ข้าไม่ต้องคำนวณ #49
ข้าไม่ต้องคำนวณ #49
ตอนที่ 24 ข้าไม่ต้องคำนวณ
จูจั้นเหิงเห็นสันคิ้วเล็กและติ่งหูด้านขวาที่ติดกับแก้ม ลักษณะเดียวกับคนสกุลจูหลายคน ใบหน้าพลันผุดความภาคภูมิใจเล็ก ๆ ออกมา
“เขาชื่ออะไร”
“ไม่เกี่ยวกับท่าน” อวี้หนานหมุนตัวกลับไปหลังม่าน สั่งเยี่ยนหลีให้ปิดร้าน ถึงนางจะมีเหตุผลที่ต้องการความช่วยเหลือจากเขา แต่ใช่ว่านางจะยอมให้อภัยเขาง่าย ๆ
คนงานรีบยกแผ่นไม้ลงปิดหน้าต่าง เหอชุนลุกขึ้นมาจับบานประตูไว้ ส่วนเสมียนคลังกับทหารท้องถิ่นพากันถอยออกไปยืนริมถนน โดยไม่มีผู้ใดกล้าเงยหน้ามองเรื่องภายในร้านอีก
จูจั้นเหิงยังคงยืนอยู่ตรงธรณีประตู ครั้นเห็นอวี้หนานกำลังจะเดินกลับเข้าไปหลังม่าน เขาจึงเรียกนางไว้
“หนานเอ๋อ ข้าอยากคุยกับเจ้า”
อวี้หนานหยุดอยู่หลังม่านโดยไม่ได้หันกลับมา มือยังคงลูบหลังลูกเพื่อกล่อมให้หลับ ก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“แต่หม่อมฉันไม่มีอะไรจะคุยกับพระองค์”
กล่าวจบ นางก็อุ้มลูกเดินกลับเข้าไปด้านในโดยไม่รอฟังคำตอบ เหอชุนมองเซิ่งอ๋องอย่างระมัดระวัง ครั้นเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้ยกมือขัดขวางจึงค่อย ๆ ดึงประตูไม้ปิดลงตรงหน้าเขา
จูจั้นเหิงสามารถยกมือขวาง สามารถสั่งทหารเปิดประตู หรือใช้ฐานะอ๋องพาคนทั้งร้านกลับค่าย ไม่มีผู้ใดในฝูโจวกล้าห้าม
แต่เขาไม่ทำ และไม่กล้าทำ เพราะกลัวว่านางจะหายไปอีก บานประตูปิดสนิทต่อหน้า เหลือเพียงป้ายเหอจี้เหนือศีรษะกับเสียงลั่นดาลประตูดังสะท้อนมาจากด้านใน
ลั่วเฉิงโจวเดินเข้ามารอรับคำสั่ง จูจั้นเหิงยืนอยู่พักใหญ่ ก่อนจะหันไปหาเสมียนคลัง “ตัวอย่างของร้านนี้ผ่านหรือไม่”
เสมียนไม่คิดว่าจะถูกถามเรื่องเสบียงในเวลานี้ “ข้าวตากแห้งกับเปลือกส้มผ่านพ่ะย่ะค่ะ ชายังต้องเทียบราคา”
จูจั้นเหิงพยักหน้ารับรู้ แต่แค่นี้ก็เพียงพอให้เสมียนรู้แล้วว่าต้องทำอย่างไร
จูจั้นเหิงยืนอยู่หน้าร้านนานพอดู หากไม่ต้องกลับไปจัดการงานที่ค่าย ก็ไม่แน่ว่าเขาจะยืนต่อไป กว่าเขาจะยอมไปขึ้นม้าแล้วควบจากไปก็ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม
ด้านใน อวี้หนานยืนพิงผนัง ฟังเสียงฝีเท้าม้ากระทั่งค่อย ๆ ห่างออกไป มือที่กำชายแขนเสื้อจึงคลายลง เยี่ยนหลีเข้ามารับอาอันไปอุ้ม
เหอหมัวมัวกล่าว “ท่านอ๋องคงไม่ยอมรามือง่าย ๆ แน่เจ้าค่ะ นายหญิงจะไม่หนีจริงหรือเจ้าคะ”
อวี้หนานหันไปมองบุตรชายในอ้อมแขนของเยี่ยนหลี อาอันกำลังใช้มือเล็กจับปอยผมของคนอุ้มเล่นโดยไม่รู้เรื่องรู้ราว นางมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยืดกายออกจากผนัง
“ไม่ ข้าไม่ควรเอาอนาคตของลูกมาเป็นเครื่องสังเวยความโกรธของตัวเอง”
ที่นางยอมพบหน้าเซิ่งอ๋อง ก็เพราะบุตรชายยังไม่มีชื่อในทะเบียนราษฎร สายเลือดของเขาสูงส่ง นางไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนเขาเป็นลูกชาวบ้านธรรมดา หากวันใดเขาเติบใหญ่ แล้วรู้ความจริง เขาอาจจะโกรธเกลียดแม่ที่เห็นแก่ตัวเช่นนางก็เป็นได้ ไม่ว่าอย่างไร ต้องหาทางให้เขาจดชื่อลงในราชสกุลจู เป็นเซิ่งอ๋องซื่อจื่อ ส่วนว่าใครจะเป็นคนเลี้ยงดู หลังจากจดชื่อเข้าผังราชวงศ์แล้ว ค่อยว่ากัน
อวี้หนานรับลูกกลับมา เขายื่นมือจับปิ่นไม้ของมารดาและยิ้มจนเห็นเหงือกสีชมพู นางก้มแตะหน้าผากบุตรชาย
ในค่ายริมแม่น้ำ จูจั้นเหิงกลับมานั่งตรงโต๊ะเดิม ห่อข้าวตากแห้งของร้านเหอจี้ยังเปิดอยู่ ป้ายลายมืออวี้หนานวางข้างแผนที่
เฉียนกว่างรอจนคนอื่นออกไปหมดจึงถาม “เป็นหวางเฟยจริงหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“นางไม่ใช่หวางเฟยแล้ว”
พ่อบ้านก้มหน้า “กระหม่อมพลั้งปาก”
จูจั้นเหิงหยิบป้ายขึ้นมาอีกครั้ง “ตรวจทะเบียนร้านกับที่ดิน แต่อย่าให้เจ้าหน้าที่ไปรบกวนนาง”
“เรื่องท่านอ๋องน้อยเล่าพ่ะย่ะค่ะ”
มือของจูจั้นเหิงหยุดชะงักลง ภาพเด็กน้อยผุดขึ้นในหัว
“จะถวายรายงานเมืองหลวงหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“เอาไว้ข้าส่งสารถึงฝ่าบาทโดยตรง”
“พ่ะย่ะค่ะ” เฉียนกว่างรับคำ
จูจั้นเหิงยังไม่พร้อมที่จะให้พระมารดาทราบเรื่อง เขาเพิ่งจะตามหานางจนเจอ ไม่อยากให้ใครมากั้นกลางระหว่างเขากับนางอีก
เซิ่งอ๋องเพิ่งมาถึงก็ต้องรีบทำงาน หลังตรวจเสบียงเสร็จก็ต้องไปตรวจพลทหารลาดตระเวนชายฝั่ง เขาจึงไม่มีเวลากลับไปที่ร้าน
อวี้หนานจึงอยู่กันอย่างสงบไปอีกคืน
เช้าวันถัดมา อวี้หนานนำโฉนดกับตั๋วเงินออกจากหีบใต้พื้น แบ่งเก็บไว้สามแห่งเผื่อเซิ่งอ๋องคิดยึดลูกไปจากนาง จะได้เผื่อทางหนีทีไล่
เหอหมัวมัวเห็นนางจัดของตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างก็นั่งอยู่ข้างกายเงียบ ๆ
ก่อนเปิดประตู อวี้หนานอุ้มอาอันไปฝากซุนชิงด้านหลังร้าน
“หากมีทหารเข้ามา พาเด็กออกทางประตูครัว ไปบ้านท่านผู้เฒ่าเฉิน”
ซุนชิงรับเด็กไว้แล้วถาม “จะให้เสี่ยวสือไปเรียกคนในหมู่บ้านมารอหรือไม่เจ้าคะ”
“ยัง อย่าทำให้คนแตกตื่น”
อวี้หนานเปิดร้านด้วยตนเอง คนที่รออยู่ด้านนอกไม่ใช่จูจั้นเหิง แต่เป็นเฉียนกว่างกับเสมียนคลังสองคน พวกเขานำสัญญาสั่งซื้อและเงินมัดจำมาครึ่งหนึ่ง
เฉียนกว่างค้อมกายตามธรรมเนียมเดิม “คารวะเถ้าแก่เนี้ย” คำเรียกติดอยู่ตรงริมฝีปาก เขาเคยคุกเข่ารายงานบัญชีต่อหวางเฟย ไม่เคยคิดว่าจะต้องยืนหน้าร้านของนางในฐานะคนซื้อของ
อวี้หนานเชิญทุกคนเข้ามาที่โต๊ะหน้าร้าน ไม่เปิดม่านด้านใน “กองทัพรับสินค้าชนิดใดบ้าง”
เสมียนคลี่สัญญา ชาไม่ผ่านเพราะราคาเท่าร้านเก่า แต่ข้าวตากแห้ง เปลือกส้ม และถั่วคั่วได้รับเลือก ร้านต้องส่งทุกสิบวัน ปริมาณงวดแรกไม่มาก หากของไม่ชื้นและน้ำหนักครบจะต่อสัญญา