หนีพ้นเมือง #38
หนีพ้นเมือง #38
จูจั้นเหิงเคยคิดว่าอวี้หนานคืนเครื่องประดับเพราะไม่ต้องการสิ่งของจากเขา เคยคิดว่านางตรวจรายการสินเดิมเพียงเพื่อแบ่งทรัพย์สินหลังหย่า และเคยคิดว่าคำว่าไปจากเมืองหลวงเป็นถ้อยคำตัดพ้อ
ที่แท้นางทำทุกอย่างจริง ไม่ใช่เพิ่งตัดสินใจวันนี้ แต่นางเตรียมการมานับเดือน
“ผู้ใดเป็นคนรับซื้อของพวกนั้น” เขาเค้นเสียงถามต่อ
“เป็นโรงรับจำนำและร้านอัญมณีหลายแห่งในเมืองพ่ะย่ะค่ะ ของถูกแบ่งกระจายขายออกไป ไม่ได้ใช้ชื่อเดียวกันในการทำสัญญาทั้งหมด”
“สั่งปิดร้านเหล่านั้นไว้ก่อน”
ลั่วเฉิงโจวเงยหน้าขึ้น “ท่านอ๋อง หากปิดมากเกินไป ข่าวอาจถึงกรมกรองเมืองได้นะพ่ะย่ะค่ะ คืนนี้ประตูเมืองถูกปิดก่อนเวลาไปแล้วครึ่งชั่วยาม คาดว่าพรุ่งนี้เช้าผู้ตรวจการคงถวายรายงานเรื่องนี้ต่อฝ่าบาท”
“ก็ให้เขารายงานไป”
จูจั้นเหิงตวาดกร้าว เขาไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไปแล้ว
องครักษ์ที่ไปสอบถามหมอหญิงกลับมาพอดี รีบขึ้นมารายงานสีหน้าร้อนรน “พบหมอหญิงที่ไปตรวจร่างกายหวางเฟยแล้วพ่ะย่ะค่ะ นางบอกว่า...” องครักษ์ผู้นั้นไม่กล้ารายงาน
“บอกว่าอันใด! พูด!”
“นางบอกว่า หวางเฟยทรงตั้งครรภ์ได้สองเดือนกว่าแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เกิดความเงียบขึ้นในบัดดล ทหารและองครักษ์เบื้องหลังพากันก้มหน้าไม่กล้าหายใจแรง ตอนนี้ทุกคนตระหนักแล้วว่าไม่ใช่เรื่องเล็ก ลั่วเฉิงโจวไม่ต้องรอให้เจ้านายสั่ง รีบพาคนจำนวนหนึ่งควบม้าออกจากเมือง
หลังจากได้สติกลับมา จูจั้นเหิงรีบลงจากหอสังเกตการณ์
เขาสั่งการให้แบ่งองครักษ์ออกไปตามถนนหลวงทั้งสี่ทิศ สายหนึ่งมุ่งหน้าไปทงโจวเพื่อตรวจเรือทุกลำที่จะล่องลงคลองใหญ่ และอีกสายย้อนกลับไปร้านผ้าและคลังสินค้าทุกแห่งที่เคยติดต่อกับจวนตระกูลเฉียว
ตลอดทั้งคืน รถม้าของจวนอ๋องควบตะบึงฝ่าสายฝนไปตามถนนที่เจิ่งนอง มุ่งหน้าสู่ทงโจวที่ห่างออกไปหลายสิบลี้
ขณะเดียวกันรถม้าส่งสินค้าของเฮ่ยเฟิงหยุดในลานเก็บฟืนของวัดร้างแห่งหนึ่ง
อวี้หนานไม่ได้สติแล้ว ใบหน้าของนางซีดขาวราวกระดาษ
เหอหมัวมัวร้อนใจ รีบสั่งให้คนขับรถม้าไปตามหมอจากหมู่บ้านละแวกใกล้เคียงมาดูอาการ ชายชราที่มาถึงไม่กล้าแตะชีพจรสตรี จึงพาภรรยาผู้เคยทำคลอดมาด้วย
หญิงชราตรวจคราบเลือดและคลำหน้าท้องอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสั่งให้คนรีบต้มน้ำร้อน
“เด็กยังอยู่” หญิงชราถอนหายใจยาว “แต่ครรภ์ได้รับความกระทบกระเทือนมากเกินไป”
นางมองใบหน้าคนป่วย “คืนนี้ห้ามเดินทางต่อเด็ดขาด หากเลือดยังไม่หยุดก่อนฟ้าสว่าง ต้องรีบพาไปโรงหมอในเมืองทันที”
เหอหมัวมัวคุกเข่าขอบคุณ พร้อมกับยัดเงินก้อนเล็กใส่มือหญิงชรา อีกฝ่ายกลับส่งคืนมาเกินครึ่ง แล้วจดรายการสมุนไพรบำรุงครรภ์ที่พอจะหาได้ในหมู่บ้านให้แทน
เยี่ยนหลีนั่งเช็ดเหงื่อให้เจ้านายทั้งคืน จนกระทั่งล่วงเข้ายามอิ๋น อวี้หนานจึงค่อย ๆ ขยับตัว
นางยกมืออันสั่นเทาขึ้นมาวางทาบลงบนหน้าท้องของตนเองโดยสัญชาตญาณ
“เด็กยังอยู่เจ้าค่ะ เลือดเพิ่งหยุดไหลเมื่อครู่นี้เอง นายหญิงอย่าเพิ่งขยับตัวนะเจ้าคะ” เยี่ยนหลีตอบทั้งน้ำตา
“ตอนนี้ เราอยู่ที่ใด” อวี้หนานเอ่ยถามเสียงแหบพร่าไร้เรี่ยวแรง
“เลยประตูเมืองมาสามสิบกว่าลี้แล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้อยู่ในวัดร้างข้างหมู่บ้าน ขบวนเกวียนสินค้าใหญ่เดินทางล่วงหน้าไปก่อนแล้ว เหลือรถม้าสองคันจอดรอเราอยู่”
อวี้หนานพยายามลุก เหอหมัวมัวรีบเข้ามากดไหล่ไว้แล้วร้องห้าม “นอนเฉย ๆ ก่อนเจ้าค่ะ อย่าเพิ่งขยับ”
อวี้หนานส่ายหน้า “ไม่ได้ เราต้องไปต่อ”
“แต่รถเคลื่อนไม่ได้จริง ๆ เจ้าค่ะ เลือดเพิ่งหยุด หากเดินทางต่อเกรงว่าจะกระทบครรภ์อีก”
อวี้หนานเงียบไป นัยน์ตาฉายแววกังวล
เหอหมัวมัวอธิบาย “ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ ผู้ดูแลร้านเปลี่ยนตราหน้ารถม้าให้ใหม่เรียบร้อยแล้ว อีกครึ่งชั่วยามเราจะเลี่ยงไปใช้เส้นทางสายเล็กในหมู่บ้าน จะไม่กลับไปใช้ถนนหลวงจนกว่าจะถึงทงโจว”
ขณะนั้นเอง หญิงชราก็ยกชามยาเข้ามาจากห้องข้าง เมื่อเห็นว่าคนป่วยลืมตาตื่นแล้ว นางก็ส่งชามยาให้
ยาต้มมีรสขมจัดจนติดอยู่ที่โคนลิ้น แต่อวี้หนานยังฝืนดื่มจนหมดชามโดยไม่ถามสิ่งใดอีก สำหรับนางในเวลานี้ ขอเพียงรักษาเด็กเอาไว้ได้ ต่อให้ขมกว่านี้ นางก็เต็มใจจะดื่ม
หญิงชรารอจนนางวางชามจึงกล่าวเตือน “สามวันนี้ห้ามออกแรง อย่าพยายามให้ครรภ์กระทบกระเทือน หากจะเดินทาง ควรใช้ผ้านิ่มรองหลายชั้นหน่อย”
เหอหมัวมัวกับเยี่ยนหลีพยักหน้ารับรู้
อวี้หนานได้ยินค่อยเบาใจ “ขอบคุณท่านป้าที่ช่วยเหลือ ข้าจะระวังให้มาก”
รถม้าเคลื่อนตัวออกจากวัดร้างก่อนฟ้าสาง ใช้ทางดินเลียบไร่แทนถนนหลวง ล้อเกวียนจมโคลนอยู่หลายครั้ง คนขับกับผู้คุ้มกันต้องลงไปช่วยกันดัน
อวี้หนานนอนนิ่งอยู่ด้านใน ฟังเสียงคนออกแรงและเสียงฝนที่ค่อย ๆ เบาลง
เมื่อถึงทงโจวในบ่ายวันถัดมา ทหารของเซิ่งอ๋องกำลังตรวจเรือทุกลำที่ท่าเรือหลักอย่างเข้มงวด
ผู้ดูแลร้านเฮ่ยเฟิงเห็นท่าไม่ดีจึงไม่พาพวกนางเข้าเมือง เขาตัดสินใจเลี้ยวขบวนไปยังท่าเรือเล็กของหมู่บ้านประมงทางเหนือ ยอมจ่ายเงินเพิ่มเป็นเท่าตัวเพื่อเช่าเรือบรรทุกถั่วที่กำลังจะลงใต้
เรือเก่าและมีกลิ่นฝุ่นธัญพืช ฟูกของอวี้หนานถูกจัดวางในห้องแคบท้ายเรือ ผนังไม้มีรอยรั่วจนเยี่ยนหลีต้องใช้ผ้าชุบน้ำมันอุดกันลมหนาวไว้
เรือสินค้าออกจากท่าตอนตะวันคล้อยต่ำ ทว่าไม่ถึงหนึ่งชั่วยามต่อมา จูจั้นเหิงก็ควบม้ามาถึงท่าเรือหลักของทงโจว เขาลงมือตรวจบัญชีรายชื่อเรือเข้าออกด้วยตนเองด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและอิดโรย