หนีพ้นเมือง #37
หนีพ้นเมือง #37
ตอนที่ 18 หนีพ้นเมือง
ผู้ดูแลร้านผ้าเข้ามาทางประตูหลัง เป็นชายวัยกลางคนรูปร่างสันทัด “รถม้าพร้อมแล้ว แม่นางต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดไว้ทุกข์ เมื่อผ่านประตูเมืองให้ใช้ชื่อเหออวี้ ตามหนังสือผ่านทาง พวกท่านเป็นอาหลานกำลังเดินทางกลับบ้านเกิดพร้อมขบวนสินค้าของร้านผ้า”
ธรรมดาแล้วร้านเฮ่ยเฟิงทำเรื่องผิดกฎหมาย แต่งานนี้นับเป็นงานง่าย พวกเขาจึงไม่ต้องวางแผนซ่อนคนอันใด เพียงให้พวกนางเดินทางกับขบวนพ่อค้าก็ได้แล้ว แค่หนีจากผู้คน ไม่ใช่หนีความผิด ไม่ใช่เรื่องยาก งานง่ายแต่เงินถึงเช่นนี้ ผู้ใดบ้างจะไม่พึงพอใจ เถ้าแก่จึงดูแลพวกนางอย่างดีโดยไม่สนใจฐานะ
อวี้หนานเปลี่ยนอาภรณ์ด้วยมือที่เย็นเฉียบ
ก่อนยามซวี ขบวนเกวียนบรรทุกสินค้าห้าคันเคลื่อนตัวออกจากลานหลังร้านผ้า มุ่งหน้าสู่ประตูเมืองฝั่งตะวันออก อวี้หนานนอนอยู่หลังหีบผ้า โดยมีเหอหมัวมัวบังร่างของนางไว้ด้วยม่านสีหม่น
ในเวลาเดียวกัน จูจั้นเหิงก็มาถึงศาลบรรพชน
เฉียวเหวินเทาตามหลังมาด้วยสีหน้าถมึงทึงไม่สบอารมณ์นัก เขาจำใจยอมเปิดทางเมื่อเซิ่งอ๋องเสด็จมาด้วยตนเอง ทว่าประตูศาลบรรพชนกลับแง้มอยู่ก่อนหน้าแล้ว
บ่าวเฝ้าประตูสองคนคุกเข่าตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
จูจั้นเหิงผลักประตูเข้าไปอย่างแรง ภายในไม่มีคน มีเพียงเสื่อยับย่น ถุงน้ำอุ่นที่ดื่มไปไม่กี่อึก และหยดเลือดสีน้ำตาลแดงบนพื้นเสื่อ
ฝีเท้าของเขาหยุดชะงักตรงรอยเลือดนั้น
“นี่มันเรื่องอันใดกัน” เขาเอ่ยเสียงเย็น ทว่าไม่มีคำตอบใดเล็ดรอดออกมา
เขาก้มลงแตะรอยเลือดด้วยปลายนิ้ว เลือดยังไม่แห้งสนิท
ความเย็นชาที่ฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาพลันแปรเปลี่ยนเป็นรังสีอำมหิตกดดันผู้คน จนบ่าวรับใช้แทบไม่กล้าแม้แต่จะผ่อนลมหายใจ
เฉียวเหวินเทาเห็นท่าไม่ดี จึงเรียกพ่อบ้านมาเค้นถาม ได้ความว่าประตูหน้าไม่มีผู้ใดเข้าออก ประตูข้างทุกบานล้วนมีเวรยามเฝ้าอย่างแน่นหนา จะมีเพียงประตูเก่าหลังโรงครัวที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายปีเท่านั้นที่ไร้คนดูแล
ขณะนั้นเอง ลั่วเฉิงโจวก็กลับเข้ามาพร้อมปิ่นเงินเล่มหนึ่งในมือ เขาพบมันตกอยู่บนทางหินใกล้กำแพงจวนด้านหลัง
จูจั้นเหิงรับปิ่นมาถือ
นัยน์ตาดำขลับสั่นไหว เขาจำได้ว่าเมื่อเช้ายังเห็นมันอยู่บนมวยผมของอวี้หนาน
“ถ่ายทอดคำสั่งออกไป ให้ปิดประตูเมืองเดี๋ยวนี้!” เขาสั่งเสียงเฉียบขาด “ตรวจค้นรถม้าทุกคันที่ออกจากจวนตระกูลเฉียว ส่งคนไปที่จวนอ๋อง ร้านขายยา โรงหมอ และท่าเรือให้หมด!”
ลั่วเฉิงโจวรับคำแล้วรีบออกไปจัดการทันที
เฉียวเหวินเทาขมวดคิ้ว “ท่านอ๋อง นางหนีโทษตามกฎตระกูล ไม่ควรต้องทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่จนทำให้ชาวเมืองแตกตื่นกันไปหมดเช่นนี้เลย”
จูจั้นเหิงกำปิ่นเงินไว้ในฝ่ามือแน่น เขาไม่แม้แต่จะหันไปมองเฉียวเหวินเทา
“หากนางเป็นอะไรไป! ข้าจะกลับมาคิดบัญชีกับพวกท่านทุกคน!”
ในห้วงความคิด ภาพมือเรียวขาวของอวี้หนานที่คอยยกขึ้นกุมปกป้องท้องของตน อาการคลื่นเหียน และความอ่อนเพลียตลอดสามวันที่ผ่านมาผุดขึ้นมาเป็นฉาก ๆ เขาไม่รู้ว่านางกำลังปิดบังสิ่งใดเอาไว้ รู้เพียงว่าหยดเลือดตรงหน้าไม่ใช่เรื่องเล็กอย่างแน่นอน
เขามองหยดเลือดบนเสื่ออีกครั้ง ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ก่อนจะหันไปสั่งองครักษ์อีกคน “เรียกตัวหมอหญิง หมอตำแยทุกคนในเมือง สอบถามว่าผู้ใดเป็นคนเข้าไปตรวจร่างกายหวางเฟย”
“พ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์รับคำไม่กล้าชักช้า
นอกกำแพงเมือง
ขบวนร้านผ้าเฮ่ยเฟิงผ่านประตูเมืองก่อนคำสั่งปิดประตูจะมาถึงเพียงหนึ่งก้านธูปเท่านั้น
รถม้าคันที่สามโคลงเคลงสั่นสะเทือนตามหลุมบนถนนสายเก่า อวี้หนานกัดผ้าเช็ดหน้าขดตัวเอาไว้ เหอหมัวมัวเห็นแล้วน้ำตาเอ่อคลอ ยื่นมือสั่นเทากดถุงน้ำอุ่นประคบลงบนท้องน้อยนางอย่างระมัดระวัง ในขณะที่เยี่ยนหลีนั่งสะอื้นไห้ไร้เสียงอยู่ข้าง ๆ
กำแพงเมืองหลวงค่อย ๆ เล็กลงและเลือนรางหายไปหลังม่านฝน คำสั่งด่วนของเซิ่งอ๋องก็มาถึงประตูเมืองตอนยามซวี
ทหารเฝ้าประตูรื้อค้นรถม้าทุกคันที่ยังต่อแถวอยู่ สาวใช้ถูกเรียกลงมายืนกลางฝน หีบเสื้อผ้าถูกเปิดจนของข้างในกระจัดกระจาย แม้แต่เกี้ยวของฮูหยินขุนนางก็ไม่ละเว้น
ทว่าขบวนเกวียนของร้านผ้าเฮ่ยเฟิงได้ผ่านออกไปแล้ว ไม่มีผู้ใดจดจำรถขนสินค้าห้าคันที่ผ่านไปก่อนหน้า คนตรวจเห็นเพียงม้วนผ้า ตราร้าน และหญิงไว้ทุกข์สามคนซึ่งมีชื่อระบุในหนังสือผ่านทางที่มีชื่อครบถ้วน
ล่วงเข้ายามจื่อ สายลมเหนือกำแพงพัดกระโชกแรงจนชายเสื้อคลุมของจูจั้นเหิงสะบัดพลิ้วไปเบื้องหลัง
เขายืนอยู่บนหอสังเกตการณ์บนประตูเมือง ลั่วเฉิงโจวส่งคนกลับมารายงานทีละสาย
ร้านยาเก้าแห่งไม่มีวี่แววของพระชายาเลย โรงหมอทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกไม่เคยรับสตรีที่มีลักษณะตรงกับนาง จวนเซิ่งอ๋องยังมีหีบหลายใบอยู่เรือนจือจู่ ทว่าหีบที่ใส่ของสำคัญล้วนว่างเปล่า
“แล้วร้านแลกตั๋วเงินเล่า”
“ตรวจพบหกแห่งพ่ะย่ะค่ะ” ลั่วเฉิงโจวตอบ “มีคนจากจวนอ๋องนำตั๋วเงินไปแลกเมื่อเดือนก่อนถึงสามครั้ง ผู้รับเงินคือเหอหมัวมัว จำนวนรวมมากพอซื้อเรือนในหัวเมืองได้หนึ่งหลังเลยพ่ะย่ะค่ะ”
จูจั้นเหิงหลับตาลง