ความจริงสามปี #20
ความจริงสามปี #20
หลังออกมาจากเรือนฉางเยว่ นางเอาแต่เดินเหม่อลอย จนเหอหมัวมัวกับเยี่ยนหลีเป็นห่วง
“หวางเฟยเป็นอันใดไปเพคะ” เยี่ยนหลีอดที่จะเอ่ยถามไม่ได้
เฉียวอวี้หนานหลุดจากภวังค์ แล้วส่ายหน้า นางจะกล้าพูดออกไปได้อย่างไร ว่านึกละอายที่ตนเองเกิดความรักกับคนรักของพี่สาว
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เฉียวอวี้หนานทำตามที่บอก คือไปอยู่เป็นเพื่อนเฉียวหลันจือทุกวัน นางเลือกช่วงเวลาที่เซิ่งอ๋องต้องออกไปทำงาน จึงไม่เคยต้องเจอกับเขา
กระทั่งถึงวันที่ท่านพ่อท่านแม่มารับพี่สาวกลับ รถม้าของจิ้งอันโหวเคลื่อนเข้าจวนเซิ่งอ๋องสามคันตั้งแต่ยามเฉิน คันแรกเป็นรถของฟางซื่อ คันที่สองเตรียมฟูกหนาไว้รับคนเจ็บ ส่วนคันสุดท้ายบรรทุกหีบอาภรณ์กับของใช้ส่วนตัว ไม่ได้มีของจากจวนอ๋องปะปนแม้แต่ชิ้นเดียว
เฉียวเหวินเทากับบุตรชายเดินทางมาด้วยตนเอง ฟางซื่อนำหมอประจำตระกูล กับ หลัวหมัวมัวแม่นมเก่าของหลันจือติดตามมาด้วย ส่วนผู้ที่คอยประคองฟางซื่อลงจากรถคือซิ่วอิง สาวใช้ข้างกาย บุตรสาวของหลัวหมัวมัว
หลัวหมัวมัวแม้อายุเกินสามสิบแล้ว เค้าโครงความงามยังไม่เลือนหาย ผิวพรรณของนางขาวผ่องสะอาดสะอ้าน สามปีก่อนนางร้องไห้จนล้มป่วยเมื่อทราบว่าคุณหนูใหญ่ตกเขา ครั้นรู้ว่าหลันจือยังมีชีวิต ฟางซื่อจึงให้ตามมาด้วย เพราะนางเป็นคนเลี้ยงดูหลันจือมาตั้งแต่เป็นทารก
ครั้นเข้าถึงห้องโถงใหญ่ ทุกคนคำนับเซิ่งอ๋องกับเฉียวอวี้หนานตามฐานะ อวี้หนานนั่งอยู่ด้านซ้าย ห่างจากจูจั้นเหิงหนึ่งโต๊ะ
“คุณหนูใหญ่” หลัวหมัวมัวเรียกได้เพียงเท่านั้นก็ทรุดตัวคุกเข่าลงตรงปลายเท้า น้ำตาที่กลั้นมาตลอดทางไหลอาบแก้ม นางเคยอุ้มหลันจือมาตั้งแต่ยังไม่พ้นเดือน ทั้งให้นมทั้งคอยเลี้ยงดู บัดนี้มือที่เคยอวบอิ่มกลับผอมจนเห็นข้อนิ้ว แม่นมเก่าจับไว้แล้วไม่กล้าออกแรง
หลันจือยื่นมือประคองอีกฝ่าย “หลัวหมัวมัวท่านลุกขึ้นเถิด ข้ากลับมาแล้วไม่ใช่หรือ ท่านร้องเช่นนี้ ประเดี๋ยวท่านแม่ร้องตามอีกคนหรอก”
ฟางซื่อที่นั่งกุมมือบุตรสาวอยู่รีบหันหน้าไปซับน้ำตา ซิ่วอิงเข้าไปช่วยประคองมารดาลุกขึ้น
อวี้หนานจำซิ่วอิงได้เพียงเลือนราง เมื่อก่อนนางมักเห็นสาวใช้ผู้นี้เดินตามพี่สาวอยู่ห่าง ๆ ไม่เคยพูดคุยกับใคร จนกระทั่งพี่สาวหายไป อีกฝ่ายก็มาเป็นสาวใช้ของมารดาพร้อมกับหลัวหมัวมัว ภายหลังอวี้หนานแต่งเข้าจวนอ๋อง การไปมาหาสู่ระหว่างสองจวนน้อยลง นางจึงไม่ได้เห็นกันบ่อยนัก
เฉียวจื้ออวี้คอยยื่นหมอนรองหลังให้พี่สาวคนโตอย่างเก้ ๆ กัง ๆ พอมือว่างก็รับตลับยาจากหลัวหมัวมัวไปวางใกล้หมอ แต่ถูกสาวใช้บอกให้ถือไว้เช่นเดิมเพราะยังไม่ถึงเวลาเปลี่ยนยา
หลันจือสวมอาภรณ์สีม่วงอ่อน ปิ่นบนมวยผมเป็นหยกกิ่งไห่ถัง อวี้หนานลุกขึ้นมาช่วยประคองพี่สาว
ดูเหมือนหลันจือจะไม่ได้อยากกลับไป แต่จนใจที่ไม่อาจรั้งอยู่ให้ตนเองเสื่อมเสียได้
“จั้นเหิง” นางเพียงขานเรียก จูจั้นเหิงก็ลุกเดินเข้ามาหา เขาบอกว่าจะตามไปส่งนางถึงจวน
ขณะที่อวี้หนานประคองพี่สาวเดินออกไป จูจั้นเหิงจึงเดินตามมา
หลันจือหันไปเอ่ยกับเขา “ท่านต้องไปหาข้าทุกวันตามสัญญานะ”
“อืม” จูจั้นเหิงพยักหน้า สายตาเผลอมองเลยไปยังคนทางขวา เฉียวอวี้หนานไม่ได้มองเขา นางมองทางเดิน ถ้าเป็นไปได้ นางไม่อยากได้ยินบทสนทนาของพวกเขาด้วยซ้ำ
หลันจือยื่นมือไปจับฝ่ามือใหญ่เอาไว้ จูจั้นเหิงปล่อยให้นางสอดนิ้วเข้ามาประกบ กระทั่งส่งนางขึ้นรถม้า เขาถึงมีโอกาสได้มองอดีตพระชายาเต็มตา
เฉียวอวี้หนานผอมลงจนน่าใจหาย เขาไม่เห็นนางไม่กี่วันยังรู้สึกแปลกตา จูจั้นเหิงอดไม่ได้ที่จะหน้านิ่วคิ้วขมวด เขาจับข้อศอกของนาง บังคับให้นางหันมาเผชิญหน้า “หนานเอ๋อ”
อวี้หนานกลัวจะเป็นจุดสนใจ จึงหันมามองเขาด้วยสายตาไม่พอใจ “ท่านอ๋องได้โปรดปล่อยหม่อมฉัน”
จูจั้นเหิงไม่สนใจ เขายกมือคิดจะลูบแก้มของนาง แต่เฉียวอวี้หนานเบี่ยงหลบ
เฉียวหลันจือเปิดม่านออกมาพอดี “มีอะไรกันหรือ”
จูจั้นเหิงจำต้องยอมปล่อยคน อวี้หนานไม่ได้ตอบ เดินหนีออกไปยืนห่างไปหลายก้าว
เขาจำต้องใช้สายตาคาดโทษมองไปยังเหอหมัวมัวกับเยี่ยนหลีแทน ที่พวกนางดูแลเจ้านายไม่ดี
หลันจือหันไปลาน้องสาว “พี่ใหญ่ไปก่อน จะรอเจ้าที่จวน”
คำพูดนั้นชัดเจน ว่าอีกไม่นานเฉียวอวี้หนานก็ต้องกลับไปอยู่จวนตระกูลเฉียว หลันจือตั้งใจพูดเพื่อดึงความสนใจของเซิ่งอ๋อง และนางก็ทำได้จริง มาถึงตอนนี้เขาเพิ่งตระหนัก ว่าเขากับอวี้หนานหย่ากันแล้ว และเขาไม่มีสิทธิ์ไปจุ้นจ้านเรื่องของนาง
จูจั้นเหิงเดินไปปีนขึ้นหลังม้าโดยไม่พูดไม่จา หลังจากนั้นไม่นานขบวนก็เคลื่อนออกไป
อวี้หนานมองรถม้าคันที่สองเลี้ยวพ้นประตูชั้นในแล้วค่อยเดินผ่านสวนตะวันตกกลับเรือนจือจู่ รอจนแน่ใจว่าไม่มีบ่าวอื่นในระยะได้ยินแล้วค่อยเอ่ยถามเหอหมัวมัว
“ของที่ให้นำออกไปขายเป็นอย่างไรบ้าง”
“กำไลทองกับผ้าไหมออกจากจวนแล้วเพคะ ร้านผ้ากำลังต่อราคา ส่วนจดหมายถึงเหอชุนเดินทางไปกับพ่อค้าชาเมื่อวาน”
“ทางด้านร้านเฮ่ยเฟิงเล่า ว่าอย่างไร”
“เป็นตามที่คุณหนูคาดเพคะ พอทราบว่าพวกเราเป็นเพียงหญิงหม้ายต้องการหนีไปใช้ชีวิตใหม่เพราะไม่อยากกลับบ้านเดิม พวกเขาก็รีบตกลงรับงาน”
“ดีแล้ว” ได้ยินเช่นนั้น เฉียวอวี้หนานค่อยเบาใจ
เหอหมัวมัวเห็นมือเจ้านายกดอยู่เหนือท้องจึงขยับเข้ามาประคอง แต่เฉียวอวี้หนานส่ายหน้าแล้วเดินต่อ