บัญชีผ้า #27
บัญชีผ้า #27
ตอนที่ 13 บัญชีผ้า
อวี้หนานไม่ได้อยู่ในห้องนอน นางกำลังนั่งตรวจบัญชีผ้าอยู่ที่โต๊ะในห้องตะวันตก แสงแดดรำไรสาดส่องลงบนปิ่นเงินเหนือมวยผม ข้างมือมีชามเปล่าวางอยู่
จูจั้นเหิงหยุดฝีเท้าตรงหน้าประตู เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นก้นชามที่ว่างเปล่า ร่างสูงก็คลายหัวคิ้วลง
อวี้หนานรับรู้ถึงเงาบนพื้นจึงเงยหน้าขึ้น “ท่านอ๋องกลับมาแล้วหรือเพคะ”
“อืม” เขาตอบรับในลำคอเพียงเท่านั้น แล้วเดินผ่านไปยังห้องหนังสือเล็กด้านตะวันออก
ครึ่งชั่วยามให้หลัง บ่าวรับใช้ก็ยกสาลี่ตุ๋นน้ำผึ้งเข้ามาวางบนโต๊ะของนาง บอกว่าเป็นคำสั่งจากท่านอ๋อง
อวี้หนานมองถ้วยสาลี่อยู่นาน ก่อนจะใช้ช้อนตัดชิ้นเล็กเข้าปาก มันหวานเกินไป นางกินได้เพียงสองคำก็วางลง
คนในห้องหนังสือด้านตะวันออกได้รับรายงานนั้นไม่นาน เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วสั่งใหม่ว่า วันหน้าห้ามเติมน้ำผึ้ง
จูจั้นเหิงไม่เคยรู้มาก่อนว่าการจัดการเรื่องอาหารการกินจะยุ่งยากกว่าการจัดทัพทั้งกอง
ทว่าคืนนั้น เขากลับอ่านรายงานจบถึงสามฉบับและอยู่ในเรือนฉางเยว่ตลอด
กลางดึกหลังวันที่สอง ฝนโปรยปรายลงมาเพียงครู่หนึ่ง
เสียงหยาดน้ำที่ร่วงหล่นจากชายคากระทบพื้นดังแว่วอยู่หลังบานหน้าต่าง อวี้หนานสะดุ้งตื่นขึ้นกลางยามอิ๋นเพราะรู้สึกคลื่นเหียน นางลุกจากเตียงอย่างระมัดระวัง ก่อนจะโก่งคออาเจียนลงในกระโถน
เยี่ยนหลีนอนเฝ้าอยู่ด้านนอก ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจึงรีบรุดเข้ามาช่วยประคอง
“เบาเสียงหน่อย” อวี้หนานกระซิบเตือน
สาวใช้ลอบมองไปทางประตูห้องตะวันออก แสงตะเกียงที่เคยลอดผ่านช่องประตูดับลงแล้ว “บ่าวจะไปตามเหอหมัวมัวเพคะ”
“ไม่ต้อง ข้าแค่กินสาลี่หวานเกินไปเท่านั้น”
อวี้หนานบ้วนปากแล้วเอนกายนั่งพิงหัวเตียง เยี่ยนหลีเก็บกระโถนออกไปจัดการทำความสะอาด เสียงหยาดฝนด้านนอกช่วยกลบเสียงฝีเท้า
ทว่าพวกนางกลับไม่รู้เลยว่า มีเงาร่างของใครบางคนยืนอยู่เบื้องหลังประตูห้องตะวันออกนานเพียงใดแล้ว
จูจั้นเหิงได้ยินทุกอย่าง มือของเขาวางอยู่บนบานประตู
ท้ายที่สุดเขาก็ไม่ได้ผลักบานประตูออกไป เขาเพียงหมุนตัวกลับแล้วเรียกขันทีที่เฝ้าอยู่ระเบียงอีกด้านมากำชับเสียงเบา ให้ต้มขิงอ่อนกับเปลือกส้มส่งเข้าไปเมื่อฟ้าสาง และห้ามบอกว่าเป็นคำสั่งของผู้ใด
รุ่งเช้า อวี้หนานตื่นมาพบถ้วยน้ำขิงวางอยู่ข้างเตียง
เมื่อถามเยี่ยนหลี สาวใช้ตอบว่าเป็นของครัวเล็ก เหอหมัวมัวสั่งให้ต้มตามคำแนะนำของหมอหญิง อวี้หนานจึงไม่ได้สงสัย นางเพียงยกขึ้นมาจิบสองคำแล้ววางไว้
หลังแต่งตัวเสร็จ นางก็เดินไปยังห้องตะวันตก หีบสินเดิมสามใบถูกยกมาจากเรือนจือจู่เมื่อคืน เหอหมัวมัวปิดประตูหน้าต่างแล้วเปิดก้นหีบชั้นใน ตั๋วเงินกับบันทึกรับฝากของถูกซ่อนอยู่ใต้ผ้าไหมเก่าหลายพับ
“ร้านผ้าตกลงราคาแล้วเพคะ” หมัวมัวลดเสียง “ของอีกสองหีบจะทยอยออกจากจวนในวันทำพิธี บ่าวบอกบ่าวไพร่ของเราเอาไว้แล้ว และไปลงบันทึกไว้เรียบร้อยแล้วว่าเป็นหีบผ้าที่ต้องการขาย”
อวี้หนานลูบขอบตั๋วเงิน “ดี ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝัน พวกเราจะได้เดินทางได้เลย”
“หวางเฟยกังวลเรื่องใดหรือเพคะ”
“ข้าเองก็ไม่รู้ แค่รู้ว่าลางสังหรณ์ไม่สู้ดี”
เหอหมัวมัวพยักหน้ารับรู้ ตอนนี้เท่ากับว่าอวี้หนานจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น นางอยากหนีไปตอนไหนย่อมทำได้
เหอหมัวมัวหยิบห่อผ้าสีครามออกมา คลี่ปมให้เห็นรองเท้าเด็กคู่เล็กซึ่งยังเย็บเสร็จเพียงข้างเดียว “ห่อผ้านี้จะเก็บไว้ที่ใดดีเพคะ”
อวี้หนานหยิบรองเท้าข้างที่เย็บเสร็จขึ้นมา ปลายนิ้วลูบลายเมฆเล็กบนหัวรองเท้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนวางกลับลงในห่อ “ซ่อนห่อผ้านี้ไว้ในหีบยาของท่านก่อน”
เหอหมัวมัวรับคำ ก่อนเก็บทุกสิ่งกลับเข้าที่
เสียงบ่าวกวาดลานดังอยู่ด้านนอก นายบ่าวจึงแยกย้ายราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น อวี้หนานนั่งลงหน้าโต๊ะ เปิดบัญชีผ้าที่ใช้บังหน้าไว้แล้วเริ่มตรวจตัวเลข แต่ตลอดเช้า นางกลับอ่านบรรทัดเดิมซ้ำถึงสามครั้ง
เรือนฉางเยว่เงียบเกินไป
จูจั้นเหิงออกจากจวนตั้งแต่ฟ้าสาง เขาไม่ได้บอกว่าจะไปที่ใด แต่ไม่จำเป็นต้องถามก็รู้ว่าเวลานี้คงอยู่กับพี่ใหญ่
ความคิดนั้นควรทำให้นางโล่งใจ กลับมีบางสิ่งหนักอึ้งอยู่ในอก
อวี้หนานวางพู่กันลง แล้วบอกตนเองอีกครั้งว่าความเคยชินย่อมหายไปได้ ขอเพียงอยู่ห่างกันมากพอ
ขณะเดียวกัน ภายในเรือนชั้นในจวนจิ้งอันโหว หลันจือกำลังเลือกอาภรณ์สำหรับพิธีวันรุ่งขึ้น
ผ้าไหมสีขาวนวลกับสีฟ้าอ่อนวางพาดอยู่บนตั่ง ฟางซื่อไปตรวจของไหว้ที่ศาลบรรพชน จึงเหลือเพียงอวิ๋นเซวี่ยกับสาวใช้สองคนคอยปรนนิบัติ หลันจือสวมเสื้อชั้นกลาง นั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งโดยมีปิ่นหยกกิ่งไห่ถังวางบนผ้าแดง
เมื่อบ่าวหน้าประตูรายงานว่าเซิ่งอ๋องมาถึง อวิ๋นเซวี่ยก็รีบยกเสื้อตัวนอกคลุมไหล่ให้เจ้านาย หลันจือลุกไปต้อนรับถึงห้องโถงเล็ก
จูจั้นเหิงเข้ามาพร้อมกล่องยาจากวัง เขารับการคำนับของบ่าวแล้วนั่งลงตรงเก้าอี้ข้างหน้าต่าง หลันจือยิ้มขณะรับกล่องยาไปเปิดดู
“ท่านมาทุกวันเช่นนี้ ข้าเกรงว่าจะรบกวนงาน”
“เสด็จแม่บอกว่าหมอหลวงสั่งให้เปลี่ยนยาชนิดนี้หลังแผลเริ่มแห้ง ข้านำมาให้”
“ฝากขอบคุณไท่เฟยด้วยที่ยังจำเรื่องเล็กน้อยของข้าได้”
จูจั้นเหิงพยักหน้าเงียบ ๆ อวิ๋นเซวี่ยยกชาเข้ามา ขณะที่สาวใช้อีกคนนำถาดเครื่องประดับซึ่งหลันจือยังเลือกไม่เสร็จมาวางไว้ข้างตั่ง จากนั้นทั้งสองจึงถอยไปยืนข้างประตู