LNCrawler

หญิงขวางรถม้า #41

เมื่อหวางเฟยหมดรัก — novel.dek d.com · All chapters

หญิงขวางรถม้า #41

ตอนที่ 20 หญิงขวางรถม้า

เหอหมัวมัวไม่ต่อว่า เพียงแก้ตัวเลขในบัญชีเงียบ ๆ

ตอนขึ้นเรือลำใหม่ ซุนชิงแบกห่อผ้าของตนขึ้นหลัง อุ้มลูกเล็กไว้ด้านหน้า และยังมีมือเหลือจับเด็กชายคนโตไม่ให้หลง อวี้หนานเห็นแล้วนึกถึงวันที่ตนออกจากจวนตระกูลเฉียว

นางมีบ่าวสองคน เงินก้อนหนึ่ง และคนของร้านผ้าคอยช่วย ยังแทบรักษาลูกไว้ไม่ได้ แต่หญิงตรงหน้ามีเพียงสองมือ

หลังออกจากหวยอัน เรือถูกตรวจตามด่านอีกสามครั้ง ทหารประจำด่านเปิดหีบและเทียบใบเดินทางกับใบหน้าทีละคน ซุนชิงมีทะเบียนครัวเรือนระบุว่าถิ่นเดิมอยู่ในฝูเจี้ยนจริง

ก่อนถึงด่าน อวี้หนานรับเด็กเล็กมาอุ้มไว้ การมีหญิงหม้ายอีกคนพร้อมเด็กสองคนร่วมทางจึงช่วยให้ฐานะหญิงม่ายของเหออวี้น่าเชื่อถือยิ่งขึ้น ไม่มีผู้ใดคิดว่าสตรีในชุดไว้ทุกข์ที่นั่งอุ้มเด็กป่วยอยู่ข้างฝาเรือ จะเคยเป็นเซิ่งหวางเฟยมาก่อน ส่วนคนที่ตามหาอยู่ห่างไปทางเหนือหลายร้อยลี้

จูจั้นเหิงกลับจากเข้าเฝ้าด้วยสีหน้าที่ทำให้ขันทีในจวนไม่กล้าเข้ามารับเสื้อคลุม

ฮ่องเต้ไม่ได้ตำหนิเรื่องปิดประตูเมือง แม้ผู้ตรวจการถวายฎีกากล่าวหาว่าเขาใช้อำนาจไม่เหมาะสม พระองค์เพียงวางฎีกาลงแล้วถามว่าเขาต้องการตามหาอดีตภรรยาในฐานะใด

คำถามเดียวทำให้เขาตอบไม่ได้ หนังสือหย่ามีผลแล้ว อวี้หนานไม่ใช่เซิ่งหวางเฟย ไม่ใช่คนในจวน และไม่ใช่สตรีของเขาอีกต่อไปแล้ว

เมื่อกลับถึงห้องหนังสือ เขาพบกล่องไม้ของหลันจือวางอยู่บนโต๊ะ เฉียนกว่างบอกว่าอวิ๋นเซวี่ยนำมาส่งเป็นครั้งที่สาม

ข้างในมีเชือกถักสีแดงเส้นหนึ่ง

ของชิ้นนี้หลันจือเคยผูกข้อมือให้เขาก่อนจะไปตกหน้าผาแล้วทุกคนคิดว่าตาย นางขอให้เขาสัญญาว่าจะรักเพียงแค่นาง ตอนนั้นเขาไม่ได้พูด เพียงบอกว่า รอให้นางกลับมาก่อน หลังนางตายเขาส่งเชือกเส้นนี้ไปไว้หน้าป้ายวิญญาณในศาลบรรพชนตระกูลเฉียว

เมื่อเห็นเชือกในกล่อง จูจั้นเหิงก็ถือกล่องไปพบหลันจือที่จวน

“ท่านอ๋องอ่านจดหมายแล้วหรือเพคะ” ในกล่องนั้นมีจดหมาย เป็นคำพูดประโยคเดียวกันกับวันที่นางผูกเชือกถักให้เขาไม่มีผิดเพี้ยน

จูจั้นเหิงวางกล่องลงบนโต๊ะ “อ่านแล้ว ข้าจึงนำเชือกเส้นนี้มาคืนด้วยตนเอง”

มือที่กำลังจะรับกล่องหยุดอยู่กลางอากาศ “ท่านอ๋องยังถือโทษหม่อมฉันเรื่องหนานเอ๋อหรือเพคะ”

“เรื่องที่เกิดขึ้นวันนั้นไม่ใช่เหตุผลที่ข้านำของมาคืน” เขามองเชือกสีแดงภายในกล่อง “ข้ามาเพราะต้องการมาบอกประโยคที่ข้าติดค้างเจ้าเมื่อสามปีก่อน”

หลันจือนิ่วหน้า นางไม่กล้าถามว่าประโยคไหน

จูจั้นเหิงเองก็ไม่คิดจะรอให้นางเอ่ยปากถาม “วันนั้นเจ้านำเชือกถักผูกข้อมือให้ข้า แล้วขอให้ข้าสัญญาจะรักเจ้าเพียงคนเดียว ข้าบอกว่ารอให้เจ้ากลับมาแล้วค่อยว่ากัน ตอนนี้เจ้ากลับมาแล้ว ข้าควรบอกเจ้า”

เขาหยุดไปชั่วอึดใจ ก่อนจะพูดช้า ๆ ทว่า ชัดถ้อยชัดคำ “ข้าไม่อาจให้สัญญาจะรักเจ้าชั่วชีวิตได้ เพราะข้าไม่มั่นใจว่าใครคือคนที่ข้ารัก”

รักแรกของเขาคือหญิงสาวในสวนต้องห้ามที่เขาเผลอไปกอดนาง เด็กสาวคนนั้นใช้เครื่องหอมกลิ่นไห่ถัง ภายหลังพระมารดาบอกว่านางคือเฉียวหลันจือ และตั้งแต่นั้นเขาก็พบเฉียวหลันจือ นางชอบสวมชุดสีม่วง ชอบใช้เครื่องหอมกลิ่นดอกไห่ถัง เขาคิดมาตลอดว่าเขารักนาง จนกระทั่งวันนี้ เขาถึงรู้ว่าความสัมพันธ์ของเขาและนางที่ผ่านมา เรียกว่าความรักยังไม่ได้ด้วยซ้ำ

“ท่านพูดเช่นนี้ หมายความว่าอย่างไร ท่านเป็นคนแตะต้องตัวข้าในสวน ท่านบอกเองว่าพวกเราคือรักแรกพบ แต่ตอนนี้ ท่านจะบอกว่าไม่รู้ว่ารักใคร จั้นเหิง ไฉนจิตใจท่านถึงโลเลเพียงนี้”

หลันจือร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น ก้าวเข้าไปตั้งใจจะกอดเอวสอบ “จั้นเหิง”

หากแต่จูจั้นเหิงเบี่ยงหลบ “เรื่องที่ข้าควรพูด ข้าพูดไปหมดแล้ว คุณหนูเฉียว ข้าขอตัว” เขาหมุนตัวเดินจากไป

หลันจือรีบวิ่งไปขวางหน้า “ไม่! ข้าไม่ยอมให้ท่านไป!” พูดจบร่างกายของเฉียวหลันจือพลันซวนเซ จูจั้นเหิงรับร่างหมดสติของนางไว้ ทว่าไม่ได้อุ้มกลับไปส่งเหมือนเช่นทุกที เขาส่งสายตากดดันไปให้ หลัวหมัวมัวและอวิ๋นเซวี่ย

ทั้งสองจำต้องเข้ามาประคองเจ้านาย

จากนั้น จูจั้นเหิงก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง

หลังจากวันนั้น ข่าวการแต่งงานระหว่างเซิ่งอ๋องกับคุณหนูใหญ่ตระกูลเฉียวก็เงียบหายไป แต่การตามหาเฉียวอวี้หนานไม่เคยหยุด

ตั๋วเงินใบหนึ่งถูกแลกที่ซูโจวในต้นเดือนถัดมา จูจั้นเหิงนำคนลงใต้ทันที เขาตามไปถึงร้านแลกเงิน พบผู้รับเป็นชายชราขายผ้า ผู้ดูแลร้านเฮ่ยเฟิงจ้างให้ถือใบรับเงินไปส่งอีกเมือง

อีกใบปรากฏที่หางโจว ผู้แลกเงินเป็นหญิงขายชา ไม่เคยพบอวี้หนานเช่นกัน

นางแบ่งรอยของตนออกเป็นหลายสาย แต่ละสายเดินไปคนละทิศ เขาเริ่มเข้าใจว่านี่ไม่ใช่การหลบชั่วคราว

อวี้หนานรู้วิธีที่จวนอ๋องตรวจบัญชี รู้ว่าเขาจะตามร้านตั๋วเงินและคนจากสินเดิม นางใช้สิ่งที่เคยเรียนรู้ตอนดูแลจวนมาปิดทุกทางที่เขาจะตามเจอ

ยิ่งตาม เขายิ่งเห็นว่าตลอดสองปีนางรู้จักชีวิตของเขามากเพียงใด ส่วนเขาไม่รู้แม้แต่ว่านางกำลังคิดสิ่งใด