LNCrawler

บัญชีลับ #26

เมื่อหวางเฟยหมดรัก — novel.dek d.com · All chapters

บัญชีลับ #26

สำรับมีเพียงโจ๊กใส ผักต้ม และบ๊วยเค็ม ไม่มีทั้งเนื้อและของมัน เขาตักโจ๊กเข้าปาก สีหน้าไม่เปลี่ยน กระทั่งคีบบ๊วยเค็มครึ่งชิ้นตามเข้าไป หางคิ้วจึงขยับเล็กน้อยเมื่อสัมผัสรสเปรี้ยวเค็มจัด

อวี้หนานเกือบหลุดยิ้ม นางรีบเม้มปาก ทว่ายังช้าเกินไป จูจั้นเหิงเลื่อนจานบ๊วยไปตรงหน้านาง

“ของที่เจ้าสั่ง เจ้าก็กินเองเถิด”

นางหลุบตาซ่อนรอยขบขัน ก่อนนั่งลงตักโจ๊กกินโดยไม่กล่าวสิ่งใด ตลอดมื้อจูจั้นเหิงไม่ได้เอ่ยเร่งรัด ครั้นช้อนในมือนางหยุดนานเกินไป ผักต้มชิ้นหนึ่งก็จะถูกคีบมาวางลงในถ้วย จากนั้นเขาก็ก้มหน้ากินต่อราวกับไม่ได้ใส่ใจ

อาหารธรรมดามื้อนั้นจึงกินต่อเนื่องไปได้เกือบครึ่งชั่วยาม

อวี้หนานกินหมดครึ่งชาม มากกว่าสองวันที่ผ่านมา เหอหมัวมัวที่ยืนรออยู่ด้านนอกเห็นก้นชามก็มีสีหน้าโล่งใจ จูจั้นเหิงวางช้อนตามหลังนาง แล้วเรียกพ่อบ้านเข้ามาเก็บสำรับ

เฉียนกว่างก้าวผ่านม่าน ค้อมกายรอจนเจ้านายเช็ดมือเสร็จจึงรายงาน “ทูลท่านอ๋อง คุณชายเฉียวมาขอพบหวางเฟยพ่ะย่ะค่ะ นำเทียบพิธีจากจวนจิ้งอันโหวมาด้วย เวลานี้รออยู่ศาลาตะวันออก”

อวี้หนานลุกขึ้น “ข้าจะไปพบเขา”

จูจั้นเหิงมองชามที่นางกินพร่องแล้ว ไม่ได้ขวาง เพียงกล่าวกับเหอหมัวมัว “นำเสื้อคลุมมาให้หวางเฟย”

อวี้หนานรับเสื้อคลุมจากหมัวมัวแล้วออกจากห้อง

ศาลาตะวันออกอยู่ถัดจากบ่อบัวเล็ก ใบอ่อนเพิ่งโผล่เหนือผิวน้ำ เฉียวจื้ออวี้ยืนอยู่ข้างเสา มือหนึ่งถือเทียบสีแดง อีกมือดึงชายพู่ห้อยซ้ำไปซ้ำมา เมื่อเห็นพี่สาวเดินมาตามทาง เขารีบปล่อยมือและก้าวลงจากศาลามาคำนับ

“พี่รอง”

อวี้หนานพยักหน้าแล้วพาเขากลับขึ้นไปนั่ง “เหตุใดต้องนำมาด้วยตนเอง ให้บ่าวมาส่งก็พอ”

จื้ออวี้วางเทียบลงตรงหน้า “ท่านแม่บอกว่าพิธีถอนชื่อสำคัญมาก จึงให้ข้านำมาให้ท่านกับเซิ่งอ๋องด้วยตนเอง”

นางเปิดดู ด้านในระบุยามเริ่มพิธี รายชื่อผู้เข้าร่วม และของไหว้ที่ต้องเตรียม อีกสองวันหลังจากนี้ นางต้องกลับไปคุกเข่าในศาลบรรพชน ซึ่งมีป้ายชื่อของพี่สาวตั้งอยู่มาสามปี เพื่อร่วมพิธีถอนชื่อผู้ตายออกจากสกุล

จื้ออวี้ลอบสังเกตสีหน้าพี่สาว เขาอ้าปากคล้ายจะพูดสิ่งใด ทว่าสุดท้ายกลับเลือกจะยกถ้วยชาขึ้นจิบเพื่อกลบเกลื่อน ทั้งที่น้ำในถ้วยยังร้อนจัด

อวี้หนานเห็นอีกฝ่ายชะงัก “เจ้ามีเรื่องใดจะพูดกับข้ากันแน่”

เด็กหนุ่มวางถ้วยลงอย่างลุกลน จังหวะนั้นน้ำชาจึงกระฉอกรดหลังมือ “เปล่าขอรับ ข้าเพียง...”

ทว่าเสียงฝีเท้าที่ดังมาจากระเบียงทางเดินด้านหลัง ทำให้จื้ออวี้จำต้องกลืนคำพูดลงคอไป

ร่างสูงของจูจั้นเหิงก้าวพ้นแนวต้นหลิวเข้ามา เขาผลัดเปลี่ยนเป็นอาภรณ์สำหรับเข้าเฝ้าเรียบร้อยแล้ว โดยมีลั่วเฉิงโจวถือกระบี่เดินตามอยู่ห่าง ๆ เมื่อมาถึงหน้าศาลา องครักษ์หยุดรอด้านล่าง ส่วนเซิ่งอ๋องก้าวขึ้นบันได

จื้ออวี้เห็นดังนั้นจึงรีบลุกขึ้นทำความเคารพ “ถวายบังคมท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”

“ไม่ต้องมากพิธี” จูจั้นเหิงเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะปรายตามองเทียบสีแดงบนโต๊ะ “กำลังคุยเรื่องพิธีกันอยู่หรือ”

จื้ออวี้กำชายแขนเสื้อแน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะรีบพยักหน้ารับ “พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมกำลังจะกลับพอดี ถือโอกาสทูลลาเลยแล้วกัน”

“ตามสบายเถิด”

เฉียวจื้ออวี้ประสานมือค้อมกายคำนับ จากนั้นก็เดินออกไปจากศาลา

“น้องชายของเจ้าดูเหมือนมีเรื่องอะไรในใจ” จูจั้นเหิงเอ่ยถามขึ้นมา

“คงเพราะช่วงนี้คนในเรือนต้องเผชิญกับเรื่องราวใหญ่ติดต่อกันหลายเรื่องกระมังเพคะ” อวี้หนานตอบเสียงเรียบ

จูจั้นเหิงมองตามแผ่นหลังที่เพิ่งจากไป ไม่ได้ติดใจสงสัยอันใดอีก ยามนี้ใกล้เวลาเข้าเฝ้าแล้ว เขาจึงหยิบเทียบอีกฉบับบนโต๊ะขึ้นมา “วันพิธีข้าจะไปพร้อมเจ้า”

เฉียวอวี้หนานเพียงนิ่งเงียบ ไม่ได้กล่าวสิ่งใดกลับไป

ทั้งสองสบตากันนิ่งนาน มีหลายคราที่เฉียวอวี้หนานอยากให้เรื่องของพี่สาวเป็นเพียงแค่ฝันไป ทว่านางย่อมรู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้

กระทั่งลั่วเฉิงโจวเอ่ยเตือนเรื่องเวลา จูจั้นเหิงจึงสอดเทียบเข้าไปในสาบเสื้อ แล้วหมุนตัวเดินลงจากศาลาไป

อวี้หนานทอดสายตามองแผ่นหลังกว้างนั้นจนลับสายตา หลังจากเขาไปแล้ว นางถึงได้เดินกลับเรือน

ช่วงบ่าย จูจั้นเหิงออกจากวังแล้วไปจวนจิ้งอันโหวตามสัญญาที่เคยให้กับเฉียวหลันจือ

เมื่อถึงหน้าประตูจวนจิ้งอันโหว จูจั้นเหิงก้าวเดินไปยังประตูเรือนชั้นใน ทว่าเมื่อก้าวเข้าไปกลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้น

“จั้นเหิง ท่านมาแล้วหรือ”

หลันจือนั่งรับลมอยู่ในเรือนชั้นใน ภายนอกมีสาวใช้ที่ฟางซื่อจัดหามาเพิ่มอีกสี่คน ครั้นเห็นเขาก้าวเข้ามา หญิงสาวก็คลี่ยิ้มอ่อนโยนเรียกให้เขามานั่งข้างตั่ง

ทว่าเขาอยู่ไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็เหลือบมองเงาแดดนอกหน้าต่างเป็นครั้งที่สาม

“ท่านอ๋องมีธุระหรือ” หลันจือเอ่ยถาม

“ยังมีรายงานจากกองทหารที่ข้าต้องกลับไปจัดการ”

นางยื่นมือไปกุมมือเขาไว้ “พรุ่งนี้ ท่านมาหาข้าอีกได้หรือไม่”

จูจั้นเหิงพยักหน้ารับ ขณะที่ลุกขึ้นเตรียมจะกลับ กลิ่นยาต้มที่ลอยอวลในห้องของหลันจือ กลับพานให้เขานึกถึงถ้วยยาที่คว่ำบนโต๊ะในเรือนจือจู่ และนึกขึ้นได้ว่าตอนออกจากจวนมา เขายังไม่ได้ถามว่าอวี้หนานกินมื้อกลางวันหรือไม่

เขาเร่งรุดออกจากจวนโหว กลับมาถึงเรือนฉางเยว่ในยามโหย่ว