อุ้มกลับเรือนฉางเยว่ #21
อุ้มกลับเรือนฉางเยว่ #21
ตอนที่ 10 อุ้มกลับเรือนฉางเยว่
ขบวนของจวนเซิ่งอ๋องกลับมาถึงก่อนยามอู่เพียงเล็กน้อย จูจั้นเหิงกระโดดลงจากหลังม้าตรงลานด้านหน้า ฝุ่นจากถนนยังเกาะอยู่ตามชายเสื้อคลุม ขันทีเฝ้าประตูรีบเข้ามารับบังเหียน ส่วนลั่วเฉิงโจวตามลงมาจากม้าอีกตัวแล้วส่งกล่องยาที่จวนจิ้งอันโหวฝากคืนให้บ่าว
จูจั้นเหิงเดินตรงเข้าไปในส่วนกลาง ภาพสตรีที่ยืนอยู่ข้างรถม้าอยู่ในหัวของเขาตลอดเวลา
ข้อมือใต้แขนเสื้อของอวี้หนานเล็กลง ใบหน้าที่เคยมีเนื้ออิ่มตรงข้างแก้มเหลือเพียงแนวคางเรียว เสื้อคลุมตัวเดิมก็ดูกว้างกว่าตอนต้นฤดูวสันต์ ข้อศอกของนางเล็กเสียจนคล้ายว่าถ้าเขาออกแรงอีกเพียงนิดก็จะหักคามือ
จูจั้นเหิงเร่งฝีเท้า เฉียนกว่างทราบข่าวว่าเจ้านายกลับจวน รีบออกมารออยู่ใต้ชายคาห้องโถง เขาค้อมกายลงตามธรรมเนียม ทว่ายังไม่ทันได้รายงานเรื่องในจวน เซิ่งอ๋องก็เอ่ยถามขึ้นก่อน
“หวางเฟยอยู่ที่ใด”
พ่อบ้านเงยหน้าขึ้นอย่างประหลาดใจ ก่อนรีบหลุบตา “ทูลท่านอ๋อง หวางเฟยกลับเรือนจือจู่ไปนานแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“หลายวันนี้ อาหารที่ส่งไปเรือนจือจู่เป็นอย่างไรบ้าง”
คำถามที่สองทำให้เฉียนกว่างนิ่งไปอีกครา เขาดูแลคนทั้งจวน แต่เรื่องว่าสำรับของเจ้านายเรือนหนึ่งพร่องไปกี่คำย่อมไม่อาจตอบได้ในทันที “กระหม่อมจะไปถามห้องครัวเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ”
จูจั้นเหิงเหลือบมองท้องฟ้าที่เริ่มมีสีหม่น “ไม่ต้อง” เขาหมุนกายไปทางสวนตะวันตก
ลั่วเฉิงโจวเดินตามมาได้เพียงครึ่งทางก็ถูกยกมือห้าม องครักษ์หนุ่มจึงหยุดอยู่ตรงทางแยก มองผู้เป็นนายสาวเท้าจากไป
เรือนจือจู่ในยามเย็นเงียบกว่าปกติ คนงานซ่อมหลังคากลับไปแล้ว เหลือกระเบื้องกองหนึ่งวางอยู่ข้างกำแพง หน้าต่างห้องตะวันตกเปิดแง้มไว้ให้ควันจากเตาดินลอยออกมา กลิ่นโจ๊กข้าวฟ่างกับบ๊วยเค็มลอยอวลอยู่ในอากาศ
จูจั้นเหิงผ่านประตูวงเดือนเข้ามา โดยไม่ให้บ่าวมาแจ้งล่วงหน้า เยี่ยนหลีที่กำลังตากผ้าอยู่ใต้ชายคาเหลือบไปเห็นเขาก่อน ผ้าในมือร่วงหล่นลงตะกร้า นางรีบคุกเข่า สีหน้าซีดเผือดราวกับผู้ที่ถูกจับได้ว่าทำความผิด
“ถวายบังคมท่านอ๋องเพคะ”
เสียงของสาวใช้ทำให้คนในห้องเคลื่อนไหว เหอหมัวมัวปิดฝาหีบใบเล็กแล้วเลื่อนมันเข้าใต้โต๊ะ ส่วนเฉียวอวี้หนานพับกระดาษที่กำลังอ่านเก็บเข้าแขนเสื้อ นางมีเวลาเพียงเท่านั้นก่อนเงาร่างสูงจะมาหยุดตรงประตู
อวี้หนานลุกขึ้นตามมารยาท “ท่านอ๋องกลับมาแล้วหรือเพคะ”
จูจั้นเหิงไม่ตอบคำถาม สายตาเขาหยุดบนโต๊ะเตี้ยข้างหน้าต่าง บนนั้นมีชามโจ๊กเหลืออยู่เกินครึ่ง จานผักดองพร่องไปสองชิ้น และถ้วยยาที่ล้างแล้ววางคว่ำอยู่ข้างกาน้ำ
“ตอนกลางวันเจ้ากินเท่านี้หรือ” เขาถามหัวคิ้วพลางย่นเข้าหากัน
เฉียวอวี้หนานไม่รู้ว่าเขามีเจตนาอันใด สายตาที่มองเขาจึงเจือความฉงน นางไม่ตอบแต่ถามกลับไปแทน “มีอันใดหรือเพคะ”
จูจั้นเหิงมองนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะสาวเท้าเข้ามายืนใกล้ “เจ้าไม่รู้หรือว่าตอนนี้ตนเองมีสภาพเช่นไร”
เฉียวอวี้หนานมีหรือว่าจะไม่รู้สภาพของตนเอง นางแพ้ท้อง กินอาหารได้น้อยพอมารวมกับสภาพจิตใจยิ่งทำให้ร่างกายย่ำแย่จนผอมลง แต่นางจะเป็นอย่างไร มันก็ไม่เกี่ยวอันใดกับเขาไม่ใช่หรือ
“หม่อมฉันทราบเพคะ แต่ที่ไม่เข้าใจ คือมันเกี่ยวอันใดกับท่านอ๋อง”
“หนานเอ๋อ เจ้าเลิกกล่าววาจาประชดประชันข้าเสียที”
อวี้หนานเมินหน้าหนี สายตาเหลือบไปเห็นเยี่ยนหลีกับเหอหมัวมัวยังคุกเข่าอยู่พอดี นางต้องการให้ทั้งสองหาทางเลี่ยงไปจัดการเรื่องข้าวของ จึงเอ่ยสั่ง “พวกเจ้าออกไปก่อน”
สาวใช้ต่างวัยทั้งสองพากันรับคำ เหอหมัวมัวหยิบตะกร้ายาขึ้นมาบังหีบใต้โต๊ะแล้วพาเยี่ยนหลีออกทางห้องข้าง เมื่อม่านประตูปิดลง บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนมาเงียบสงัด
จูจั้นเหิงก้าวเข้ามาอีกก้าว ตอนนี้เขาหยุดห่างจากนางไม่ถึงช่วงแขน “เหตุใดเจ้าถึงได้ผอมลงถึงเพียงนี้”
นางไม่อยากให้เขาเซ้าซี้เลยตอบออกไปส่ง ๆ “อากาศร้อนขึ้น คนกินได้น้อยลง ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาเพคะ”
“อากาศร้อนอย่างนั้นหรือ นี่มันปลายฤดูวสันต์อากาศเย็นจะตาย คำอ้างของเจ้าฟังไม่ขึ้น”
อวี้หนานยิ้มบาง “ท่านอ๋องมาถึงก็ซักถามเรื่องอาหาร หรือคิดว่าหม่อมฉันปล่อยให้ตนเองอดอยากเพื่อเรียกร้องความสงสารอีกหรือเพคะ”
“ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้น ข้าก็แค่...” แม้แต่ตัวเขาเอง ยังไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ไฉนตนเองถึงได้รู้สึกกังวลใจนัก เช่นนี้จูจั้นเหิงจึงไม่รู้ว่าจะอธิบายให้ผู้อื่นฟังอย่างไร
“แค่อะไรเพคะ...” อวี้หนานแค่นเสียงเยาะหยัน “อย่าบอกนะเพคะว่าเกิดทรงคิดถึงหม่อมฉันขึ้นมา”
ใช่ เขากำลังคิดเช่นนั้น
ตลอดเวลาที่อยู่จวนโหว จิตใจเขาว้าวุ่นอยู่แต่กับเรื่องของสตรีผู้นี้
พะวงว่านางจะเดินทางกลับถึงเรือนอย่างปลอดภัยแล้วหรือไม่ นึกห่วงว่ามื้อกลางวันนางกินอะไรบ้างหรือเปล่า กระทั่งภาพใบหน้าซูบผอมนั้นก็ยังฉายวนเวียนอยู่ในหัว
จูจั้นเหิงไม่คุ้นชินกับความรู้สึกไร้เหตุผลที่ก่อตัวขึ้นเงียบ ๆ นี้เลย เขาทำได้เพียงขมวดคิ้วจนแทบจะเป็นปม “เจ้ามีกระจกหรือไม่ ลองส่องดูตนเองเสียบ้าง”
อวี้หนานมองใบหน้าของเขา นางไม่คิดว่าหลังจากไปส่งคนรักถึงจวน เขาจะย้อนกลับมาหาเรื่องตนด้วยสาเหตุนี้ “หม่อมฉันเป็นเช่นไร ล้วนไม่เกี่ยวกับท่านอ๋อง”
“เจ้าอย่าลืมว่าหนังสือหย่ายังไม่ผ่านการประทับตรา ข้ายังเป็นพระสวามีของเจ้าอยู่”