LNCrawler

ตกสระ #32

เมื่อหวางเฟยหมดรัก — novel.dek d.com · All chapters

ตกสระ #32

จูจั้นเหิงถูกเฉียวเหวินเทาและเหล่าผู้อาวุโสรั้งไว้ที่ห้องโถง เพื่อเปิดสมุดลำดับวงศ์สกุลให้ตรวจตามธรรมเนียม แม้ตัวอยู่ห่างออกไป สายตาเขากลับคอยมองลอดผ่านบานหน้าต่างมายังศาลาอยู่เป็นระยะ

จื้ออวี้ยืนอยู่ตรงระเบียงทางเชื่อมระหว่างสองลาน เขาไม่ยอมไปนั่งร่วมโต๊ะกับญาติสายรอง อ้างว่าต้องคอยดูแลพี่สาวทั้งสองเผื่อต้องการสิ่งใด

ไม่นานนักหลันจือก็เดินกลับมา

นางเปลี่ยนเสื้อคลุมตัวนอกเป็นสีขาวนวล อวิ๋นเซวี่ยประคองนางมาถึงหน้าศาลาแล้วหยุดฝีเท้าลง เพราะหลันจือบอกว่าอยากคุยกับน้องสาวตามลำพัง สาวใช้จึงถอยร่นไปยืนรอใต้ต้นหลิวห่างออกไปหลายก้าว

อวี้หนานวางถ้วยน้ำในมือลง “พี่ใหญ่เหนื่อยหรือไม่ เหตุใดจึงไม่ไปพักในเรือนเล่า”

“ข้าอยากมาขอบคุณเจ้า” หลันจือนั่งลงข้างกัน “หากไม่มีเจ้าร่วมพิธีด้วย วันนี้คงไม่สมบูรณ์”

“เราเป็นพี่น้องกัน ไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำขอบคุณหรอกเจ้าค่ะ”

“เพราะเป็นพี่น้อง ข้าจึงมีของชิ้นหนึ่งที่ต้องคืนให้แก่เจ้า”

หลันจือยกมือขึ้นถอดปิ่นหยกกิ่งไห่ถังออกจากมวยผม ปล่อยให้เส้นผมด้านหนึ่งคลายตกลงมา อวิ๋นเซวี่ยเห็นจากใต้ต้นหลิวจึงทำท่าจะเข้ามาช่วย แต่นางกลับยกมือขึ้นห้ามไว้

ปิ่นหยกถูกวางลงบนฝ่ามือขาว เม็ดหยกสีเขียวกระทบกันเกิดเสียงดังกังวาน

อวี้หนานหลุบตามองของชิ้นนั้น “พี่ใหญ่ทำอันใดหรือ”

“ข้าคิดมาหลายวันแล้ว แม้เดิมทีจั้นเหิงสั่งทำให้ข้า แต่สุดท้ายเขามอบให้เจ้าในวันอภิเษก เจ้าสวมมันมาสองปี ความหมายของปิ่นเล่มนี้ย่อมเปลี่ยนไปแล้ว ข้าไม่ควรเก็บมันไว้เอง”

“ข้าเคยบอกแล้วว่าไม่ต้องการ”

“วันนั้นมีไท่เฟยกับบ่าวไพร่มากมาย ข้ารู้ว่าเจ้าต้องรักษาหน้าให้ข้าจึงพูดเช่นนั้นออกไป” หลันจือหยิบปิ่นขึ้นมาแล้วยื่นส่งให้ตรงหน้า “เวลานี้มีเพียงเราสองคน เจ้ารับไปเถิด”

อวี้หนานไม่ยื่นมือไปรับ “พี่ใหญ่ ปิ่นนี้ทำขึ้นเพื่อท่าน ข้าไม่ต้องการ”

“แต่จั้นเหิงปักให้เจ้าด้วยมือของเขาเอง”

“พี่ใหญ่ ท่านอ๋องกำลังจะอภิเษกกับท่าน เหตุใดยังคิดถึงเรื่องพวกนี้อยู่อีก”

หลันจือมองน้องสาว พวกนางเติบโตอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก มีหรือที่นางจะไม่รู้ว่าตอนนี้อารมณ์ของอวี้หนานเป็นเช่นไร “หนานเอ๋อ เจ้ากำลังโกรธข้าหรือ”

“ไม่ ข้าไม่ได้โกรธ” นางโกหก ถึงจะรู้ว่าไม่แนบเนียน แต่ก็ยังพูดออกไป

โกรธหรือ โกรธสิ ผู้ใดบ้างไม่โกรธ

“ถ้าเช่นนั้นก็รับไว้ ถือเสียว่าเป็นของจากพี่ใหญ่”

“ข้าไม่รับ”

อวี้หนานลุกขึ้น ตั้งใจเรียกเหอหมัวมัวให้เตรียมกลับ ทว่าหลันจือคว้ามือข้างหนึ่งของนางเอาไว้ หญิงสาวยัดเยียดปิ่นหยกลงกลางฝ่ามือของน้องสาว

“เก็บไว้เถิด ถือว่าทำเพื่อความสบายใจของข้า”

อวี้หนานพยายามออกแรงดึงมือกลับ “พี่ใหญ่ ปล่อยข้า”

“เหตุใดเจ้าต้องปฏิเสธทุกสิ่ง ข้าเพียงอยากคืนของให้เจ้า”

น้ำเสียงประโยคสุดท้ายของหลันจือดังขึ้นกว่าก่อนหน้าเล็กน้อย คนใต้ต้นหลิวกับผู้ที่อยู่บนระเบียงจึงหันมามอง

หลันจือลุกตาม นางยังจับข้อมือของอวี้หนานไว้ไม่ยอมปล่อย ขณะที่สองเท้าค่อย ๆ ก้าวถอยไปทางขอบสระ บริเวณนั้นไม่มีราวกั้น มีเพียงบันไดหินแคบ ๆ สามขั้นที่ทอดลงสู่ทางเดินเลียบขอบสระ

อวี้หนานเกรงว่าปิ่นจะหักคามือ จึงต้องใช้อีกมือจับกลางกิ่งหยกเอาไว้ “ท่านรับคืนไปเถิด”

“ไม่ ข้าไม่อาจแย่งของที่จั้นเหิงให้เจ้า”

“ไม่มีผู้ใดแย่งชิงอะไรทั้งนั้น ข้าเป็นฝ่ายเต็มใจคืนให้ท่านเอง”

คนหนึ่งผลักปิ่นกลับ อีกคนดันมือคืน

แรงยื้อยุดทำให้ทั้งคู่ขยับพ้นกลางศาลาไปทางบันไดหินทีละน้อย อวี้หนานมัวระวังไม่ให้กิ่งหยกหัก จึงไม่ทันสังเกตว่าระยะห่างจากขอบสระเหลือเพียงไม่กี่ก้าว

จื้ออวี้ยืนอยู่ตรงทางเชื่อม เขามองพี่สาวทั้งสองมาตลอด ครั้นเห็นทั้งคู่ขยับเข้าใกล้บันไดหิน สีหน้าของเด็กหนุ่มก็เปลี่ยนไป เขาพุ่งออกจากใต้ชายคา

“พี่รอง!” จื้ออวี้ตะโกนพร้อมกับวิ่งเข้ามาหา

อวี้หนานสะดุ้งหันไปตามเสียงเรียก มือที่ยื้ออยู่กับพี่สาวจึงบิดตามสัญชาตญาณ แรงดึงนั้นพาให้ฝ่ามือที่กำปิ่นแตะลงเหนืออกหลันจือ อวี้หนานเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบชักข้อมือกลับ

ทว่ามือที่เคยจับนางไว้แน่นกลับจงใจปล่อยในจังหวะเดียวกัน ชั่วขณะนั้นเองภาพความทรงจำสายหนึ่ง หลั่งไหลเข้ามาในหัวของอวี้หนาน เหมือนจะมีภาพคล้ายกันเกิดขึ้น เพียงแต่สถานที่แตกต่าง หากแต่ภาพนั้นกลับผุดขึ้นมาเพียงอึดใจเท่านั้น

หลันจือถอยหลังหนึ่งก้าว

ส้นรองเท้าเหยียบพลาดขอบบันไดหิน ร่างบอบบางหงายเอนพ้นชายศาลา แขนทั้งสองยกขึ้นไขว่คว้าอากาศ

จากมุมของคนบนระเบียง สิ่งที่ทุกคนเห็นคือมือของอวี้หนานที่เหยียดอยู่ตรงอกพี่สาว ก่อนที่หลันจือจะหงายหลังร่วงตกลงไป

เสียงดังตูมดังขึ้นพร้อมละอองน้ำที่สาดกระเซ็น

“จือเอ๋อ!”

จูจั้นเหิงผลักเก้าอี้ล้มแล้วพุ่งตัวออกจากห้องโถง เขากระโดดข้ามขั้นระเบียงคราวละสองขั้น ทิ้งตัวดิ่งลงสระน้ำไปทั้งที่ยังสวมเสื้อคลุมตัวนอก

ฟางซื่อกรีดร้องลั่น เฉียวเหวินเทาตะโกนเรียกสาวใช้มาช่วย อวิ๋นเซวี่ยกับหลัวหมัวมัววิ่งมาถึงขอบสระแล้วคุกเข่าร้องไห้ปานจะขาดใจ

อวี้หนานยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม

ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป ปิ่นหยกยังอยู่ในมือนาง เม็ดหยกสีเขียวห้อยลงระหว่างนิ้ว น้ำจากสระกระเซ็นขึ้นมาเปื้อนชายกระโปรง

จื้ออวี้วิ่งมาหยุดห่างนางไม่กี่ก้าว ใบหน้าซีดเผือด เขามองพี่สาวคนรองสลับกับมองผิวน้ำที่กำลังกระเพื่อมไหว

จูจั้นเหิงโผล่ขึ้นมาโดยมีหลันจืออยู่ในอ้อมแขน นางสำลักน้ำ ไอจนตัวงอ แขนทั้งสองกอดคอเขาไว้แน่น สาวใช้ช่วยกันดึงคนขึ้นจากสระ ฟางซื่อรีบนำเสื้อคลุมห่อบุตรสาวคนโต