ตอนที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ
ตอนที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ
ตอนที่ 11 ความเคยชิน
สาวใช้ทั้งสองรับคำ รีบยกเตาเครื่องหอมออกไป อีกกลุ่มหนึ่งเข้ามาปลดม่านสีม่วงอ่อนและรวบเบาะที่หลันจือเคยใช้ กล่องยา เสื้อคลุม และถ้วยชาถูกนำออกทีละชิ้น เรือนที่มีร่องรอยของคนอื่นอยู่เต็มไปหมดค่อย ๆ ว่างลงต่อหน้าต่อตา
จูจั้นเหิงชี้ไปที่ฉากกั้นลายนกคู่ที่ถูกย้ายมาจากห้องเก็บของ “นำฉากเดิมของหวางเฟยกลับมา โต๊ะเครื่องแป้งให้จัดอย่างที่เคยเป็น”
อวี้หนานนั่งมองคนในเรือนเคลื่อนไหวไปมา นางไม่รู้สึกยินดี มีเพียงความเหนื่อยล้าสายหนึ่งค่อย ๆ ทับลงบนบ่า
“ไม่จำเป็นเพคะ”
เขาหันกลับมา “สิ่งใดไม่จำเป็น”
“ทุกอย่าง” นางมองม่านที่ถูกกองอยู่บนพื้น “หม่อมฉันพักเพียงไม่กี่คืน ใช้ของเดิมก็ได้”
จูจั้นเหิงไม่ชอบคำพูดทำนองนี้เลย
บ่าวไพร่ยังอยู่เต็มห้อง จูจั้นเหิงจึงไม่ได้ตอบกลับไป เพียงสั่งให้ทุกคนเร่งมือ จากนั้นเดินไปปิดหน้าต่างด้านที่ลมพัดแรงเกินไป เหลือไว้เพียงสองบานให้อากาศถ่ายเท
ไม่นานเหอหมัวมัวกับเยี่ยนหลีก็ตามมาถึง หีบเสื้อผ้าสองใบถูกยกเข้าห้อง ส่วนหีบที่ปิดกุญแจยังอยู่เรือนจือจู่ อวี้หนานเห็นสีหน้าของเหอหมัวมัวแล้วค่อยวางใจ
เฉียนกว่างนำบ่าวชายเข้ามาวางเตาถ่านเพิ่ม เขารอจนเจ้านายหันมาจึงรายงาน “ห้องครัวถามว่าสำรับเย็นให้จัดตามรายการเดิมหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
จูจั้นเหิงนึกไปถึงสำรับที่ตนเคยเอาไปให้หลันจือ “ไม่เอาของทอด ไม่เอาเนื้อแพะ ไม่ใส่น้ำมันมาก ต้มข้าวฟ่างให้นิ่ม ทำผักอ่อนสองอย่าง แล้วให้คนไปหาบ๊วยเค็มจากคลังมา”
เฉียนกว่างรับคำ แต่ก่อนถอยออก เขาได้ยินเซิ่งอ๋องกล่าวเพิ่ม “นับจากคืนนี้ ครัวเล็กเรือนฉางเยว่ให้เหอหมัวมัวถือกุญแจ นางต้องการวัตถุดิบใดให้เบิกได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านรายการครัวใหญ่”
เหอหมัวมัวรับคำ
อวี้หนานกลับนิ่วหน้า “หม่อมฉันไม่ต้องการ”
จูจั้นเหิงไม่ได้สนใจ
เฉียนกว่างพาคนถอยออกอย่างรู้หน้าที่ เหอหมัวมัวก็รีบดึงเยี่ยนหลีไปตรวจครัวเล็ก ทิ้งเจ้านายทั้งสองไว้ลำพัง
อวี้หนานเป็นฝ่ายหลบตาก่อน “ท่านอ๋องทำเช่นนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์”
“มีประโยชน์หรือไม่ข้าตัดสินใจเอง”
อวี้หนานไม่อยากสนใจเขาอีกจึงลุกจากตั่ง ตั้งใจจะไปช่วยเยี่ยนหลีจัดเสื้อผ้า ทว่าเพิ่งยืนก็เกิดอาการวิงเวียน ภาพตรงหน้าดับมืดลง อวี้หนานคว้าขอบโต๊ะไม่ทัน โชคดีที่จูจั้นเหิงประคองเอาไว้
“ยังจะบอกว่าไม่เป็นอะไรอีกหรือ” เขาดุ
นางขยับกายหนี ทว่าท่อนแขนที่ประคองแผ่นหลังยังไม่ยอมคลาย
“หม่อมฉันเพียงลุกเร็วเกินไปเท่านั้นเพคะ”
จูจั้นเหิงมองใบหน้าซีดเซียวของนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนบอกว่าจะเรียกหมอหลวงมาตรวจในวันรุ่งขึ้น อวี้หนานยกมือดันท่อนแขนเขาออก ครานี้นางไม่หลบสายตา
“หม่อมฉันรู้ร่างกายของตนเองดี หากท่านอ๋องยังเหลือความเมตตาอยู่บ้าง ก็โปรดปล่อยให้หม่อมฉันตัดสินใจเรื่องของตนเองเถิดเพคะ อย่าให้หม่อมฉันต้องพูดซ้ำอีกเลย ว่าเราหย่ากันแล้ว ไม่ได้เป็นอะไรกัน”
แววตาของนางไม่ใช่ความดื้อรั้นแต่เป็นความเด็ดเดี่ยวจนเขาเองยังตกใจ ในอกของจูจั้นเหิงพลันวูบโหวง ไม่กล้าที่จะขัดใจนาง
“ได้ ตามที่เจ้าปรารถนา” เขากล่าว “แต่เจ้าต้องสัญญาว่าจะดูแลตัวเองให้ดี ถึงแม้ว่าเรา...” คำว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน เขากลับพูดมันไม่ออก
“ท่านอ๋องไม่ต้องกังวล หม่อมฉันต้องดูแลตัวเองอยู่แล้วเพคะ”
จูจั้นเหิงก้มมองใบหน้าซีดเซียว ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าตนเตรียมทุกอย่างไว้ดีแล้ว ทั้งเรื่องทรัพย์สมบัติ ที่อยู่อาศัย และให้เงินชดเชยมากมายเพื่อให้นางได้อยู่สุขสบายไปทั้งชีวิต ต่อให้นางกลับตระกูลเฉียวไม่ได้ก็ยังมีที่ให้ไป เขาคิดว่าการตัดสินใจรวดเร็วจะลดความเจ็บปวดของทุกฝ่าย
ทว่าพอมาถึงตอนนี้ เขาเริ่มไม่มั่นใจแล้ว ว่าที่ตนเองทำนั้นมันถูกต้อง เขาไม่ชอบความคิดนี้เลย
ไม่ชอบจนมือที่ประคองเอวคอดกิ่วเลื่อนขึ้นไปแตะท้ายทอยนางโดยไม่รู้ตัว อวี้หนานเพิ่งเงยหน้าขึ้น ริมฝีปากของเขาก็ทาบลงมา
จูบครั้งนี้ไม่ได้อ่อนโยนเหมือนคืนหิมะตก มันเกิดจากความขุ่นเคืองและความหวาดหวั่นที่เจ้าตัวไม่ยอมรับ ริมฝีปากอุ่นร้อนบดลงมาประหนึ่งคนที่ต้องการหยุดทุกคำเกี่ยวกับการจากลาเอาไว้ อวี้หนานนิ่งค้างไปชั่วลมหายใจ กลิ่นสนบนเสื้อของเขากับความทรงจำเก่าทำให้หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ
แต่สุดท้ายนางก็ยังเลือกที่จะยกมือผลักอกเขาออก จูจั้นเหิงรับรู้ถึงแรงต่อต้าน เขาชะงักทันที
เมื่อลืมตา นัยน์ตาของอวี้หนานไม่มีความอ่อนหวานเหมือนอย่างวันวานอีกแล้ว มีเพียงความโกรธและความเจ็บปวดที่ไม่คิดปิดบัง
มือของเขาค่อย ๆ คลายออกจากท้ายทอยของนาง คนทั้งสองยืนห่างกันเพียงคืบ ทว่ากลับเหมือนไกลแสนไกล
อวี้หนานใช้หลังมือเช็ดริมฝีปาก “ท่านอ๋องลืมไปแล้วหรือเพคะ ว่ากำลังจะแต่งงานกับพี่ใหญ่”
จูจั้นเหิงไม่มีคำตอบ
เขารู้เพียงว่าเมื่อครู่ตนทำสิ่งที่ไม่ควรทำ และยิ่งรู้ชัดกว่านั้นว่า หากยังยืนอยู่ตรงนี้ เขาอาจทำซ้ำอีก
เขาหมุนตัวออกจากห้องโดยไม่กล่าวลา ชายเสื้อคลุมกวาดผ่านม่านที่เพิ่งแขวนได้ครึ่งหนึ่ง บ่าวด้านนอกพากันหลบทาง เขาเดินออกจากเรือนฉางเยว่เร็วเสียจนลั่วเฉิงโจวที่รออยู่ปลายระเบียงตามไม่ทัน
อวี้หนานยืนอยู่ข้างโต๊ะจนเสียงฝีเท้าหายไป
มือที่ผลักเขาเมื่อครู่สั่นเล็กน้อย นางจึงกำมันไว้ใต้แขนเสื้อ ก่อนยกอีกมือวางเหนือท้อง