คืนหิมะ
เฉียวอวี้หนานรับมาวางบนตัก เสื้อคลุมตัวนั้นตัดจากผ้าหนาอย่างที่บุรุษใช้เดินทาง รอยปะตรงหัวไหล่เย็บด้วยด้ายสีเข้มจนแทบกลืนกับเนื้อผ้า ส่วนด้านในมีคราบสีน้ำตาลจางติดอยู่ตามแนวตะเข็บ แม้ผ่านการซักมาหลายครั้งก็ยังไม่หมด
“เป็นของท่านอ๋อง” นางใช้นิ้วกดตรงรอยปะ “ปีแรกที่แต่งเข้าจวน เขากลับมาพร้อมบาดแผล ข้าให้คนซ่อมไว้แล้วลืมส่งคืน”
เยี่ยนหลีมองคราบเก่าบนเสื้อ “นำไปฝากพ่อบ้านพร้อมของอื่นดีหรือไม่เพคะ”
อวี้หนานไม่ได้ตอบทันที กลิ่นผ้าเก่าปะปนกับกลิ่นยาจากถุงที่เหอหมัวมัวกำลังเย็บ พอปลายนิ้วแตะตะเข็บ ภาพคืนหิมะตกเมื่อสองปีก่อนก็ย้อนกลับมาแจ่มชัดในหัว
ตอนนั้นนางแต่งเข้าจวนเซิ่งอ๋องได้ห้าเดือน
หิมะแรกของปีตกตั้งแต่ยามเซิน ฟ้าด้านนอกกำแพงมืดเร็ว ต้นสนในลานฉางเยว่แบกหิมะอยู่เต็มกิ่ง เฉียวอวี้หนานเพิ่งตรวจบัญชีถ่านประจำเดือนเสร็จและกำลังสั่งให้คนยกเตาอุ่นไปห้องหนังสือ เพราะจูจั้นเหิงออกจากเมืองไปตรวจค่ายทหารนอกเมืองหลายวัน กำหนดกลับในเช้าวันถัดไป
เสียงม้าดังขึ้นจากลานด้านหน้าเร็วกว่ากำหนดหนึ่งคืน ตามด้วยเสียงคนเฝ้าประตูวิ่งมาตามระเบียง บ่าวผู้นั้นยังไม่ทันคุกเข่าเรียบร้อยก็รายงานว่าเซิ่งอ๋องกลับจวนแล้ว ทว่าได้รับบาดเจ็บระหว่างทาง
อวี้หนานวางพู่กันลง หมึกจากปลายพู่กันหยดใส่บัญชีเป็นวง นางไม่มีเวลาปิดสมุด รีบสวมเสื้อคลุมแล้วออกจากเรือน เยี่ยนหลีถือโคมวิ่งตามจนเกือบเหยียบชายกระโปรงตนเอง
จูจั้นเหิงถูกลั่วเฉิงโจวกับองครักษ์อีกนายประคองผ่านประตูชั้นใน อาภรณ์เดินทางมีหิมะเกาะเต็มบ่า ผ้าพันแผลตรงสีข้างชุ่มเลือดจนสีแดงซึมออกมานอกเสื้อ เขายังเดินได้ด้วยตนเอง แต่ทุกก้าวไม่มั่นคง ใบหน้าซีดกว่าหิมะบนพื้น
อวี้หนานเข้าไปรับแขนอีกข้าง “หมออยู่ที่ใด”
ลั่วเฉิงโจวหายใจแรงจากการประคองคนมาตลอดทาง “ส่งคนไปตามแล้วพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋องถูกลูกธนูเฉี่ยว สีข้างฉีกลึกและเสียเลือดมาก ระหว่างทางมีไข้ขึ้น”
จูจั้นเหิงปรายตามองนาง “ข้าเดินเองได้”
“หากเดินได้จริง คงไม่ต้องให้คนสองคนประคอง” อวี้หนานขยับบ่าเข้าใต้แขนของเขา “เรือนฉางเยว่อยู่ใกล้กว่าเรือนด้านหน้า เข้าไปพักก่อนเถิด”
เขาคงไม่มีแรงโต้แย้ง ถึงได้ยอมให้นางพาเข้าห้องนอน เตาไฟถูกยกเข้ามาเพิ่ม ผ้าม่านทุกชั้นปิดกันลม บ่าววิ่งไปต้มน้ำและเตรียมของสำหรับทำแผล หมอหลวงหานมาถึงในเวลาไล่เลี่ยกัน ครั้นตัดผ้าพันแผลออก กลิ่นเลือดกับยาห้ามเลือดก็อบอวลเต็มห้อง
บาดแผลยาวตั้งแต่ชายโครงถึงเอว เนื้อบางส่วนฉีกเพราะหัวธนูเกี่ยวผ่าน หมอก้มตรวจแล้วสั่งให้ต้มยาลดไข้ เตรียมสุราสำหรับล้างแผล และห้ามเจ้าของบาดแผลขยับตัวตลอดคืน
จูจั้นเหิงนอนคว่ำอยู่บนเตียง มือข้างหนึ่งกำขอบฟูกจนเส้นเอ็นขึ้นชัด ขณะหมอล้างเลือดออก เขาไม่ส่งเสียงสักคำ มีเพียงลมหายใจที่หนักขึ้นทุกครั้งเมื่อผ้าสัมผัสแผล
อวี้หนานยืนอยู่หลังม่าน มือเย็นจนต้องกำชายแขนเสื้อไว้ นางเคยเห็นบาดแผลจากเหตุรถม้าตกเขา ทว่าเลือดของบุรุษบนเตียงกลับเร่งจังหวะหัวใจจนหูอื้อ หมอหันมาขอผ้าสะอาดเพิ่ม นางจึงได้สติ รีบเปิดหีบผ้าสำหรับฤดูหนาวแล้วฉีกผ้าฝ้ายผืนใหม่เป็นแถบยาวด้วยตนเอง
เมื่อเย็บแผลเสร็จ หมอวางยาบดแล้วพันผ้าแน่น จูจั้นเหิงมีเหงื่อเต็มหน้าผาก ทั้งที่ในห้องหนาวจัด อวี้หนานใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดให้ เขาลืมตามองนางอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหลับลงอีก
“คืนนี้ไข้คงสูงขึ้นพ่ะย่ะค่ะ” หมอลดเสียงขณะเก็บเข็ม “ต้องมีคนคอยป้อนยา เปลี่ยนผ้าเช็ดตัว และดูว่าแผลมีเลือดซึมหรือไม่ หากท่านอ๋องเพ้อหรือหายใจติดขัด ให้ตามกระหม่อมทันที”
“ข้าจะเฝ้าเอง” อวี้หนานรับเทียบยาไว้
หมอกวาดตามองนางแล้วค้อมกาย “หวางเฟยควรมีบ่าวอยู่ด้วย อย่ายกตัวท่านอ๋องตามลำพัง บาดแผลตรงสีข้างอาจปริ”
หลังหมอออกไป เหอหมัวมัวจัดเสื่อให้เยี่ยนหลีกับบ่าวชายเฝ้าอยู่ห้องนอก ส่วนอวี้หนานนั่งข้างเตียง นางเปลี่ยนผ้าบนหน้าผากทุกครึ่งก้านธูป จับถ้วยยารอให้ความร้อนลดลง แล้วใช้ช้อนป้อนทีละคำ
จูจั้นเหิงกลืนยาได้เพียงครึ่งถ้วยก็เบือนหน้า ริมฝีปากแห้งแตกและมีสีคล้ำ อวี้หนานใช้ปลายนิ้วแตะคางเขาให้หันกลับ “ดื่มอีกหน่อยเถิด หมอบอกว่าหากไข้ไม่ลด แผลจะอักเสบ”
เขาไม่เปิดตา “ขม”
นางมองคนที่ออกคำสั่งต่อทหารหลายพันนายโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า แล้วก้มเติมน้ำอุ่นลงในถ้วยยา “ข้าจะให้ครัวเตรียมน้ำผึ้งไว้ หลังดื่มหมดค่อยกิน”
“ข้าไม่ชอบของหวาน”
“เช่นนั้นท่านอ๋องก็ทนขมไปแล้วกันเพคะ”
ถ้อยคำหลุดออกไปก่อนคิด อวี้หนานเกรงว่าเขาจะโกรธ ทว่าคนบนเตียงกลับยอมอ้าปากรับยาอีกช้อน นางจึงค่อย ๆ ป้อนจนหมดถ้วย แล้วใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบยาตรงมุมปาก
ยามจื่อผ่านไปไม่นาน ไข้กลับสูงขึ้น จูจั้นเหิงเริ่มหายใจเร็วและขยับตัวไม่หยุด ผ้าพันแผลมีเลือดซึมตรงขอบ อวี้หนานเรียกบ่าวชายมาช่วยประคอง นางเปลี่ยนผ้าชั้นนอกตามคำสั่งหมอ มือเปื้อนเลือดจนแดงไปถึงข้อมือ
เขาคว้ามือนางในตอนที่นางกำลังจะลุกไปล้าง “อย่าไป”