LNCrawler

บัญชีลับ #25

เมื่อหวางเฟยหมดรัก — novel.dek d.com · All chapters

บัญชีลับ #25

ตอนที่ 12 บัญชีลับ

อวี้หนานกลอกตาไปมา ใบหน้าร้อนผ่าว นางกลั้นใจยกมือดันแผ่นอกของเขาพร้อมกับออกคำสั่ง “ทะ..ท่านอ๋องขยับไปเดี๋ยวนี้”

“แล้วถ้าข้าไม่ขยับเล่า” จูจั้นเหิงไม่พูดเปล่า ยังโน้มใบหน้าลงมาสูดกลิ่นหอมเฉพาะตัวของนาง

อวี้หนานหดคอ

สองปีที่อยู่ด้วยกันมา ถึงจะอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยา แต่การหยอกเย้าชวนให้ใจสั่นเช่นนี้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

อวี้หนานไม่รู้จะทำให้เขาถอยออกไปได้อย่างไร ในหัวไพล่คิดไปถึงจุมพิตเมื่อวาน จู่ ๆ นางก็โพล่งขึ้น “ท่านอ๋อง หม่อมฉันว่าท่านอย่าได้ทำอันใดที่ทำให้ตนเองต้องหนีหน้าอีกจะดีกว่าเพคะ”

ใบหน้าหล่อเหลาชะงักค้าง ในหัวผุดภาพจุมพิตขึ้นมาเช่นกัน อวี้หนานเองเพิ่งรู้ว่าตนพูดอะไรออกไป ใบหน้ายิ่งเห่อร้อน

จูจั้นเหิงปลดปลอกแขนหนังข้างหนึ่งออกช้า ๆ พลางอธิบาย “เมื่อคืนข้ามีรายงานต้องอ่าน”

“หม่อมฉันไม่ได้ถามเพคะ”

“เผื่อเจ้าอยากรู้”

นางเม้มริมฝีปากแล้วหันหลังหนี “หม่อมฉันจะเก็บของต่อ ท่านอ๋องเชิญกลับไปเถิด”

เขาไม่กลับ เพียงถอยห่างออกไป แล้วลากเก้าอี้ตัวเดียวในห้องมานั่งตรงประตู ราวกับตั้งใจปิดทางออก “ข้าจะรอ”

บุรุษบนเก้าอี้พาดปลอกแขนไว้บนเข่า ท่าทางบอกชัดว่าไม่คิดขยับไปไหน อวี้หนานรู้ว่าต่อปากต่อคำต่อไปรังแต่จะเสียเวลา จึงหันไปจัดตำรา ปล่อยให้เขามองแผ่นหลัง

นางนำหนังสือสองเล่มใส่ตะกร้า เก็บกล่องด้ายกับผ้าผืนเล็กจากลิ้นชัก ส่วนบัญชีใต้เสื้อคลุมถูกส่งให้เยี่ยนหลีอย่างแนบเนียนในตอนที่นางเข้ามารับตะกร้า

จูจั้นเหิงมองเห็นเพียงกระดาษมุมหนึ่ง “นั่นคือสิ่งใด”

“รายการสินเดิมเพคะ” อวี้หนานตอบโดยไม่หันกลับมา “ท่านอ๋องคงไม่คิดตรวจทีละแผ่นกระมัง”

เขาไม่ชอบน้ำเสียงเย็นชาเช่นนี้ของนางแต่ก็รู้ว่าหากถามต่อ นางจะยิ่งระวัง จึงเพียงลุกขึ้นแล้วรับตะกร้าจากมือเยี่ยนหลี

สาวใช้ตกใจ “บ่าวถือเองได้เพคะ”

“ไปเรียกเกี้ยวมา”

อวี้หนานคัดค้านทันที “ไม่ต้อง หม่อมฉันเดินกลับเองได้”

จูจั้นเหิงหันมามองนาง “หรือจะให้ข้าอุ้มอีกครั้งก็ได้”

เฉียวอวี้หนานไม่รู้จะจัดการกับเขาอย่างไรแล้ว ได้แต่ปล่อยเลยตามเลย

ชั่วครู่ต่อมา เกี้ยวหลังเล็กถูกหามมาหน้าเรือนจือจู่ อวี้หนานก้าวขึ้นไปโดยไม่มองคนที่ยืนถือม่านให้ จูจั้นเหิงส่งตะกร้าให้เยี่ยนหลีแล้วเดินตามข้างเกี้ยวตลอดทางกลับ

เมื่อมาถึงเรือนฉางเยว่ เหอหมัวมัวกำลังยืนโต้เถียงกับบ่าวครัวใหญ่อยู่ใต้ชายคา

บนโต๊ะกลางลานมีถาดอาหารสองชุด ชุดหนึ่งเป็นโจ๊กข้าวฟ่างกับผักต้มตามที่สั่ง อีกชุดมีซุปไก่ตุ๋นโสม ไข่ผัดน้ำมันงา และเกี๊ยวทอดวางอยู่เต็มถาด บ่าวจากครัวค้อมตัวต่ำ พยายามอธิบายว่าอาหารบำรุงทั้งหมดเป็นความหวังดีของหัวหน้าคนครัว

ทันทีที่ร่างสูงของจูจั้นเหิงก้าวผ่านประตูเข้ามา ความวุ่นวายเมื่อครู่ก็พลันเงียบลงทันที

เขาปรายตามองชามน้ำแกงที่มีน้ำมันลอยเป็นวง “ผู้ใดสั่ง”

คนจากโรงครัวรีบคุกเข่า “หัวหน้าครัวเกรงว่าอาหารตามรับสั่งจะจืดชืดเกินไปพ่ะย่ะค่ะ หวางเฟยผอมลง ควรได้อาหารบำรุง...”

“เมื่อคืนข้าสั่งว่าอย่างไร”

“ไม่เอาของทอด ไม่เอาเนื้อแพะ และไม่ใส่น้ำมันมากพ่ะย่ะค่ะ” บ่าวผู้นั้นตอบเสียงสั่นเครือ

“เช่นนั้นเกี๊ยวบนถาดนั่นคือสิ่งใด” บ่าวรับใช้ก้มศีรษะต่ำกว่าเดิม ไม่กล้าตอบ

ขณะนั้นเองอวี้หนานลงจากเกี้ยว เพียงแค่กลิ่นฉุนของน้ำมันงาลอยมาปะทะจมูก ท้องไส้ของนางก็ปั่นป่วนจนแทบจะอาเจียน นางชะงักอยู่ตรงขั้นบันได รีบยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดจมูกและเบือนหน้าหนีทันที

จูจั้นเหิงเห็นทุกอย่าง สีหน้าพลันเย็นเยียบลงกว่าเดิม “ยกถาดนี้ออกไป หักเบี้ยหวัดหัวหน้าพ่อครัวหนึ่งเดือน นับจากนี้เรื่องอาหารของเรือนฉางเยว่ไม่ต้องให้เขาจัด ให้เหอหมัวมัวเป็นคนจัดการเอง”

เหอหมัวมัวก้าวออกมาค้อมกาย “เพคะ”

บ่าวจากโรงครัวรับคำเสียงเครือ ก่อนจะรีบยกถาดอาหารมันเลี่ยนออกจากลานเรือนอย่างรวดเร็ว

อวี้หนานมองตามแผ่นหลังนั้นไป ทว่าในใจกลับไม่ได้รู้สึกยินดีนัก “เขาเพียงหวังดี ท่านอ๋องไม่จำเป็นต้องลงโทษถึงเพียงนั้น”

“หวังดีโดยไม่ฟังคำสั่งเรียกว่าทำเกินหน้าที่” เขาตอบเสียงเรียบ “ครั้งก่อนสำรับของเจ้าถูกยกไป ครั้งนี้ยังเปลี่ยนอาหารเอง หากไม่มีผู้ใดรับผิดชอบ วันหน้าคงคิดว่าเรือนใดอยากได้สิ่งใดก็หยิบไปได้”

อวี้หนานได้ยินเช่นนั้นก็นิ่งงันไป

คราวก่อนเขาเองแท้ ๆ ที่เป็นคนออกปากอนุญาตให้ผู้อื่นยกสำรับของนางไป ทว่าเวลานี้กลับหยิบยกเรื่องนั้นขึ้นมา

จูจั้นเหิงไม่ได้เอ่ยคำขอโทษออกมา บางทีคนอย่างเขาอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรเริ่มอย่างไร ชายหนุ่มเพียงสั่งให้ยกสำรับที่เหลือเข้าไปในห้องตะวันออก ก่อนหันมามองนาง

“เมื่อวานเจ้าแทบไม่ได้แตะอาหาร วันนี้อย่าปล่อยให้ท้องว่างอีก”

อวี้หนานยังคงยืนอยู่ที่เดิม “ท่านอ๋องไม่ต้องเข้าเฝ้าหรือเพคะ”

เขาไม่ตอบ เพียงเดินเข้าไปนั่งรออยู่ข้างโต๊ะ ท่าทีเช่นนั้นชัดเจนว่าเขาจะไม่ออกจากจวนจนกว่านางจะยอมกิน อวี้หนานหันไปมองเหอหมัวมัว อีกฝ่ายพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าอาหารชุดนี้ไม่มีกลิ่นชวนคลื่นไส้ นางจึงจำต้องตามเข้าไป

บนโต๊ะกลมวางโจ๊กกับเครื่องเคียงไว้สองชุด อวี้หนานหยุดอยู่ข้างเก้าอี้ สายตาเคลื่อนไปยังถ้วยฝั่งตรงข้าม

จูจั้นเหิงถอดปลอกแขนอีกข้างวางบนโต๊ะ อาหารตรงหน้าเขายังไม่พร่องแม้แต่คำเดียว เห็นได้ชัดว่าเขายังไม่ได้กินเช่นกัน