LNCrawler

คุกเข่า #34

เมื่อหวางเฟยหมดรัก — novel.dek d.com · All chapters

คุกเข่า #34

ใบหน้าเล็กของอวี้หนานหันไปตามแรงตบ ปลายปิ่นเงินบนมวยผมสั่นไหว รสคาวเลือดฝาดเฝื่อนแผ่อยู่ในโพรงปาก

จูจั้นเหิงหยุดฝีเท้าในทันที เขาหันกลับมา แววตาคมกริบเย็นเยียบ ดุจน้ำแข็ง

“ท่านโหว!”

เฉียวเหวินเทาเองเพิ่งระลึกได้ว่าหนังสือหย่ายังไม่ผ่านการประทับตราอนุญาตจากฝ่าบาท ต่อให้เป็นบุตรสาวของเขา แต่ยามนี้อวี้หนานก็ยังมีฐานะเซิ่งหวางเฟย การลงมือกับเชื้อพระวงศ์อาจกลายเป็นความผิดได้

ทว่าที่นี่คือจวนที่เขาใช้เวลาครึ่งชีวิตพิสูจน์ว่าตนเป็นนายใหญ่ ไม่ใช่บุตรเขยผู้อาศัยบารมีตระกูลฟาง เขาจึงไม่ยอมถอย

“ทูลท่านอ๋อง วันนี้เป็นเรื่องกฎระเบียบในตระกูล นางเกือบทำให้พี่สาวต้องสิ้นใจต่อหน้าบรรพบุรุษ กระหม่อมในฐานะบิดาจำต้องอบรมสั่งสอนพ่ะย่ะค่ะ”

จูจั้นเหิงมองรอยแดงบนแก้มอวี้หนาน มือที่อุ้มหลันจือกระชับแน่นขึ้น

หลันจือไออยู่ในอ้อมแขนเขา ตัวสั่นไม่หยุด หมอประจำตระกูลยังมาไม่ถึง เขาจึงกล่าวเพียง “ห้ามลงมือกับนางอีก!”

หัวใจของอวี้หนานเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเค้นจนแทบจะกระอักเลือด อาการคลื่นเหียนตีขึ้นมาจุกคอหอย

เฉียวเหวินเทาค้อมกายรับคำ จากนั้นหันมาสั่งสาวใช้

“พาคุณหนูรองไปคุกเข่าในศาลบรรพชน จนกว่าจะยอมรับผิดและขอขมาพี่สาว ห้ามผู้ใดส่งน้ำหรืออาหารก่อนข้าอนุญาต!”

เหอหมัวมัวรีบก้าวออกมา “ท่านโหว หวางเฟยร่างกายไม่แข็งแรง ขอให้...”

“บ่าวอย่างเจ้ามีสิทธิ์พูดหรือ!”

เยี่ยนหลีเข้ามาประคองเจ้านายอีกด้าน น้ำตาคลอเต็มดวงตา อวี้หนานใช้โอกาสนี้กระซิบบอกนาง “หาทางปลีกตัวออกไปตามรถม้าให้มารอที่หลังประตูเก่าหลังครัว”

เยี่ยนหลีกลอกตารับรู้

อวี้หนานแสร้งทำเป็นยกมือห้ามไม่ให้นางประคอง อีกฝ่ายถอยออกไป

นางยื่นปิ่นหยกในมือให้บ่าวที่อยู่ใกล้ที่สุด บ่าวผู้นั้นไม่กล้ารับ เฉียวเหวินเทาจึงสั่งให้นำไปวางหน้าแท่นบรรพชนเป็นของกลาง

อวี้หนานหมุนกายไปทางศาลบรรพชน ก่อนจะก้าวผ่านจูจั้นเหิง นางเดินผ่านเขาไปราวกับอีกฝ่ายไร้ตัวตน

เขามองนาง รอยนิ้วมือบนแก้มข้างหนึ่งยังเด่นชัด มุมปากมีเลือดซึม ชายกระโปรงสีเขียวอ่อนเปียกน้ำ ดวงตาที่เมื่อคืนยังเต็มไปด้วยน้ำตา ยามนี้กลับแห้งสนิท

จูจั้นเหิงขยับริมฝีปาก ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยคำใด หลันจือในอ้อมแขนก็ไอแรงขึ้นเสียก่อน เขาจึงหันไปสั่งลั่วเฉิงโจวให้เร่งตามหมอ

เพียงชั่วขณะที่เขาละสายตา อวี้หนานก็หายไปแล้ว

ประตูศาลบรรพชนปิดลงครึ่งหนึ่ง แสงด้านนอกเหลือเป็นแนวยาวบนพื้นอิฐ อวี้หนานคุกเข่าบนเสื่อผืนเดิมที่เพิ่งใช้ในพิธี กลิ่นธูปยังหนาแน่นจนหายใจลำบาก

เหอหมัวมัวกับเยี่ยนหลีถูกกันให้อยู่ด้านนอก บ่าวเฝ้าประตูสองคนยืนขวาง ไม่ยอมให้ตามเข้าไป

บนแท่นเบื้องหน้า ป้ายสีขาวของหลันจือถูกเผาไปแล้ว แทนที่ด้วยปิ่นหยกกิ่งไห่ถังบนถาดไม้

หยกสีขาวสะท้อนเปลวเทียนงดงามดังเดิม ไม่มีรอยร้าวแม้แต่น้อย ทั้งที่เพิ่งทำให้คนผู้หนึ่งตกน้ำและทำลายความไว้ใจที่อวี้หนานเผลอเก็บกลับมาตลอดสามวันจนไม่เหลือชิ้นดี

นางวางมือเหนือท้องช้า ๆ ก้มหน้าลงเพื่อไม่ให้บ่าวหน้าประตูเห็นอาการวิงเวียน

“อดทนอีกหน่อยนะ” นางกระซิบกับลูก “แม่จะพาเจ้าไปจากที่นี่”

ด้านนอก จูจั้นเหิงอุ้มหลันจือผ่านระเบียงออกไป เสียงฝีเท้าของผู้คนค่อย ๆ ห่างจากศาลบรรพชน

จื้ออวี้ยืนอยู่หลังเสา มองประตูที่ปิดกั้นพี่สาวคนรอง เขาอยากก้าวเข้าไป

ทว่าเมื่อเฉียวเหวินเทาเดินผ่าน เด็กหนุ่มกลับทำได้เพียงหลบอยู่ในเงา กำชายแขนเสื้อจนยับย่น คำที่ยังไม่มีผู้ใดได้ยินถูกกลืนกลับลงไปพร้อมลมหายใจ

ภายในศาลบรรพชน อวี้หนานคุกเข่าหลังตรง นางไม่ยอมรับผิดในสิ่งที่ไม่ได้ทำ

หยดเลือดจากมุมปากตกลงบนหลังมือหนึ่งหยด นางใช้ปลายนิ้วเช็ดออก แล้วหลับตาลง

สามวันก่อนหน้านี้ จูจั้นเหิงทำให้นางมีความหวัง แต่วันนี้เขาเป็นคนทำให้ความหวังนั้นพังทลาย

เป็นเช่นนี้ก็ดี ความอ่อนโยนสามวันนั้นก็ถือเสียว่าเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายที่เขามอบให้ก่อนจากลาก็แล้วกัน

เมื่อธูปดอกสุดท้ายบนแท่นบรรพชนมอดลง ท้องฟ้านอกหน้าต่างก็เหลือเพียงสีเทาหม่น

เฉียวอวี้หนานยังคุกเข่าอยู่บนเสื่อผืนเดิม หัวเข่าทั้งสองข้างเจ็บจนไร้ความรู้สึก แผ่นหลังที่ตั้งตรงมาตลอดบ่ายเริ่มโอนเอนตามแรงวิงเวียน นางต้องใช้ปลายเล็บจิกกลางฝ่ามือเพื่อเตือนตนเองว่าอย่าล้มต่อหน้าบ่าวเฝ้าประตู

คนเหล่านั้นได้รับคำสั่งจากท่านพ่อ หากนางไม่ยอมรับผิดก็ห้ามส่งน้ำและอาหารให้ แม้เหอหมัวมัวจะโต้เถียงอยู่ด้านนอก เสียงที่เล็ดลอดเข้ามาก็เบาลงทุกที

อวี้หนานวางมือเหนือท้อง ความปวดหน่วงเริ่มจากใต้สะดือ คล้ายมีเส้นเอ็นเส้นหนึ่งถูกดึงให้ตึงขึ้นช้า ๆ นางจำคำกำชับของหมอหญิงได้ว่าในสามเดือนแรกให้ระวังสุขภาพ ตอนนี้นางกังวลเหลือเกิน

“อดทนอีกนิด” เสียงกระซิบแหบแห้งจนแทบไม่ได้ยิน “แม่จะไม่ปล่อยให้เจ้าเป็นอะไร”

บ่าวเฝ้าประตูคนหนึ่งเหลือบมองเข้ามา ครั้นเห็นนางยังคงคุกเข่า เขาก็หันกลับไปคุยกับอีกคนเรื่องสำรับเย็น ไม่มีผู้ใดสนใจว่าสีบนใบหน้าของคุณหนูรองซีดขาวเพียงใด

อวี้หนานก้มมองชายกระโปรงสีเขียวอ่อน คราบน้ำจากริมสระแห้งไปแล้ว เหลือเพียงรอยสีเข้มเป็นวง แต่ตรงด้านในกลับมีความชื้นอุ่นซึมออกมาอีกระลอก หัวใจนางหล่นวูบไปถึงปลายเท้า นางขยับเข่าเพียงเล็กน้อย ความเจ็บก็แล่นขึ้นมาตามท้องน้อย คราวนี้กลิ่นคาวจาง ๆ ปะปนกับกลิ่นธูปในศาลบรรพชนอย่างชัดเจน