LNCrawler

บัญชีผ้า #28

เมื่อหวางเฟยหมดรัก — novel.dek d.com · All chapters

บัญชีผ้า #28

เขานั่งฟังหลันจือพูดถึงพิธีในวันรุ่งขึ้นอยู่พักหนึ่ง สายตาเผลอไปหยุดตรงปิ่นหยกกิ่งไห่ถังบนผ้าแดง

หลันจือมองตามสายตาของเขา ก่อนใช้นิ้วลูบกิ่งหยกเบา ๆ “เมื่อวานอวิ๋นเซวี่ยได้ยินว่าหนานเอ๋อย้ายกลับเรือนฉางเยว่แล้ว ข้ายังนึกว่าหลังยกเรือนให้นางจะไม่ยอมกลับไปอีก”

“เรือนจือจู่ชื้นเกินไป นางกินอะไรไม่ลงอยู่หลายวัน จึงพักที่นั่นต่อไม่ได้”

ปลายนิ้วของหลันจือชะงักอยู่เหนือปิ่น เพียงครู่เดียวก็คลี่ยิ้มดังเดิม “ท่านรู้กระทั่งเรื่องอาหารการกินของนาง เช่นนั้นข้าก็วางใจ หนานเอ๋อไม่ชอบแสดงความอ่อนแอต่อหน้าผู้อื่น ต่อให้เจ็บปวดเพราะเรื่องของเรา นางก็คงไม่ยอมปริปาก”

จูจั้นเหิงนึกถึงแรงที่ผลักเขาออกเมื่อคืนก่อน มือที่กำลังยกถ้วยชาจึงหยุดอยู่ครู่หนึ่ง

บางทีอวี้หนานอาจไม่ได้ฝืนเก็บความเจ็บปวดไว้ เพียงไม่ต้องการให้เขาเข้าไปข้องเกี่ยวอีกแล้ว

หลันจือหันไปหยิบปิ่นหยก “ของชิ้นนี้ก็เช่นกัน เดิมทีท่านสั่งทำให้ข้า แต่นางสวมในวันแต่งงานถึงอย่างไรก็มีความหมายกับนาง ข้าคิดมาตลอดว่าควรคืนให้นางหรือไม่”

“ไม่ต้อง”

คำตอบของเขาทำให้มือนางหยุด จูจั้นเหิงวางถ้วยชาลง “นางไม่รับ”

“ท่านเคยถามแล้วหรือ”

“นางคืนของที่ข้าให้ทุกชิ้น แม้ปิ่นทองที่สวมติดศีรษะยังไม่เก็บไว้”

หลันจือมองสีหน้าบุรุษตรงหน้า ขณะเขาเอ่ยถึงน้องสาว น้ำเสียงยังคงสงบ แต่ปลายนิ้วที่วางบนโต๊ะกลับเคาะช้า ๆ คล้ายกับคนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

นางใช้ผ้าแดงห่อปิ่นกลับตามเดิม “หนานเอ๋อเพียงกำลังมีโทสะ รอเรื่องผ่านไป นางอาจคิดได้”

จูจั้นเหิงไม่รู้ว่าตนอยากให้อวี้หนานคิดสิ่งใดได้ เขาลุกขึ้นเร็วกว่าทุกวัน “ข้ายังมีธุระในจวน”

หลันจือเดินมาส่งถึงระเบียง นางจับแขนเสื้อเขาเบา ๆ “พรุ่งนี้ท่านจะมารับข้าไปศาลบรรพชนหรือไม่”

“พิธีอยู่ในจวนของเจ้าไม่ใช่หรือ”

“ข้าหมายถึงมารับจากเรือนไปพร้อมกัน”

จูจั้นเหิงมองดวงตาคาดหวัง ก่อนจะพยักหน้า “ข้าจะมาถึงก่อนเริ่มพิธี”

แต่เขาไม่ได้บอกว่าจะออกจากจวนเซิ่งอ๋องพร้อมอวี้หนาน

เมื่อขบวนม้ากลับถึงจวน ดวงอาทิตย์เลยกลางฟ้าไปแล้ว จูจั้นเหิงยังไม่ได้เปลี่ยนอาภรณ์ก็มุ่งตรงไปเรือนฉางเยว่ บ่าวใต้ชายคาคำนับและบอกว่าหวางเฟยอยู่ห้องตะวันตกตั้งแต่เช้า มื้อกลางวันกินโจ๊กหมดครึ่งชาม แต่หลังจากนั้นไม่ยอมพัก

เขาเปิดม่านเข้าไปก่อนบ่าวจะร้องประกาศ

อวี้หนานฟุบหลับอยู่บนโต๊ะ

บัญชีเปิดค้างอยู่ใต้แขน พู่กันกลิ้งไปหยุดข้างตลับหมึก ใบหน้าของนางหันเข้าหาแสงจากหน้าต่าง แพขนตาทอดเงาบนผิวซีด มือข้างหนึ่งวางอยู่เหนือท้องตามความเคยชิน

จูจั้นเหิงหยุดตรงประตู

ภาพตรงหน้าสงบเกินกว่าจะรบกวน เขาถอดเสื้อคลุมตัวนอกวางบนไหล่นางอย่างเบามือ แล้วก้มเก็บพู่กันขึ้นจากโต๊ะ

อวี้หนานขยับเพียงเล็กน้อยก็สะดุ้งตื่น มือที่วางเหนือท้องกำผ้าแน่น ก่อนจะคลายเมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใด

“ท่านกลับมาเมื่อใด”

“เมื่อครู่”

นางดึงเสื้อคลุมออกจากไหล่ส่งคืน “หม่อมฉันไม่หนาวเพคะ”

จูจั้นเหิงไม่รับ เขาแตะหลังมือกับหน้าผากนางแล้วเลื่อนลงมาข้างแก้ม “ตัวไม่ร้อน เหตุใดดูอ่อนแรงกว่าเมื่อวาน”

อวี้หนานเบือนหน้าหลบ “เมื่อคืนฝนตก นอนไม่ค่อยหลับเพคะ”

“ข้าได้ยินเจ้าอาเจียน” หัวใจนางกระตุกวูบ

เขาเห็นสีหน้าเปลี่ยนไปก็ยิ่งแน่ใจว่านางมีเรื่องปิดบัง “เจ้าเป็นโรคอันใดกันแน่”

“ก็แค่อาหารไม่ย่อย”

“อาเจียนหลายวันเรียกว่าอาหารไม่ย่อยหรือ”

“หม่อมฉันเคยให้หมอตรวจแล้ว ไม่มีอันใดร้ายแรงเพคะ”

“หมอคนใด”

คำถามไล่ต้อนมาถึงจุดจนมุม อวี้หนานจึงลุกขึ้น ตั้งใจเดินออกจากโต๊ะ ทว่าเขาวางมือบนพนักเก้าอี้ทั้งสองด้าน กักนางไว้ตรงกลางแต่ไม่แตะตัว

“ตอบข้า” จูจั้นเหิงคาดคั้น

เฉียวอวี้หนานจำต้องตอบออกไปตามจริง “หมอหญิงนอกจวนเพคะ”

“เหตุใดจึงไม่ใช้หมอหลวง” เขายังไม่ยอมแพ้

นางถอนหายใจออกมา แล้วมองสบตากับเขาตรง ๆ “เพราะหม่อมฉันไม่อยากให้ใครคิดว่าหม่อมฉันแสร้งป่วยเพื่อเรียกร้องความสนใจ”

จูจั้นเหิงพูดไม่ออก ถึงเขาจะบอกว่าไม่มีทางคิดเช่นนั้น นางก็คงไม่เชื่ออยู่ดี เขามองนางอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอยออกมาครึ่งก้าว “หมอหญิงว่าอย่างไร”

“ให้พักมากขึ้น กินอาหารอ่อน และอย่าให้จิตใจว้าวุ่น” ประโยคสุดท้ายทำให้เขานิ่งไปอีกครั้ง

อวี้หนานก้มปิดบัญชี “ฉะนั้น หากท่านอ๋องอยากให้หม่อมฉันดีขึ้นจริง ก็เพียงปล่อยให้หม่อมฉันอยู่เงียบ ๆ”

“การอยู่เงียบ ๆ ของเจ้ารวมถึงขาย...” เขาหยุดคำกะทันหัน

นางเงยหน้าขึ้น “ขายอะไรเพคะ”

จูจั้นเหิงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากชายแขนเสื้อ วางทับบัญชีตรงหน้า เป็นตั๋วรับของจากร้านผ้าที่เขาเก็บได้บนพื้นเรือนจือจู่เมื่อวาน

อวี้หนานจำตราประทับบนกระดาษได้ทันที ปลายนิ้วที่วางอยู่ข้างบัญชีเกร็งขึ้น ก่อนนางจะหยิบตั๋วใบนั้นกลับมา

“สินเดิมของเจ้าถูกส่งออกไปมากเท่าใดแล้ว”

“หม่อมฉันขายเพียงของที่ไม่คิดนำติดตัวไปเพคะ”

คำว่า นำติดตัวไป ทำให้สีหน้าของเขาเคร่งขรึม “เงินกับเรือนนอกเมืองที่ข้ามอบให้ มากพอให้เจ้าไม่ต้องขายสิ่งใด”

อวี้หนานพับตั๋วตามรอยเดิม “หม่อมฉันไม่คิดรับของจากท่านอีกแล้ว”

จูจั้นเหิงเคยคิดว่านางคงกลับไปอยู่จวนจิ้งอันโหว จึงไม่ได้ติดใจสงสัย “เจ้าจะกลับไปอยู่กับบิดามารดาหรือ”