เริ่มต้นใหม่ #44
เริ่มต้นใหม่ #44
อวี้หนานก้มมองตัวเลขในบัญชี คราวอยู่จวนอ๋อง นางเคยดูแลรายรับจากที่ดินพระราชทานซึ่งส่งเข้ามาทุกฤดู ต่อให้เรือนใดใช้จ่ายเกินก็ยังเบิกจากคลังกลางของจวนมาชดเชยได้ แต่เวลานี้เงินทุกตำลึงล้วนอยู่ในหีบใบเดียว หากหมดลงย่อมไม่มีผู้ใดส่งมาเพิ่มให้อีก
ปลายนิ้วของนางเลื่อนไปตามรายการค่าใช้จ่าย ก่อนจะหยุดอยู่ตรงค่าแต่งร้าน
“พรุ่งนี้นำของที่คัดไว้ไปตั้งขายหน้าคูหาก่อน ขายเท่าราคาที่รับมา ไม่ต้องรอให้ซ่อมเสร็จ ส่วนค่าแต่งร้านตัดออกทั้งหมด”
เหอชุนที่ยืนฟังอยู่ข้างโต๊ะมีสีหน้าลำบากใจ “หากตั้งโต๊ะขายทั้งที่คูหายังซ่อมไม่เสร็จ เกรงว่าคนซื้อจะไม่เชื่อถือสินค้าของเราขอรับ”
“เปิดให้พวกเขาตรวจดูของด้วยตนเอง หากของไม่เสียและราคาไม่แพง ย่อมต้องมีคนซื้อ”
“แล้วคราวต่อไปจะรับสินค้ามาเท่าใดขอรับ”
“รับมาครั้งละน้อย ขายหมดแล้วจึงค่อยซื้อเพิ่ม ระหว่างนี้ให้คนยกแคร่ในโรงเก็บสินค้าให้สูงจากพื้นและเปิดทางระบายอากาศ ข้ายอมได้กำไรน้อย ดีกว่าต้องทิ้งของอีกทั้งกอง”
เหอชุนขานรับ หากแต่ยังยืนอยู่ที่เดิม อวี้หนานเห็นท่าทางอึกอักของเขาจึงรู้ว่ายังมีเรื่องอื่น
“มีสิ่งใดก็กล่าวมาเถิด”
“เจ้าหนี้ของเจ้าของสวนคนเดิมส่งคนมา บอกว่าเครื่องมือในโรงเก็บเป็นของที่เจ้าของเดิมยกให้ชำระหนี้ ไม่ได้ขายรวมมากับสวน พรุ่งนี้พวกเขาจะมาขนกลับขอรับ”
สินค้าคราวแรกยังไม่ทันนำออกขาย เครื่องมือในสวนกลับมีคนมาทวงเสียแล้ว อวี้หนานหลับตาลงครู่หนึ่ง ครั้นจะเอ่ยปาก ลูกในครรภ์ก็พลันดิ้นแรงจนต้องยกมือกุมท้อง
เยี่ยนหลีรีบเข้ามาประคอง “นายหญิง เจ็บหรือเจ้าคะ”
“ไม่เจ็บ” อวี้หนานวางมือบนท้อง “เขาคงหิว”
เหอหมัวมัวลุกไปยกอาหาร ส่วนเหอชุนยืนรอคำสั่งเรื่องเจ้าหนี้
“พรุ่งนี้เชิญเขามา” อวี้หนานกล่าว “นำสัญญาซื้อขายมาด้วยทุกฉบับ เครื่องมือชิ้นใดอยู่ในรายการ เราคืน ชิ้นใดไม่อยู่ในรายการ อย่าให้เขาหยิบไปแม้แต่ด้ามจอบ”
แต่นับจากวันนั้น คนในสวนเริ่มเรียกนางว่าเถ้าแก่เนี้ย
อีกด้านหนึ่ง ห่างออกไปหลายพันลี้ จูจั้นเหิงได้รับฎีกาเรื่องโจรสลัดจากฝูเจี้ยนในห้องทรงพระอักษร
เรือสินค้าสามลำถูกปล้นใกล้ปากแม่น้ำ คลังเกลือแห่งหนึ่งถูกเผา กลุ่มโจรประกอบด้วยคนตามแนวชายฝั่งและผู้หลบหนีมาจากหัวเมืองอื่น แม่ทัพท้องถิ่นยึดได้เพียงเรือเล็กไม่กี่ลำ ส่วนหัวหน้ากลุ่มยังคงซ่อนตัวอยู่ตามเกาะ
ฮ่องเต้วางฎีกาลงบนโต๊ะ “หลายเดือนที่ผ่านมา เจ้าขอออกจากเมืองหลวงเพื่อตามหาคนอยู่หลายครา คราวนี้เห็นฎีกาจากฝูเจี้ยนก็คิดจะขอนำทัพลงใต้อีกใช่หรือไม่”
จูจั้นเหิงคุกเข่าอยู่กลางห้อง “โจรกลุ่มนี้รบกวนเส้นทางเสบียง หากปล่อยไว้นานย่อมเป็นภัยต่อกองเรือ กระหม่อมขอรับหน้าที่นำทัพไปปราบพ่ะย่ะค่ะ”
“ข้าถามถึงเหตุผลของเจ้า” ฮ่องเต้มองพระอนุชาที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า “เจ้าต้องการไปเพราะงานหลวง หรือเพราะไม่ต้องการแต่งงานกับบุตรสาวคนโตของจิ้งอันโหวกันแน่”
จูจั้นเหิงไม่ได้คิดแก้ตัว “กระหม่อมไม่คิดปิดบังฝ่าบาท ทั้งงานหลวงและเรื่องแต่งงานล้วนเป็นเหตุผลพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ไม่ได้ทรงกริ้ว เพียงมองพระอนุชาอยู่ครู่หนึ่ง “เจ้าอยากไปน่ะย่อมได้ แต่ต้องแยกให้ออกระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว”
“กระหม่อมทราบพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทโปรดวางพระทัย”
ที่สุดเซิ่งอ๋องก็ได้ตำแหน่งแม่ทัพพร้อมกำลังคนหนึ่งแสนเดินทางไปปราบโจรสลัดในเขตทะเลหมิ่นไห่ ค่ายทหารของกองทัพเรือมณฑลฝูเจี้ยน
พระบัญชาถูกส่งลงมาในวันถัดไป กำหนดออกเดินทางหลังฤดูฝน
เมื่อข่าวถึงจวนจิ้งอันโหว เฉียวเหวินเทากระแทกถ้วยชาแตกไปหลายใบ เซิ่งอ๋องหายหน้าไปเป็นปี ปล่อยให้บุตรสาวของเขาถูกผู้คนหัวเราะเยาะ หากท่านโหวพอใจคงแปลกเต็มที
หลันจือนั่งหลั่งน้ำตาเงียบ ๆ
ยิ่งเห็นเช่นนั้น ทั้งเฉียวเหวินเทาและฟางซื่อยิ่งสงสารบุตรสาวจับใจ
เฉียวเหวินเทาหันไปสั่งพ่อบ้าน “ส่งคนไปแจ้งเวินไท่เฟยว่าท่านอ๋องกำลังจะนำทัพออกจากเมืองหลวง”
“ขอรับ” พ่อบ้านไม่กล้าชักช้า รีบไปจัดการ
หลังจากเวินไท่เฟยทราบเรื่อง ก็ตรงไปหาพระโอรสที่จวนทันที แต่จูจั้นเหิงออกไปจัดเตรียมกองทัพ พระนางจึงไม่เจอใคร เมื่อไม่พบเซิ่งอ๋อง ก็จัดการอันใดไม่ได้ สุดท้ายจนกองทัพออกเดินทางแล้ว นอกจากฮ่องเต้ ก็ไม่มีใครได้พบหน้าเซิ่งอ๋อง
เวลาต่อมา ในฝูโจว
ร้านเหอจี้เปิดวันแรกด้วยโต๊ะไม้หนึ่งตัว ไหเคลือบหกใบ และป้ายชื่อที่เสี่ยวสือช่วยจับเชือกตอนเหอชุนแขวน ไม่มีประทัด ไม่มีโต๊ะจัดเลี้ยงแม้แต่ชั้นวางของก็ยังยืมมาจากเรือนข้าง ๆ
อวี้หนานนั่งอยู่หลังโต๊ะในเสื้อผ้าฝ้ายสีเรียบ ท้องที่นูนชัดทำให้ก้มตักชาออกจากไหลำบาก ซุนชิงคอยชั่งของ เยี่ยนหลีห่อสินค้าด้วยกระดาษ ส่วนเหอหมัวมัวยืนเฝ้ากล่องเงิน
ลูกค้าคนแรกเป็นหญิงขายปลาจากท่าน้ำ นางหยิบเปลือกส้มแห้งขึ้นดม ต่อราคาจากสิบอีแปะเหลือหก แล้ววางกลับเมื่ออวี้หนานไม่ยอม
ลูกค้าคนที่สองถามหาชาชั้นดีสำหรับส่งเป็นของกำนัล ร้านเหอจี้มีเพียงชาธรรมดาที่คัดรอดจากกองชื้น เขามองไหเคลือบเก่าและเดินออกไป
ก่อนเที่ยง ขายเปลือกส้มได้หนึ่งห่อกับลำไยตากครึ่งชั่ง เสี่ยวสือนั่งยอง ๆ นับเหรียญอยู่ข้างกล่อง “วันนี้ซื้อข้าวได้หรือไม่”
เหอหมัวมัวใช้พัดเคาะศีรษะเด็กเบา ๆ “ค่าเช่าร้านยังไม่ได้ครึ่งวันเลย”
เด็กชายย่นคอแล้ววิ่งออกไปเรียกลูกค้าหน้าท่า เสียงตะโกนของเขายังไม่คล่องสำเนียงฝูโจว คนงานหัวเราะแต่มีสองคนเดินตามมาซื้อชาไปชงบนเรือ