หนีออกจากจวน #35
หนีออกจากจวน #35
ตอนที่ 17 หนีออกจากจวน
“เหอหมัวมัว” เสียงเรียกครั้งแรกเบาเกินไป บ่าวด้านนอกไม่ได้ยิน
นางรวบรวมเรี่ยวแรงเรียกอีกครั้ง “เหอหมัวมัว!”
เสียงฝีเท้ารีบร้อนดังมาจากลาน แต่ผู้ที่มาถึงประตูก่อนกลับเป็นเฉียวจื้ออวี้ เด็กหนุ่มสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้ม ชายแขนเสื้อด้านหนึ่งเปียกเป็นดวง เห็นได้ชัดว่าเดินลัดสวนมาทั้งที่ฝนเริ่มโปรย
เขาหยุดตรงหน้าบ่าวเฝ้าประตู กล่องอาหารในมือถูกกอดไว้แนบอก
“ข้าจะเข้าไป”
บ่าวทั้งสองค้อมกายแต่ไม่ยอมขยับ “ท่านโหวสั่งห้ามผู้ใดเข้าไปขอรับ”
“ข้าไม่ได้เอาอาหารมาให้นาง” จื้ออวี้ยกกล่องให้ดู “ท่านแม่ให้ข้านำของเซ่นที่เหลือไปเก็บ ข้าแค่จะเข้าไปหยิบถาดบนแท่น”
บ่าวมองหน้ากัน คนหนึ่งบอกว่าจะไปถามพ่อบ้าน เด็กหนุ่มกลับเดินผ่านไปเสียก่อน สีหน้าของเขาในยามนี้ไม่เหลือความอ่อนเยาว์อย่างคุณชายที่เอาแต่หลบอยู่ด้านหลังผู้อื่น
“หากของเซ่นเสียหาย พวกเจ้ารับโทษแทนข้าได้หรือ”
ไม่มีผู้ใดกล้ารับคำ
ประตูถูกเปิดออกเพียงพอให้คนหนึ่งผ่าน จื้ออวี้ก้าวเข้ามาแล้วรีบปิดประตูตามหลัง เขาวางกล่องอาหารบนพื้นตรงมุมอับสายตา ก่อนจะเดินมาคุกเข่าข้างพี่สาว
ครั้นเห็นใบหน้านางใกล้ ๆ เขาก็ชะงัก
“พี่รอง ท่านเป็นอะไร”
“ระ..เรียกเหอหมัวมัวเข้ามาให้ข้าที”
“นางถูกคนของท่านพ่อกันไว้ที่ลานชั้นนอก” จื้ออวี้ลดเสียง “พี่ใหญ่ยังมีไข้ ท่านแม่ไม่ยอมให้ผู้ใดออกจากเรือนไปตามหมออื่น ส่วนเซิ่งอ๋อง...”
เขาหยุดคำพูดลงกลางประโยค อวี้หนานไม่ถามต่อ นางรู้คำตอบอยู่แล้ว
“ในกล่องมีน้ำหรือไม่” นางถามเสียงแผ่ว
จื้ออวี้รีบเปิดฝากล่อง ด้านบนเป็นถาดเปล่าสำหรับบังตา ใต้ถาดมีถุงน้ำอุ่น ผลไม้ หมั่นโถวกับเสื้อคลุมเนื้อหนาพับอยู่ เขายื่นถุงน้ำให้นาง มือสั่นจนจุกไม้เกือบหลุด
อวี้หนานดื่มเพียงสองอึก อาการคลื่นไส้กลับตีขึ้นมาจนต้องเบือนหน้าหนี นางยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นกดซับริมฝีปาก หลับตาลงรอจนความปั่นป่วนในท้องค่อย ๆ สงบลง จึงส่งถุงน้ำคืนให้เขา
“ประตูเก่าหลังครัวเล็กยังใช้การได้หรือไม่”
จื้ออวี้มองนาง “พี่รองจะไปที่ใด”
“ไปจากที่นี่” เด็กหนุ่มนิ่งอึ้งไป
เสียงหยาดฝนกระทบหลังคากระเบื้องดังถี่ขึ้น ด้านนอกมีบ่าวเดินกางร่มผ่านไปพร้อมโคมไฟสองดวง แสงสว่างไหวอยู่บนช่องประตูเพียงครู่เดียว ก่อนเลือนหายไปทางเรือนของหลันจือ
จื้ออวี้ก้มหน้ามองมือของตนที่กำลังบีบเข้าหากันแน่น “ถ้าท่านหนีไป ท่านพ่อจะต้องโกรธท่านมากแน่ ๆ”
“ถึงข้าทนอยู่ต่อ เขาก็โกรธข้าอยู่ดี”
“แต่เซิ่งอ๋องอาจจะกลับมารับท่าน...”
อวี้หนานมองปิ่นหยกบนถาดเบื้องหน้า นางแค่นยิ้มขื่น “เขามีเวลามาตั้งแต่บ่าย”
เด็กหนุ่มเงียบงันไปอีกครั้ง สีหน้าคล้ายคนมีถ้อยคำมากมายอัดแน่นอยู่ในอก ทว่ากลับขี้ขลาดเกินกว่าจะเปล่งออกมา
อวี้หนานไม่คาดคั้นสิ่งใด นางเพียงยื่นมืออันเย็นเฉียบไปแตะชายแขนเสื้อของน้องชาย “จื้ออวี้ เจ้าช่วยข้าสักครั้งได้หรือไม่”
“พี่รอง...”
“ไม่ต้องบอกข้าว่าวันนี้เจ้าเห็นสิ่งใด” นางกล่าวช้า ๆ “แค่ช่วยส่งเหอหมัวมัวไปที่ประตูหลัง แล้วกลับเรือนของเจ้าเสีย”
เขาเงยหน้าขึ้นมองนาง ขอบตาของเขาแดงก่ำ “ข้าขอโทษ”
“เรื่องใดกัน” อวี้หนานเลิกคิ้ว
จื้ออวี้ส่ายหน้าไปมาอย่างแรงราวกับคนกำลังสับสน “ข้า...ข้าเองก็ไม่รู้ขอรับ”
อวี้หนานมองเขาอยู่เนิ่นนาน ก่อนจะตัดสินใจคลายมือจากชายแขนเสื้อของน้องชาย “ถ้าเช่นนั้นก็อย่าเพิ่งพูด รอวันที่เจ้ารู้ว่าตนทำสิ่งใดเมื่อนั้นค่อยมาพูดกับข้า”
เด็กหนุ่มเม้มปาก ลุกขึ้นเก็บถาดของเซ่นสองใบจากแท่นมาวางในกล่องให้สมกับข้ออ้าง เขาเดินถึงประตูแล้วหันกลับ
“พี่รอง ต่อจากนี้ไป ท่านต้องระวังตัวให้มากนะขอรับ”
อวี้หนานยังไม่ทันถาม ประตูก็เปิดออก จื้ออวี้ก้มหน้าผ่านบ่าวทั้งสองไปแล้ว
คำเตือนนั้นคงค้างอยู่ท่ามกลางกลิ่นควันธูป นางไม่รู้ว่าน้องชายหวาดกลัวสิ่งใด แต่เวลานี้ไม่มีแรงเหลือพอให้ตามหาคำตอบ
บ่าวสองคนเห็นว่าฝนเริ่มตกหนัก คนในศาลบรรพชนไม่มีทางจะไปไหนได้ พวกเขาก็พากันละทิ้งหน้าที่ หนีไปกินมื้อเย็นอย่างสบายใจ
อีกด้านหนึ่งของจวน หมอประจำตระกูลเพิ่งวางมือจากชีพจรของเฉียวหลันจือเป็นรอบที่สอง
สตรีบนเตียงได้รับการผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ชุดใหม่แล้ว เรือนผมยาวสยายแผ่อยู่บนหมอน ใบหน้าขาวซีดเพราะความหนาว ฟางซื่อนั่งเช็ดมือให้บุตรสาวไม่ห่าง ส่วนจูจั้นเหิงยืนอยู่ข้างหน้าต่างเงียบ ๆ เสื้อคลุมของเขาถูกเปลี่ยนแล้วเช่นกัน
“คุณหนูใหญ่สำลักน้ำไม่มาก ภายในไม่มีสิ่งใดน่ากังวลขอรับ” หมอชราค้อมกายถอยห่างจากม่านเตียง “เพียงแต่ร่างกายของคุณหนูเดิมทีก็อ่อนแออยู่แล้ว เมื่อถูกความเย็นจึงมีไข้ คืนนี้ให้ดื่มยาขับหนาวและเฝ้าดูอาการ หากไม่มีไข้สูงก็ถือว่าปลอดภัยแล้วขอรับ”
ฟางซื่อผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก “นางตัวสั่นถึงเพียงนี้ จะไม่เป็นอันตรายแน่หรือ”
“ให้คนคอยอุ่นเตาและเปลี่ยนผ้าห่มให้หนาขึ้น อย่าให้ต้องลมก็พอขอรับ”
จูจั้นเหิงมองออกไปด้านนอก แทบไม่ได้ฟังว่าหมอพูดว่าอะไร ในใจของเขานั้นมีความกังวลเต็มเปี่ยม แต่ไม่รู้ว่ากังวลเรื่องใด และเหมือนว่ามันจะไม่ใช่เรื่องในห้องนี้
นางกำนัลจากตำหนักไท่เฟยมาถึงนานแล้ว พวกนางยังคงเฝ้าดูอาการ
หลัวหมัวมัวเอ่ยถามขึ้นบ้าง “คุณหนูจะหมดสติอีกหรือไม่”
หมอชราหันมองคนป่วย หลันจือหลับตาอยู่ แต่ปลายนิ้วยังจับชายผ้าห่มแน่น
“คืนนี้อาจตื่น ๆ หลับ ๆ ไม่ต้องเป็นห่วง”