LNCrawler

ข้าไม่ต้องคำนวณ #50

เมื่อหวางเฟยหมดรัก — novel.dek d.com · All chapters

ข้าไม่ต้องคำนวณ #50

อวี้หนานอ่านทุกบรรทัด ถามเรื่องการหักของเสีย ค่าขนส่ง และวันจ่ายเงิน

“เหตุใดเงินมัดจำมากถึงครึ่งหนึ่ง” นางชี้ตัวเลข

เสมียนตอบ “เป็นระเบียบใหม่ขอรับ”

อวี้หนานหันไปมองพ่อบ้าน “ระเบียบของผู้ใด”

เฉียนกว่างรีบตอบ “ท่านอ๋องสั่งให้ร้านเล็กที่รับงานกองทัพได้มัดจำครึ่งหนึ่งทุกร้าน เพื่อไม่ต้องกู้เงินซื้อวัตถุดิบ ไม่ใช่เฉพาะร้านเหอจี้ขอรับ”

“มีรายชื่อร้านหรือไม่” เสมียนนำบัญชีอีกเล่มให้ดู ร้านสิบกว่าร้านได้รับเงื่อนไขเดียวกันจริง

นางคืนบัญชีกลับไป “เช่นนั้นข้ารับ”

สัญญาถูกลงนามด้วยชื่อร้านเหอจี้และตราของเหอหมัวมัว อวี้หนานไม่เขียนชื่อตนแม้แต่จุดเดียว

เฉียนกว่างรอจนเสมียนออกไปตรวจสินค้าแล้วลดเสียงลง “ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ท่านอ๋องตามหาท่านมาโดยตลอด และยังไม่ได้แต่งชายาใหม่”

อวี้หนานปรายตามอง “ข้าไม่ได้อยากรู้”

เฉียนกว่างหน้าเจื่อนไป แต่ยังไม่ยอมแพ้ “ตลอดหนึ่งปี ท่านอ๋องกินไม่ได้นอนไม่หลับ เสวยก็น้อย ดื่มแต่สุรา ร่างกายย่ำแย่ น่าสงสารมากขอรับ”

เฉียวอวี้หนานไม่อยากสนใจ

เฉียนกว่างเหลือบมองนาง ครั้นเห็นว่ายังไม่มีปฏิกิริยา ก็เอ่ยต่อไปอีกว่า “ตอนที่ท่านหายไปสามเดือนแรก ท่านอ๋องขี่ม้าตากฝนจนล้มป่วย ขนาดป่วยแล้วก็ยังไม่ยอมหยุดพัก”

เสียงของพ่อบ้านดังขึ้นไม่ขาด เหมือนว่าเรื่องพูดของเขามีไม่จบไม่สิ้น จนอวี้หนานทนไม่ไหว ทำตาเขียวใส่ “พ่อบ้านเฉียน เชิญท่านกลับไปได้แล้ว”

เฉียนกว่างเพิ่งรู้ตัว เขายิ้มจืดเจื่อนส่งให้นาง แล้วค้อมกาย จากไป

อวี้หนานได้แต่ส่ายหน้าตามหลัง หากแต่คำพูดของเขาใช่ว่าจะไม่มีผล อวี้หนานคิดไม่ถึง ว่าเซิ่งอ๋องจะทุ่มเทตามหานางถึงเพียงนี้ ไม่ใช่ว่าเขาควรดีใจแล้วแต่งงานกับพี่ใหญ่หรอกหรือ

อวี้หนานครุ่นคิดอยู่นาน สุดท้ายก็เลิกคิด หันมาสนใจงานในร้าน

จูจั้นเหิงมาถึงตอนบ่าย คราวนี้เขาไม่มีทหารติดตาม ลั่วเฉิงโจวหยุดรออยู่ฝั่งตรงข้าม บุรุษหนุ่มสวมเสื้อคลุมสีเข้มธรรมดา แต่ตราหยกตรงเอวยังทำให้คนบนถนนหลีกทาง

อวี้หนานเห็นเขาผ่านช่องหน้าต่าง นางไม่ได้ปิดร้าน เพียงวางลูกคิดลง

เขาหยุดนอกประตู “ข้าอยากขอคุยกับเจ้า”

“เรื่องสัญญาให้คุยกับเหอชุน” นางตอบกลับไป

“เรื่องลูก”

ลูกค้าสองคนในร้านหันมามองด้วยความสนใจ อวี้หนานจึงลุกขึ้น นางเปิดประตูข้างและพาเขาออกไปยังลานหลังร้าน

นางไม่ต้องการให้เรื่องอาอันกลายเป็นหัวข้อให้ผู้อื่นซุบซิบนินทา ก่อนที่จะตัดสินใจได้ว่าควรจัดการอย่างไรต่อไป

ลานด้านหลังคับแคบ มีเพียงไหเปล่าสองแถวกับราวตากกระดาษน้ำมัน

ซุนชิงกำลังอุ้มอาอันหลบอยู่ใต้ชายคา ครั้นเห็นคนแปลกหน้าเข้ามา นางก็รีบอุ้มเด็กถอยเข้าประตูครัว จูจั้นเหิงมองตามไม่วางตา

“ลูกอยู่กับคนของข้า” อวี้หนานขยับตัวมาขวางสายตาเขาไว้ “ท่านมีสิ่งใดก็พูดมาเถิด”

“เขาเกิดเมื่อใด” จูจั้นเหิงเอ่ยถามอีก

“ปลายฤดูหนาว”

“วันใด”

“ท่านต้องการคำนวณว่าตนเป็นบิดาหรือไม่?”

เขาสบตานางแน่วแน่ “ข้าไม่ต้องคำนวณ”

“เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องถาม”

“ข้าแค่อยากรู้เรื่องของเขา”

“ท่านจะอยากรู้ไปทำอันใด” อวี้หนานแค่นเสียง “ก่อนหน้านี้ ท่านไม่เห็นเคยสนใจ”

จูจั้นเหิงมีสีหน้ารู้สึกผิด “เพราะข้าไม่รู้ว่าเจ้าตั้งครรภ์”

“ใช่ ท่านย่อมไม่รู้ เพราะวันที่ท่านสมควรต้องได้รู้ กลับเป็นวันที่ท่านให้คนส่งหนังสือหย่ามาที่เรือน”

แม้น้ำเสียงของนางฟังดูราบเรียบ ทว่ามันกลับทิ่มแทงในอกของจูจั้นเหิงจนเจ็บร้าวไปหมด เขารู้แล้วว่าลำพังแค่ความรู้สึกผิดคงไม่เพียงพอที่จะชดใช้ให้นาง

“เลือดบนเสื่อนั่น...” เสียงของเขาเริ่มสั่น

อวี้หนานเหยียดยิ้มเย้ยหยัน “ใช่ วันนั้นหม่อมฉันเกือบเสียเขาไป”

มือของจูจั้นเหิงที่อยู่ข้างลำตัวกำเป็นหมัด ยิ่งเห็นอย่างนั้น อวี้หนานยิ่งไม่คิดจะหยุด “หม่อมฉันเดินทางทั้งที่หมอบอกให้พัก เปลี่ยนเรือกลางคืน ทนฝืนกินยาขมจนหมด และคลอดเขาในคืนฝนตก กว่าหมอตำแยจะมาถึงก็เกือบตายทั้งแม่ทั้งลูก ทั้งหมดนี้ไม่มีส่วนใดเกี่ยวข้องกับท่าน”

“แต่เขามีสายเลือดของข้า และยังมีสายเลือดราชวงศ์จู” จูจั้นเหิงแย้งเสียงแผ่ว “เรื่องนั้นเจ้าเปลี่ยนมันไม่ได้”

“แต่ข้าคลอดเขามา เลี้ยงเขามาด้วยตัวเอง”

เสียงเด็กร้องดังจากในครัว ซุนชิงคงกล่อมไม่อยู่ นางเรียก “อาอัน” ซ้ำหลายครั้งขณะพยายามปลอบ อวี้หนานหมุนกายจะเข้าไป จูจั้นเหิงยื่นมือออกตามสัญชาตญาณ แต่หยุดก่อนแตะแขนเสื้อนาง

“ขอข้าดูเขาหน่อยได้หรือไม่”

“ไม่ได้เพคะ!” อวี้หนานปฏิเสธโดยไม่แม้แต่จะหยุดคิด

จูจั้นเหิงไม่กล้าเซ้าซี้ “เอาไว้ ข้าจะมาใหม่วันหลัง”

นางขมวดคิ้ว “ท่านอ๋องจะมาทำอันใด”

“มาหาเจ้ากับลูก”

อวี้หนานกำลังจะบอกว่า ไม่ต้อง หากแต่สัญญาณกลองจากท่าน้ำดังขึ้นเสียก่อน

กลองดังสามครั้งติด เสียงคนบนถนนเปลี่ยนจากการต่อราคาเป็นเสียงตะโกน และเริ่มเกิดความโกลาหล ลั่วเฉิงโจววิ่งข้ามถนนเข้ามาถึงประตูข้างก่อนคุกเข่า

“ทูลท่านอ๋อง เรือสอดแนมจากปากน้ำกลับมาแล้ว พบเรือต้องสงสัยหกลำใกล้เกาะตงลั่ว นายกองขอคำสั่งด่วนพ่ะย่ะค่ะ”

จูจั้นเหิงหันไปทันที “ให้เรือหน่วยหนึ่งปิดร่องน้ำตะวันตก หน่วยสองออกจากท่าภายในครึ่งเค่อ ข้าจะกลับค่าย”

ลั่วเฉิงโจวรับคำแล้วถอยออก เขาหันมามองอวี้หนานอีกครั้ง เสียงเด็กร้องจากครัวยังไม่หยุด แต่เสียงกลองนอกท่าดังเร่งกว่า

“ข้าจะมาใหม่”