LNCrawler

ลูกธนูกลางป่า #18

เมื่อหวางเฟยหมดรัก — novel.dek d.com · All chapters

ลูกธนูกลางป่า #18

“จับไม่ได้แม้แต่คนเดียวพ่ะย่ะค่ะ พวกมันรู้ทางในป่าดีกว่าเรา พอเห็นกำลังคนมากกว่าก็ยิงธนูสกัดแล้วถอยกลับขึ้นเขา ฝนตกหนักตามหลังไปไม่นาน รอยเท้ากับรอยเกือกม้าก็หายหมด”

ปลายนิ้วของจูจั้นเหิงลูบผ่านรอยหยักบนก้านธนู ของชิ้นนี้บอกได้เพียงว่าคนยิงไม่ได้ใช้อาวุธจากร้านใหญ่ ยากที่จะสาวไปถึงผู้ใด

ภาพในค่ำคืนนั้นย้อนกลับมาอีกครั้ง

วันนั้นเขาออกตรวจค่ายม้าทางตะวันตกตั้งแต่ยามอู่ ขากลับเมฆฝนเคลื่อนต่ำจนท้องฟ้ามืดก่อนเวลา ขบวนเพิ่งเลี้ยวเข้าทางเก่าตัดไปยังประตูซีจื๋อ เสียงกิ่งไม้หักก็ดังมาจากป่าสนด้านข้าง

ลั่วเฉิงโจวชะลอม้า มือแตะด้ามดาบ ขณะเดียวกันสตรีสองคนก็วิ่งพ้นแนวไม้ออกมา คนหนึ่งแต่งกายอย่างสาวใช้ ใบหน้าเปื้อนโคลนและมีเลือดไหลจากหน้าผาก นางพยายามประคองสตรีอีกคนที่แทบยืนไม่อยู่ให้หนีลงมาทางถนน

ชายปิดหน้าห้าคนไล่ตามมาติด ๆ ผู้ที่อยู่หน้าสุดเอื้อมมือคว้าผ้าคลุมของสตรีด้านหลังจนขาด นางเสียหลักล้มลงตรงไหล่ทาง สาวใช้หันกลับไปขวางจึงถูกผลักกระแทกต้นสน

องครักษ์ของจวนอ๋องชักดาบพร้อมกัน คนร้ายเห็นตราบนอานม้าก็ชะงักไป ผู้หนึ่งยกคันธนูขึ้นยิง ลูกธนูพุ่งเฉียดบังเหียนม้าของจูจั้นเหิง ลั่วเฉิงโจวใช้ดาบปัดตกแล้วนำคนเข้าขวาง

พวกโจรไม่มีผู้ใดคิดสู้ยืดเยื้อ สามคนยิงธนูสกัด อีกสองคนคอยรับอยู่ด้านหลัง พอถอยถึงแนวไม้ก็แยกย้ายหนีขึ้นเขา องครักษ์ตามเข้าไปได้ไม่ไกล ฝนก็ตกกระหน่ำจนมองเห็นทางข้างหน้าเพียงไม่กี่ช่วงตัว

จูจั้นเหิงไม่ได้ตามไป เขาลงจากม้าแล้วสาวเท้าไปหาสตรีที่ล้มอยู่ริมทาง

เสื้อคลุมเก่าบนร่างนางขาดตั้งแต่หัวไหล่ถึงต้นแขน เลือดไหลซึมออกมาจากแผลของมีคม ฝ่ามือทั้งสองมีรอยถลอก ข้อเท้าซ้ายบวมจนรองเท้าคับแน่น เรือนผมเปียกแนบอยู่กับใบหน้า บดบังแผลยาวตรงหางคิ้วเกือบมิด

นางได้ยินเสียงฝีเท้าแล้วฝืนเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยอ่อนหวานมองเขาอยู่พักใหญ่ราวกับไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้าเป็นมนุษย์หรือภาพฝัน

“จั้นเหิง...”

เขาหยุดอยู่ตรงหน้าด้วยความตกตะลึง “จือเอ๋อ?”

สตรีผู้นั้นขยับจะลุก แต่ข้อเท้ารับน้ำหนักไม่ไหว ร่างทั้งร่างจึงเอนเข้าหาเขา จูจั้นเหิงรับไว้ทัน เลือดจากหัวไหล่ของนางเปื้อนแขนเสื้อสีดำเป็นทางยาว

อวิ๋นเซวี่ยคลานเข้ามาคุกเข่าอยู่ใกล้ ๆ นางร้องไห้จนเอ่ยคำแทบไม่ต่อกัน “ช่วยคุณหนูด้วยเพคะ พวกเราถูกปล้นรถม้า คุณหนูหนีมาได้ แต่คนเหล่านั้นตามไม่ยอมเลิกรา...”

หลันจือเหมือนต้องการกล่าวอะไร ทว่าร่างในอ้อมแขนกลับอ่อนแรงลงเสียก่อน

เส้นทางกลับเมืองเต็มไปด้วยโคลน ประตูเมืองใกล้ปิดและแผลบนหัวไหล่ยังมีเลือดไหล จูจั้นเหิงจึงห่อร่างนางด้วยเสื้อคลุมของตนแล้วอุ้มขึ้นม้า จวนเซิ่งอ๋องอยู่ใกล้กว่าจวนจิ้งอันโหว อีกทั้งมีหมอหลวงกับยาห้ามเลือดพร้อมกว่า เวลานั้นเขาคิดเพียงว่าต้องพานางกลับไปให้ถึงมือหมอ

ครั้นขบวนผ่านประตูจวน ฝนตกหนักจนเส้นผมกับอาภรณ์ของคนทั้งคู่เปียกชื้น นั่นเป็นภาพที่อวี้หนานเห็นตรงประตูวงเดือนเรือนชิงหลัว

จูจั้นเหิงดึงความคิดของตนเองกลับมา เขาวางลูกธนูกลับลงบนผ้าขาว พลางเอ่ยถาม “ทางขึ้นเขามีกี่สาย”

“สามสายพ่ะย่ะค่ะ คนของเราตรวจถึงเชิงเขาแล้ว ไม่พบคนเจ็บหรือสิ่งของตกหล่น พวกมันคงหนีกลับรังไปตั้งแต่คืนนั้น”

ลูกธนูมีฝีมือหยาบ กลุ่มคนร้ายก็แต่งกายไม่ต่างจากโจรภูเขาทั่วไป แม้รู้ว่าพวกมันกลับขึ้นเขา แต่เทือกเขาด้านตะวันตกทอดยาวหลายสิบลี้ จะให้ค้นทุกหมู่บ้านและทุกหุบเขาเพราะการปล้นเพียงครั้งเดียว ย่อมไม่อาจทำได้

ลั่วเฉิงโจวรออยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นผู้เป็นนายไม่สั่งให้ตามต่อจึงเอ่ยรายงานเรื่องอื่น “เมื่อครู่ อวิ๋นเซวี่ยมาแจ้งว่า คุณหนูใหญ่อาการไม่ค่อยดี อยากพบท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”

จูจั้นเหิงพยักหน้ารับรู้ แล้วลุกจากโต๊ะ สาวเท้าออกจากห้องหนังสือ

เมื่อมาถึง หมอหลวงเพิ่งเปลี่ยนผ้าพันแผลเสร็จ กลิ่นยาห้ามเลือดยังติดอยู่ในห้อง อวิ๋นเซวี่ยยืนเฝ้าข้างม่าน ส่วนหลันจือพิงหมอนบนเตียง หัวไหล่ขวาถูกพันผ้าหนา ข้อเท้าซ้ายวางอยู่บนหมอนอีกใบ ใบหน้าของนางยังซีดเซียว แต่ดวงตาแจ่มชัดกว่าคืนแรก

จูจั้นเหิงเดินเข้าไปนั่งโต๊ะกลางห้อง มองไปที่บาดแผล “เห็นอวิ๋นเซวี่ยบอกว่าเจ้าอาการไม่ค่อยดี”

หลันจือส่ายหน้า “อวิ๋นเซวี่ยคงตกใจเกินไป ข้าไม่ได้เป็นอะไร แค่ปวดแผล”

จูจั้นเหิงพยักหน้ารับรู้ เพราะนางบาดเจ็บมาหลายวัน เขาจึงไม่มีโอกาสได้ไต่ถาม เมื่อเห็นว่าแววตาของนางดูสดใสขึ้นบ้างแล้ว เขาจึงเอ่ย “สามปีที่ผ่านมาเจ้าหายไปอยู่ที่ใด แล้วคืนนั้นมันเกิดอันใดขึ้น”

คำถามนั้นทำให้หลันจือเงียบไปพักหนึ่ง นางยกมือแตะรอยแผลตรงหางคิ้ว ก่อนจะเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงที่ยังอ่อนล้า

หลังตกจากหน้าผา ร่างของนางค้างอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ก่อนร่วงลงไปในลำธาร แม่เฒ่าแซ่ฉินผู้หาเลี้ยงชีพด้วยการเก็บสมุนไพรพบเข้า จึงพากลับไปยังหมู่บ้านเล็ก ๆ หลังเขาหลิงอู่ อวิ๋นเซวี่ยถูกพบอยู่ห่างออกไปอีกฝั่งของลำธาร นางความจำเสื่อมถูกคนอื่นช่วยกลับไปเช่นกัน

ทั้งสองบาดเจ็บหนักและนอนรักษาตัวอยู่หลายเดือน

“ศีรษะของข้าถูกกระแทกจนจำชื่อตนเองไม่ได้ ไม่รู้ว่าตนเองเป็นใคร” หลันจือกล่าว “หมู่บ้านนั้นอยู่ลึกหลังหุบเขา ผู้คนแทบไม่ออกไปภายนอก ข้าไม่มีเงิน ไม่มีหนังสือผ่านทาง ทั้งยังความจำเสื่อม แม่เฒ่าฉินจึงให้ข้าพักอาศัยอยู่ด้วย”

จูจั้นเหิงมองรอยแผลบนใบหน้านาง “แล้วเจ้าจำได้เมื่อใด”