LNCrawler

ชีวิตที่ต้องคืน #4

เมื่อหวางเฟยหมดรัก — novel.dek d.com · All chapters

ชีวิตที่ต้องคืน #4

ชีพจรตรงลำคอของอวี้หนานเต้นตุบ ๆ มันเต้นแรงเสียจนมองเห็นได้บนผิวราบเรียบ บ่งบอกว่านางกำลังเจ็บช้ำและปวดใจแค่ไหน บางสิ่งตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ตรงคอหอย หากแต่นางกลับไม่ยอมปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา นางเป็นเช่นนี้เสมอ เป็นมาตั้งแต่เด็ก เพราะกลัวจะถูกกล่าวหาว่าทำตัวอ่อนแอเหมือนพี่สาว นางจึงไม่เคยร้องไห้หรือแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น

“ไฉนเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่” เขาถามเสียงเจือความเหนื่อยล้าคล้ายคนที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืน

เฉียวอวี้หนานลุกขึ้นยอบกาย ก่อนตอบเสียงแผ่ว “หม่อมฉันมาเยี่ยมพี่ใหญ่เพคะ” สายตาของเขาเลื่อนไปยังใบหน้าซีดเซียวของนาง

“เมื่อคืนข้าบอกให้เจ้ากลับไปพักไม่ใช่หรือ แล้วเหตุใดใบหน้าถึงได้ซีดเซียวเช่นนั้น”

จูจั้นเหิงขยับเท้ากำลังจะก้าวเข้ามาดูนางใกล้ ๆ หากแต่เสียงของอวิ๋นเชวี่ยดังขึ้นมาขัดจังหวะ “ท่านอ๋องคุณหนูเหมือนจะไข้ขึ้นอีกแล้วเพคะ”

ได้ยินอย่างนั้น ฝ่าเท้าของเขาที่จะก้าวเข้ามาหานางพลันเปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน

เฉียวอวี้หนานมองแผ่นหลังของเขา ก่อนจะก้าวตามไป

ภายในห้องอบอุ่นกว่าด้านนอก กระถางไฟสองลูกตั้งอยู่คนละมุม หน้าต่างทุกบานปิดสนิท เฉียวหลันจือเอนกายอยู่บนเตียง ผมยาวสยายเหนือหมอน ใบหน้าผอมจนเห็นแนวกระดูก รอยแผลตรงหางคิ้วพาดอยู่บนโฉมหน้าที่เคยอ่อนหวาน ทิ้งร่องรอยของช่วงเวลาสามปีไว้ชัดเจน

จูจั้นเหิงรับถ้วยน้ำจากอวิ๋นเชวี่ย ประคองให้นางดื่มด้วยตนเอง เฉียวหลันจือจิบได้สองอึกก็เบือนหน้า มาถึงตอนนี้ถึงได้เห็นผู้มาเยือนยืนอยู่ปลายเตียง

ดวงตาของนางเบิกกว้างขึ้น “หนานเอ๋อ”

เฉียวหลันจือยื่นแขนออกมา น้ำตาไหลผ่านแก้มขาวซีด “ไหน เข้ามาให้พี่ดูหน่อย”

เฉียวอวี้หนานเดินเข้าไปหา นั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง มือของพี่สาวคว้ามือนางไปกุมไว้ทันที ฝ่ามือนั้นเย็นและผอมจนมองเห็นกระดูกข้อนิ้ว

“เจ้าโตขึ้นมาก” เฉียวหลันจือพิจารณาใบหน้าน้องสาวทั้งน้ำตา “วันนั้นข้าคิดเพียงว่าต้องดึงเจ้าขึ้นไปให้ได้ หลังจากตกลงไป ข้าจำสิ่งใดไม่ได้อยู่เนิ่นนาน จนกระทั่งความทรงจำกลับมา ข้ายังกลัวว่าจะไม่ได้พบพวกเจ้าอีก”

อวี้หนานมองรอยแผลที่ข้อมือของอีกฝ่าย ความทรงจำบนหน้าผาย้อนกลับมา นางสอดนิ้วประคองมือข้างนั้นเอาไว้ “ท่านกลับมาก็ดีแล้ว”

“ดีจริงหรือ” หลันจือถามเบา ๆ สายตาเคลื่อนไปทางบุรุษข้างเตียง ก่อนจะวกกลับมาที่น้องสาว “ข้าได้ยินว่าเจ้าแต่งกับจั้นเหิงแล้ว”

ภายในห้องมีเพียงเสียงถ่านแตก อวิ๋นเชวี่ยยืนอยู่ข้างม่าน เยี่ยนหลีอยู่หลังเก้าอี้ของผู้เป็นนาย ไม่มีผู้ใดขยับ

เฉียวอวี้หนานตอบตามความจริง “แต่งได้สองปีแล้วเจ้าค่ะ”

นิ้วของหลันจือบีบมือนางแน่นขึ้น น้ำตาหยดหนึ่งตกลงบนหลังมือ “ข้าควรขอบคุณเจ้า สองปีนี้เจ้าอยู่ข้างเขาแทนข้า ดูแลเขาแทนข้า แม้แต่ตำแหน่งพระชายา เจ้าก็ช่วยรับไว้ไม่ให้สองตระกูลเสียหน้า”

เฉียวอวี้หนานฟังแล้ว แทบไม่รู้จะแบกหน้าตนเองเอาไว้ที่ใด นางได้แต่หลุบตาลงต่ำ รู้สึกว่าตนเองเหมือนจะไม่ควรมา บางทีพี่สาวอาจไม่ได้อยากเจอนาง หรือไม่ก็อาจจะแค้นใจที่ถูกนางแย่งคนรัก

เฉียวหลันจือย่อมมองเห็น แต่นางไม่สนใจ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือต่อไปว่า “เมื่อคืนข้าถามเขาแล้ว เขาบอกว่าการอภิเษกครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังทุกคนคิดว่าข้าตายแล้ว หากข้าไม่กลับมา ชีวิตของพวกเจ้าคงดำเนินต่อไปได้ ข้าก็เลยอดคิดไม่ได้ว่า การกลับมาของข้าทำลายความสุขของพวกเจ้าหรือไม่”

“พี่ใหญ่ ท่านอย่าได้คิดมาก รักษาตัวให้ดีก่อนเถิด” อวี้หนานค่อย ๆ ดึงมือกลับมาวางบนตัก

“ข้าจะไม่คิดได้อย่างไร” หลันจือหันหน้าไปทางจูจั้นเหิง “เรือนชิงหลัว ต้นไห่ถัง ของทุกชิ้นที่นี่ล้วนอยู่ดังเดิม มีเพียงคนรักของข้าเท่านั้นที่เปลี่ยนฐานะไปเป็นพระสวามีผู้อื่นแล้ว”

จูจั้นเหิงยืนนิ่งโดยไม่เอ่ยอะไรสักคำ ดวงตาของเขาหลุบต่ำเช่นกัน

ทั้งเขาและอวี้หนานล้วนมีความรู้สึกผิดที่ต้องแบกรับ

เฉียวอวี้หนานมองไปที่เขา เห็นว่าอีกฝ่ายไม่คิดจะอธิบาย จึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากเสียเอง “เมื่อคืนข้าได้รับหนังสือหย่าแล้ว พี่ใหญ่ท่านสบายใจเถิด ในพระทัยท่านอ๋องยังมีแต่ท่าน”

เฉียวหลันจือหันกลับมามองนาง แววตาเผยความตกใจ ก่อนน้ำตาจะเอ่อขึ้นอีกครั้งพลางหันไปต่อว่าชายหนุ่มคนเดียวในห้อง “จั้นเหิง เหตุใดท่านจึงเร่งร้อนถึงเพียงนี้ นางเป็นน้องสาวข้า ต่อให้ทุกสิ่งควรกลับสู่ที่เดิม ก็ควรให้เวลานางตั้งตัวบ้าง”

คำพูดของพี่สาว ยิ่งฟัง ยิ่งเจ็บช้ำ

จูจั้นเหิงที่เงียบมานานเอ่ยขึ้นในที่สุด “เรื่องนี้ยิ่งปล่อยไว้นาน สองฝ่ายยิ่งลำบากใจ เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าจะไม่เอาเปรียบนาง”

เฉียวอวี้หนานมองเขาสลับกับพี่สาว ในที่นี้ ไม่มีใครสักคนที่ถามความเห็นของนาง

“ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ ไท่เฟยเสด็จมาพ่ะย่ะค่ะ”

เสียงรายงานดังเข้ามา ทำให้บทสนทนาในห้องหยุดลง

ตั้งแต่ฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์ เวินไท่เฟยก็ย้ายออกมาอยู่นอกวัง ตำหนักของพระนางตั้งอยู่ไม่ห่างจากจวนเซิ่งอ๋อง การไปมาหาสู่จึงค่อนข้างสะดวก

สาวใช้ทั้งสองรีบเข้ามาประคองเจ้านายของตนไปยืนรอหน้าประตูพร้อมเซิ่งอ๋อง