ชีวิตที่ต้องคืน #3
ชีวิตที่ต้องคืน #3
ตอนที่ 1 ชีวิตที่ต้องคืน
ฝนหยุดตกก่อนฟ้าสาง ทิ้งหยดน้ำเกาะตามชายคาเรือนฉางเยว่จนเกิดเสียงตกกระทบพื้นหินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ตะเกียงในห้องนอนดับไปแล้ว เหลือเพียงไส้ดำคดงออยู่เหนือถ้วยน้ำมัน ทว่าเฉียวอวี้หนานยังนั่งอยู่ข้างหีบไม้ที่เปิดค้างมาตลอดคืน
ห่อผ้าสีครามวางอยู่บนตัก ภายในมีรองเท้าเด็กคู่เล็กที่ยังเย็บไม่เสร็จกับหนังสือหย่า ส่วนเทียบยาพับซ่อนไว้ใต้สุดของหีบ นางลูบปมผ้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนวางมันกลับลงไป ปิดฝาหีบแล้วลงสลัก เสียงโลหะกระทบกันดังแผ่วในห้องเงียบ
เยี่ยนหลีเดินเข้ามาพร้อมอ่างน้ำอุ่น ใต้ตาของสาวใช้คล้ำลงเพราะเฝ้าอยู่นอกห้องตลอดคืน นางวางอ่างบนขาตั้งแล้วคุกเข่าลงข้างผู้เป็นนาย “พักผ่อนสักครู่เถิดเพคะ เมื่อคืนโดนฝน หากป่วยขึ้นมาจะไม่ดีต่อ..” เยี่ยนหลียังพูดไม่จบ เฉียวอวี้หนานที่กำลังล้างหน้าก็หันหน้าออกไปโก่งคออาเจียน
กลิ่นน้ำผสมใบป๋อเหอลอยขึ้นจากอ่าง ทำให้นางที่เพิ่งยกผ้าขึ้นแตะใบหน้า เกิดอาการคลื่นเหียน อวี้หนานกดผ้าไว้เหนือริมฝีปาก รอจนความรู้สึกนั้นค่อย ๆ จางลงแล้วค่อยถอนหายใจ
เยี่ยนหลีเห็นดังนั้นก็รีบขยับเข้ามา “ให้บ่าวไปตามหมอหญิงดีหรือไม่เพคะ”
“ไม่เป็นไร” เฉียวอวี้หนานส่ายหน้า แล้วล้างหน้าต่อ น้ำอุ่นช่วยให้ปลายนิ้วเย็นจัดมีความรู้สึกขึ้นบ้าง “เรื่องที่ข้าตั้งครรภ์ อย่าได้แพร่งพรายไปเป็นอันขาด”
“มันจะดีหรือเพคะ ท่านอ๋องควรต้องทราบ”
“ทราบแล้วอย่างไร ทราบแล้วจะเปลี่ยนสิ่งใดได้หรือ”
พี่สาวกลับมาแล้ว เขาไม่มีวันเลือกนาง ไม่ว่าจะมีเด็กคนนี้หรือไม่ ตอนนี้มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว
เยี่ยนหลียังอยากจะพูดอะไรต่อ แต่เหอหมัวมัวเดินเข้ามาเสียก่อน นางจำต้องกลืนคำพูดที่เหลือลงคอ รู้สึกอึดอัดคับข้องเป็นที่สุด
เหอหมัวมัวเดินเข้ามาพร้อมถ้วยโจ๊กข้าวฟ่าง นางรับใช้อวี้หนานมาตั้งแต่ยังอยู่จวนตระกูลเฉียว เมื่อคืนนางไม่สบายกลัวคุณหนูจะติดไข้จึงเก็บตัวนอนอยู่ในห้อง ไม่นึกว่าพอหายป่วย กลับได้ยินข่าวร้าย
เหอหมัวมัววางถ้วยโจ๊กลง “ทานเสียหน่อยนะเพคะ”
เฉียวอวี้หนานกลับมานั่งที่โต๊ะ ตักโจ๊กขึ้นเพียงครึ่งช้อน ฝืนกลืนลงไปเพื่อไม่ให้ท้องว่าง นางกินได้สามคำก็วางช้อน
เหอหมัวมัวมองถ้วยตรงหน้า ก่อนจะลดเสียงลง “ครรภ์นี้พระองค์จะจัดการอย่างไรเพคะ”
เฉียวอวี้หนานวางฝ่ามือเหนือหน้าท้อง เด็กคนนี้ยังมีขนาดเล็กกว่าผลซิ่ง ยังไม่มีผู้ใดมองเห็นจากภายนอก และยังไม่เคยได้รับรู้ว่าเมื่อคืนบิดาของเขาเลือกสิ่งใด
“เขาเป็นลูกของข้า” ความหมายนั้นชัดเจนว่าเรื่องนี้จะไม่มีวันไปถึงหูเซิ่งอ๋อง เหอหมัวมัวเป็นคนสุขุมและมีความคิดกว่าเยี่ยนหลีจึงไม่ถามเรื่องนี้อีก เพียงเอ่ยถามเรื่องอื่นแทน “วันนี้หวางเฟยจะไปเรือนชิงหลัวหรือเพคะ”
“ย่อมต้องไป ชีวิตของข้าพี่ใหญ่เป็นคนมอบให้ ข้าควรไปเยี่ยมเยียนดูแลนาง”
สาวใช้ต่างวัยทั้งสองได้แต่มองหน้ากัน เยี่ยนหลีลุกไปเปิดตู้เสื้อผ้า เลือกอาภรณ์สีม่วงอ่อนออกมาแล้วเปลี่ยนใจหยิบชุดสีเขียวอ่อนแทน เพราะสีม่วงเป็นสีที่เฉียวหลันจือชอบ ครั้นรู้ตัว นางก็หันกลับมามองผู้เป็นนาย
เฉียวอวี้หนานเห็นทุกอย่าง นางมองไปทางอาภรณ์สีเขียว “ชุดนี้ก็ดี”
หลังยามเฉินไม่นาน ทางเดินจากเรือนฉางเยว่ถึงเรือนชิงหลัวยังเปียกชื้น กลีบไห่ถังปลายฤดูถูกฝนซัดตกเกลื่อนพื้น คนสวนกำลังกวาดรวมไว้ข้างกำแพง เมื่อเห็นขบวนของหวางเฟยจึงรีบหลบไปยืนข้างทาง
ประตูเรือนชิงหลัวเปิดอยู่ กลิ่นยาต้มขมเข้มลอยออกมาจากด้านใน อวิ๋นเชวี่ยยืนเฝ้าใต้ชายคา นางเคยเป็นสาวใช้ติดตามเฉียวหลันจือก่อนเกิดเหตุบนเขา สามปีถูกเชื่อว่าตายแล้วเช่นกัน หากแต่ตอนนี้กลับมายืนอยู่ตรงหน้าในอาภรณ์ใหม่ของจวนอ๋อง สีหน้าเต็มไปด้วยความระแวดระวัง
“บ่าวถวายพระพรหวางเฟยเพคะ” อวิ๋นเชวี่ยยอบกาย คำเรียกฐานะหลุดจากริมฝีปากอย่างแข็งกระด้าง “คุณหนูใหญ่เพิ่งดื่มยาและหลับไป หมอหลวงสั่งว่าห้ามรบกวนเพคะ”
เยี่ยนหลีก้าวออกไปครึ่งก้าว “ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเจ้าคือหวางเฟย จะเข้าเยี่ยมพี่สาวตนยังต้องรอให้สาวใช้อนุญาตหรือ”
อวิ๋นเชวี่ยมองกลับมาท่าทางไม่เกรงกลัว “บ่าวเพียงทำตามคำสั่งหมอหลวง”
“พอเถิด” เฉียวอวี้หนานเอ่ย พลางมองประตูห้องด้านใน “ข้ารอได้”
นางเดินไปนั่งตรงระเบียง ตรงนั้นมีเตาอุ่นมือวางอยู่หนึ่งลูก ข้างเตาเป็นถ้วยชาที่ถูกเปลี่ยนใหม่ ไอร้อนยังลอยเหนือผิวน้ำ เห็นได้ชัดว่าภายในเวลาเพียงคืนเดียวเรือนนี้มีการดูแลอย่างดี ข้าวของถูกจัดพร้อมสรรพ ดูท่าคนดูแลจะใส่ใจไม่น้อยเลยทีเดียว
เสียงฝีเท้าดังมาจากทางเดินด้านนอก จูจั้นเหิงก้าวผ่านประตูวงเดือนเข้ามาพร้อมลั่วเฉิงโจวองครักษ์คนสนิท อาภรณ์สีกรมท่าบนร่างเปลี่ยนใหม่แล้ว แต่ความอ่อนล้าตรงหว่างคิ้วยังปิดไม่มิด เขาคงออกไปจัดการราชกิจแต่เช้าและกลับมาโดยไม่แวะเรือนอื่น
เมื่อเห็นเฉียวอวี้หนานนั่งอยู่ตรงระเบียง เขาเดินเข้ามาหา นางเงยหน้ามองเขา ดวงตาสองคู่มองสบกัน ก่อนหน้านี้ เฉียวอวี้หนานยังอยากถามคำถามเขามากมาย แต่พอมีโอกาส นางกลับไม่รู้จะถามสิ่งใด จะถามว่าเพราะเหตุใดถึงต้องหย่าน่ะหรือ เหตุผลก็เห็นชัดอยู่แล้ว และที่สำคัญ เขาไม่เคยแต่งให้นางเพราะความรัก แต่แต่งเพราะราชโองการ คนที่เขารักคือพี่ใหญ่ ถามไปก็ไร้ประโยชน์